สมุนไพรไทย
DIFF. ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายจากธรรมชาติ ผลิตจากเกลือ ข้าวออร์แกนิก และสมุนไพรไทย จากปัญหาคนใกล้ตัวได้จุดประกายให้คุณทีม – อธิภัทร ปิยกิตติไพบูลย์ คุณเบิรด์–ณัฐนภันต์ พราหมณโชติ ชายหนุ่มในวัย 30 ปีที่ชอบค้าขาย ได้กลายเป็นเจ้าของธุรกิจสินค้าประเภทสเปรย์และผงระงับกลิ่นกายออร์แกนิก “DIFF.” (ดิฟฟ์) ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติผสมผสานสมุนไพรไทย สบายใจใช้แล้วไม่เกิดคราบที่เสื้อ ตอกย้ำไม่ต้องมีกลิ่นตัวก็สามารถใช้ได้ เพราะช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวใต้วงแขน เพิ่มความมั่นใจสร้างบุคลิกภาพทุกเพศทุกวัย ลูกค้าประจำเพียบมีทั้งคนไทยและต่างชาติ และยังได้รับรางวัล 7innovation awards 2018 รางวัลนวัตกรรม แปรรูปเกลือเป็นผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย ก่อนจะมาเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณทีม จบการศึกษาด้านกราฟิกดีไซน์ ทำงานในแวดวงที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปะ ส่วนคุณเบิร์ด จบการศึกษาด้านรัฐประศาสนศาสตร์ กระทั่งเพื่อนนักกีฬาและรุ่นน้องที่สนิทมีปัญหาเรื่องกลิ่นตัว ทั้งสองคนเลยอยากช่วยแก้ปัญหา โดยศึกษาเรื่องสมุนไพรและวัตถุดิบจากธรรมชาติอะไรบ้างที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียระงับกลิ่นกาย ประกอบกับได้นักวิจัยจากมหาวิ
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานสัมมนา เรื่องสมุนไพรไทยกับความพร้อมในตลาดโลก จัดโดย สนค. และศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ ว่า สนค. ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาจากศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ จัดทำร่างยุทธศาสตร์การเพิ่มศักยภาพตลาดสมุนไพรไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2560-2564 ที่กระทรวงสาธารณสุขจัดทำ มีเป้าหมายให้ไทยเป็นประเทศส่งออกวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำของอาเซียน และมูลค่าของวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 เท่าตัวภายในปี 2564 ในส่วนแผนการส่งเสริมตลาดของสมุนไพรไทย เดิมมีอยู่แต่กระจัดกระจาย กระทรวงพาณิชย์จึงเข้ามาเป็นหน่วยงานหลักดูแลอย่างจริงจัง น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การเพิ่มศักยภาพตลาดสมุนไพรไทยนั้น จะมี 4 สมุนไพรนำร่อง ประกอบด้วย ขมิ้นชัน ไพล บัวบก และกระชายดำ ตามยุทธศาสตร์ที่จะดำเนินการต่อไปคือ 1. การจัดการวัตถุดิบและการแปรรูป 2. การพัฒนานวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มในการแปรรูปผลิ
