สงคราม ส่งด่วน
เบื้องหลังเรื่องราวสุดบ้าคลั่งนั้น…ไม่ใช่แค่กล้า/บ้า แต่ มีประเด็นให้ขบคิด โดยเฉพาะคนทำธุรกิจ เอสเอ็มอีเจ้าของกิจการ ร้านค้าทั้งหลาย เป้าหมายอาจไม่ทะเยอทะยานไปไกลถึงขั้น “ยูนิคอร์น” แต่ในระหว่างทางตั้งแต่เริ่มต้น ไปจนตั้งไข่ธุรกิจนั้น ซีรีส์ “สงคราม ส่งด่วน” ให้แง่คิดที่เอาจริงๆ ก็อิงอยู่กับหลักการด้านการตลาดและการบริหารจัดการนั่นแหละ ขุด/ขูดอะไรออกมาได้บ้างมาดูกัน – Incentive ไม่มีอะไรศักดิ์สิทธิ์ไปกว่า เงิน/ผลตอบแทน ที่กระตุ้นให้คนตาลุกวาว และพร้อมทุ่มทุกอย่างเข้าแลก ซีนที่ สันติชาเลนจ์ให้ทีมเซลส์ขายให้ได้มากกว่าเขาแล้วเอาไปเลย 3 แสน หรือการระดมคนโดยบอกให้พนักงานยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรเรียกพ่อแม่ พี่น้อง ญาติ ลูกหลาน ระดมมาเข้าสายพานและกับค่าตัวหัวละ 1,000 บาท นั่นแหละ แน่นอนที่สุด – SWOT จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค ยังเป็นเครื่องมือมองตัวเอง มองคู่แข่ง ไตร่ตรองโอกาสและปัจจัยแวดล้อมที่ไม่เคยล้าสมัย ไม่ใช่แค่เป็นซีนโรแมนติกแบบ เขียนชาร์ตบนกระจกรถเท่านั้น (แต่เอาจริงดูแล้วก็แอบเขิน) – Differentiates VS Me too คำถามที่สำคัญเสมอ นั่นคือ สินค้าเหมือนกัน บริการเหมือนกัน รับ
ในโลกของธุรกิจ “ความเร็ว ความลับ และความไว้ใจ” คือสิ่งที่ทุกองค์กรยึดถือ ซึ่งซีรีส์ ‘สงคราม ส่งด่วน’ Mad Unicorn ซีรีส์ไทยแนวธุรกิจ ได้สอดแทรกเนื้อหาบทเรียนอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการนำเสนอเรื่องราวของศัตรูในคราบมิตร หรือที่เรียกว่า ‘หนอนบ่อนไส้’ ผ่าน 2 ตัวละคร อย่าง ลีนุกซ์ และ นิพนธ์ หัวหน้าคลังพัสดุ คนในที่ทำทีเป็นพวก แต่กลับขายความลับให้กับฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัว มากกว่าการมีคู่แข่งเสียอีก ปล. ข้อความหลังจากนี้อาจจะเป็นการสปอยล์เนื้อหาให้คุณได้ “หนอนบ่อนไส้” ในบริษัท Thunder Express มี ‘หนอน’ ที่ซ่อนอยู่ในองค์กรทั้งหมด 2 ตัว หนอนตัวแรก คือ ‘ลีนุกซ์’ โปรแกรมเมอร์ที่นำความลับทางการค้าของบริษัทไปเปิดเผยให้กับบริษัทคู่แข่ง เธอเปิดเผยข้อมูลแคมเปญ ‘Next Day’ ที่จะชิงความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ แต่กลับถูกลอกเลียนไปโดยไม่ทันตั้งตัว ถึงแม้ว่าแคมเปญจะถูก Copy ไป แต่ Thunder Express ก็สามารถฝ่าฟันวิกฤตตรงส่วนนี้มาได้ แต่ทว่า ลีนุกซ์ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เธอกลับถูกบริษัทคู่แข่งสั่งให้ทำสิ่งที่ร้ายแรงที่สุด นั่นคือ การกด Reset ระบบสายพานในคลังสินค้า ทำให้กร
จากซีรีส์ ‘สงคราม ส่งด่วน’ Mad Unicorn (2025) ที่เพิ่งสตรีมบน Netflix ไปได้เพียง 1 วัน แต่สามารถปลุกกระแสความนิยมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนำแสดงโดย ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์ ดาราหนุ่มมากฝีมือ กับบทบาท อดีตเด็กแว้นที่อยากปั้นสตาร์ตอัป ‘ขนส่ง’ ขึ้นมาโค่น ‘เจ้าสัวใหญ่’ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสตาร์ตอัปยูนิคอร์นหมื่นล้านตัวแรกของไทย นั่นคือ แฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express) และวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ ‘คมสันต์ แซ่ลี’ ผู้ก่อตั้ง แฟลช เอ็กซ์เพรส ที่ขึ้นเป็นซีอีโอตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 ปี ให้มากขึ้น ย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 ซีอีโอวัย 30 ปี ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า เติบโตมาในครอบครัวค้าขาย มีพี่น้อง 3 คน ตัวเขาเป็นลูกชายคนโต บ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดเชียงราย แต่ไปเรียนต่อที่จังหวัดลำปาง จนจบปริญญาตรี ในสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ จากนั้นย้ายไปทำธุรกิจที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนเล่าต่อว่า เคยทำธุรกิจส่วนตัวตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่จังหวัดลำปาง โดยเปิดร้านขายของอยู่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เน้นขายของให้กลุ่มนักศึกษาจีนที่มาเรียนในโครงการแลกเปลี่ยน เพราะเห็นว่านักศึกษาจีนกิ
