สมุนไพรไทย
กรุงเทพมหานคร — บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด แบรนด์สมุนไพรไทยที่กลายเป็นไอคอนิกของประเทศ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้าร่วมโครงการ “Amazing Thailand Grand Sale 2026” ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน – 31สิงหาคม 2569 เพื่อร่วมส่งเสริมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและผลักดัน “สมุนไพรไทย” ให้เป็นหนึ่งใน Soft Power สำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยบนเวทีโลก นายธีระพงศ์ ระบือธรรม ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด กล่าวว่า “หงส์ไทยรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนออัตลักษณ์ไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา หงส์ไทยไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์สมุนไพร แต่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำและประสบการณ์ของผู้บริโภค เราเชื่อว่าสมุนไพรไทยคือ Soft Power ที่ทรงคุณค่า สะท้อนภูมิปัญญาและวิถีชีวิตไทยได้อย่างชัดเจน การที่นักท่องเที่ยวซื้อหงส์ไทยกลับไป จึงเป็นการนำเรื่องราวของประเทศไทยกลับไปด้วย” ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งด้วยแคมเปญสุดพิเศษ: เพื่อสร้างความประทับใจระดับสากล หงส์ไทยไ
เมื่อไม่นานมานี้ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เข้าร่วมจัดแสดงผลงานในการประชุมวิชาการประจำปีของ ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย (Royal College of Orthopaedic Surgeons of Thailand – RCOST 2025) ครั้งที่ 47 โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 2,000 คน ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ อาทิ President’s Talk การบรรยายพิเศษจากวิทยากรชั้นนำระดับประเทศและนานาชาติ รวมถึงนิทรรศการแสดงนวัตกรรมยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์จากบริษัททั้งในและต่างประเทศ ในส่วนของบูธอภัยภูเบศร ตั้งอยู่ในโซนกลางของเครือข่ายราชวิทยาลัยฯ ร่วมกับหน่วยงานชั้นนำ อาทิ องค์การเภสัชกรรม (GPO) โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ และศูนย์เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์สมุนไพร “มัสคูลสเปรย์ (MusCool Spray)” เป็นจุดเด่นของงาน สำหรับ มัสคูลสเปรย์ เป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติที่สามารถเบิกจ่ายได้ทุกสิทธิการรักษา โดยภายในบูธได้จัดแสดงเส้นทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นสมุนไพร “กระดูกไก่ดำ (Justicia gendarussa)” ทั้งในรูปต้นจริงและต้นแห้ง กระบวนการสกัดสารสำคัญ กา
ครั้งแรกของโลก พบ “สมุนไพรไทย” แก้ปัญหา “ตะกรัน” ในระบบทำความเย็น ในยุคที่ สิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นสำคัญระดับโลก การพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติได้รับความสนใจอย่างมาก ล่าสุด เอ็มกรุ๊ปโฮลดิ้ง จับมือ วิสาหกิจชุมชนรำมะสัก เปิดตัว นวัตกรรมสมุนไพรไทยแก้ปัญหาตะกรันในระบบทำความเย็น นับเป็นการค้นพบครั้งแรกของประเทศไทย และอาจเป็นครั้งแรกของโลก คุณภิญญ์ชยุตม์ อัครกุลศานต์ ประธานเอ็มกรุ๊ปโฮลดิ้ง คือหนึ่งในนักธุรกิจที่สนใจทำธุรกิจที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม โดยเข้าไปสนับสนุนต่อยอดงานวิจัยเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยการค้นพบครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการศึกษาวิจัยของ บริษัท เฮิร์บ อินโนเทค จำกัด บริษัทในเครือเอ็มกรุ๊ปฯ ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนรำมะสัก อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ขณะนี้ส่งออกจำหน่ายในตลาดแถบเอเชีย และอยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตรให้เป็นสมบัติของชาติไทย เพื่อยกระดับสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยนวัตกรรมนี้สามารถ กำจัดและป้องกันการเกิดตะกรันในระบบ Evaporative Condenser และ Cooling Tower ซึ่งเป็นปัญหาหลักในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ด้วยสารสกัดจาก สมุนไพรไทยแท้ 100% เช่น น้ำด่
สืบสานภูมิปัญญา ผลักดันปราจีนบุรี ขึ้นแท่น “Silicon Valley ด้านสมุนไพร” เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกับ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และ ภาคีเครือข่าย จัดงานมหกรรมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยปราจีนบุรี ครั้งที่ 1 ภายใต้แนวคิด “สืบสานภูมิปัญญาพื้นบ้าน สร้างสรรค์นวัตกรรม เสริมพลังการแพทย์แผนไทย เพื่อสุขภาวะประชาชน” เปิดประสบการณ์สุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย และสมุนไพร เพื่อเสริมความเข้มแข็งด้านสุขภาพด้วยภูมิปัญญาแผนไทย พญ.อรรัตน์ จันทร์เพ็ญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบรี (นพ.สสจ.ปจ.) กล่าวถึงความสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ว่า ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้นำเสนอภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยสู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยการรวมพลังจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านสาธารณสุขและวิสาหกิจชุมชน เพื่อนำความรู้เกี่ยวกับการใช้สมุนไพรและการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยมาสู่คนในพื้นที่และประชาชนทั่วไป การจัดงานครั้งนี้ ยังเป็นการตอกย้ำว่าจังหวัดปราจีนบุรี เป็นเมืองสมุนไพรต้นแบบ และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 7 ปี โดยภายในงานได้นำอัตลักษณ์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรมาให้บริการประชาช
ส่งเสริม ใช้ยาสมุนไพรไทย ลดเคมี นำเข้า เพื่อเกษตรกรไทยยั่งยืน ประเทศไทย มีความหลากหลายทางชีวภาพเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปลูกพืชสมุนไพร ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของ “ยาตำรับไทย” เพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ผศ.ดร.เภสัชกรหญิงนิศารัตน์ ศิริวัฒนเมธานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึง “ยาตำรับไทย” 2 ขนาน ที่เป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ และมีใช้ในโรงพยาบาลสำหรับบรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และฝุ่น PM2.5 ซึ่งกำลังเป็นปัญหาคุกคามโลก ที่กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ ได้แก่ ยาตำรับไทย ได้แก่ ยาตำรับไทย “ปราบชมพูทวีป” และ “ประสะเปราะใหญ่” โดยยาตำรับไทย “ปราบชมพูทวีป” ประกอบด้วยสมุนไพรไทยที่มีรสเผ็ดร้อน ซึ่งจะช่วยปรับสมดุลของธาตุต่างๆ ลดอาการอักเสบที่ผิวหนังและทางเดินหายใจ บรรเทาอาการภูมิแพ้ได้ใกล้เคียงกับยาแผนปัจจุบันที่ชื่อ “Loratadine” ที่มีสรรพคุณในการแก้แพ้ แก้หวัด ลดน้ำมูก ในขณะที่ ยาตำรับไทย “ประสะเปราะใหญ่” ซึ่งประ
ขนสุดยอดสมุนไพร บุกสิงคโปร์ โปรโมตไทย เมืองท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เข้ารับพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) หรือรางวัลกินรี ครั้งที่ 14 ประจำปี 2566 จาก ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดขึ้น โดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลดีเด่น สาขาการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า อภัยภูเบศร ได้นำเสนอแนวคิดด้านการท่องเที่ยวเพื่อสร้างการเรียนรู้ได้บนแนวคิด PLEARN (เพลิน) ซึ่งมาจาก Play และ Learn โดยมีการปรับกิจกรรมให้เหมาะกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพ นักท่องเที่ยวนอกจากจะได้มาเที่ยวชมความงามของสถาปัตยกรรมโบราณอายุกว่า 115 ปี แล้วยังสามารถเรียนรู้แนวคิดเพื่อต่อยอดธุรกิจสปา แนวคิดการสร้างความสมดุลอย่างองค์รวม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากฐานทรัพยากรธรรมชาติที่มีในชุมชนได้ ส่งเสริมให้เกิดการพึ่งตนเองในระดับประชาชน ครัวเรือน และสังคมได้ น
กรมการแพทย์แผนไทยฯ คาด ปี 66 มูลค่าการบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเทศ เพิ่มขึ้นกว่า 5 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพร ให้มีศักยภาพด้านการผลิตและการตลาด เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 เฟซบุ๊ก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผยแผนการขับเคลื่อนนโยบายการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570) ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น นำสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรไปใช้ในการดูแลสุขภาพ ตั้งเป้าปี 2566 มูลค่าของการบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพรมวลรวมในประเทศเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาท พร้อมผลักดันผู้ประกอบการผลิตสมุนไพร ให้มีศักยภาพด้านการผลิตและการตลาด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การขยายตัวของตลาดสมุนไพรสอดคล้องกับนโยบายที่ชัดเจนของประเทศในการส่งเสริมอุตสาหกรรมสมุนไพร ที่นำเอาจุดเด่นของประเทศ ที่เป็นแหล่งพันธุกรรมสำคัญของโลกโดยเฉพาะพืชสมุนไพร มาพัฒนาเพื่อให้เกิดรายได้ของประเทศ แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566-257
วิจัย สูตรผสม ข่า มะนาว ย่านาง พริกไทย ใบกัญชา อาจมีฤทธิ์สู้ ลองโควิด สมุนไพรไทยดี ไม่แพ้ชาติใดในโลก คำกล่าวนี้ไม่เกินจริง นำความภาคภูมิใจมาสู่คนไทยเสมอ โดยครั้งนี้ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับ บริษัท นารีฟาร์มากรุ๊ป จำกัด ผู้คิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรไทย ร่วมกันขับเคลื่อน Thailand Medical Hub ผลักดันสมุนไพรไทย กัญชาทางการแพทย์ สู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพระดับโลก คุณพิมส์นารี นรรพสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท นารีฟาร์มากรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า มหาวิทยาลัยรังสิต และ บริษัท นารีฟาร์มากรุ๊ป จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพสมุนไพรไทย ตั้งแต่กลางปี 2565 กระทั่งได้รับการการันตีผลการวิจัยเผยแพร่ลงวารสารวิชาการ ระดับนานาชาติ ในสาขา Complementary and Alternative Medicine ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก โดยผลการวิจัยสมุนไพรไทยสูตรผสม ที่มีส่วนผสมสมุนไพร 5 ชนิด ข่า มะนาว ใบย่านาง พริกไทย และใบกัญชา ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ชื่อ BMC Complementary Medicine and Therapies ในวารสารประจำปี 2023 สำหรับผลการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบในหลอดท
กัญชา อะไรทำได้-ไม่ได้ เร่งทำความเข้าใจ เตือนแล้วไม่ฟัง ต้องดำเนินคดี เมื่อเร็วๆ นี้ นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาทางการแพทย์ ครั้งที่ 6/2565 ซึ่งวาระการประชุมให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน และส่งเสริมให้ตลาดกัญชาทางการแพทย์และสุขภาพเติบโตอย่างยั่งยืน นพ.ประพนธ์ กล่าวว่า กัญชาทางการแพทย์ เป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข เพราะเราเห็นว่า การรักษาที่เรามีอยู่นั้น อาจยังไม่เพียงพอต่อการเยียวยาความเจ็บป่วยในปัจจุบัน ประกอบกับกัญชา เป็นสมุนไพรไทยที่เรามีองค์ความรู้การใช้มานาน หากเราสามารถพัฒนายาที่โลกต้องการบนฐานองค์ความรู้ของเรา ก็จะเป็นแพลตฟอร์มในการพัฒนายาจากสมุนไพรอื่นๆ ด้วย โดยให้กัญชาเป็น “เรือธง” ของสมุนไพรไทย จูงผลิตภัณฑ์สมุนไพรอื่นๆ ไปด้วย อย่างไรก็ตาม การพัฒนากัญชานั้น มีความท้าทายกว่ามาก ซึ่ง สธ. พยายามออกกฎระเบียบที่สอดคล้องกับองค์ความรู้ดั้งเดิมและสมัยใหม่ ควบคุมในสิ่งที่ต้องควบคุม แต่ถ้าควบคุมทุกอย่าง กัญชาก็จะไปอยู่ใต้ดินอีก ดังนั้น ช่วง
สมุนไพรไทย สุดเจ๋ง วิจัยพบสารสกัด มีฤทธิ์ป้องกัน-ชะลอ อัลไซเมอร์ ด้วยเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ที่ล้ำหน้าในปัจจุบันสามารถพิสูจน์ได้แล้วว่า “สมุนไพรไทยนวโกฐ” ซึ่งประกอบด้วย โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา โกฐก้านพร้าว โกฐกระดูก โกฐพุงปลา และ โกฐชฎามังสี ไม่ได้มีสรรพคุณเพียง “แก้ลม” แต่อาจใช้ป้องกันและชะลอการเกิด “โรคอัลไซเมอร์” ได้ต่อไปในอนาคต ผศ.ดร.เภสัชกรหญิงบุญรัตน์ จันทร์ทอง หัวหน้าห้องปฏิบัติการพิษวิทยาและการตรวจวิเคราะห์ชั้นสูง ศูนย์ตรวจวินิจฉัยทางการสัตวแพทย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการศึกษาวิจัยสารสกัดจากสมุนไพรไทยนวโกฐ จนสามารถค้นพบว่ามีกลไกการออกฤทธิ์และให้ผลป้องกันการเสื่อมต่อระบบประสาทในหลอดทดลอง ผลงานวิจัยดังกล่าว ได้รับการตอบรับตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ “Journal of Ethnopharmacology” (Q1) เมื่อเร็วๆ นี้ โดย ผศ.ดร.เภสัชกรหญิงบุญรัตน์ เป็นผู้ประพันธ์บรรณกิจ (Corresponding Author) ในผลงานดังกล่าว แม้จะเป็นเพียงความสำเร็จในหลอดทดลองกับแบบจำลองเซลล์ประสาทและเซลล์ที่เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อประสา
