สเต๊กถาด
อดีตครู คิดแหวกไม่เหมือนใคร ทำสเต๊กถาดยักษ์ ข้างวัด ที่ใครๆ ต้องตามมากิน เงินเดือนที่เคยได้จากงานประจำ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนตัดสินใจลาออก เพื่อตามหาช่องทางสร้างรายได้ที่ดีขึ้น เพราะงานประจำที่มั่นคง อาจจะเพียงพอต่อคน 1 คน แต่เมื่อมีภาระหน้าที่เพิ่มมากขึ้น เงินที่ได้จากงานประจำอาจจะไม่ใช่งานที่มั่นคงสำหรับบางคนอีกต่อไป เช่นเดียวกันกับ คุณโน๊ต-ธรา เหลืองเช็ง ครูอัตราจ้างที่ลาออกมาเป็นเจ้าของธุรกิจ Verygood Steakhouse เนื่องจากต้องหารายได้มาเลี้ยงดูครอบครัว เพราะมีลูก และมีภาระหน้าที่ที่จะต้องจ่ายเพิ่มขึ้น รายได้ที่เคยมีจึงไม่เพียงพอ นอกจากนี้ ยังมาบอกเล่าเคล็ดลับความสำเร็จ ที่ผ่านมาไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ และมีทริกมาฝากสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะออกจากงานประจำมาเปิดกิจการเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง ออกจากอาชีพครูที่ทำมานานถึง 15 ปี เพื่อรายได้ที่มากกว่า ต้องเล่าก่อนว่า ก่อนที่คุณโน๊ตจะเริ่มทำธุรกิจด้านอาหาร ก่อนหน้านั้นเขาทำอาชีพครูอัตราจ้าง สอนวิชาพลศึกษา ประกอบอาชีพนี้มานานถึง 15 ปี จึงตัดสินใจลาออก เพราะมีลูก และค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเพิ่มมากขึ้น ตอนที่ตัดสินใจลา
อารย จารุธาณินทร์ หรือ “วิว” เด็กหนุ่มไฟแรงวัยเพียง 24 ปี จบ ปวส. แผนกคหกรรม เอกอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา จากนั้นต่อปริญญาตรี วิทยาลัยดุสิตธานี คณะการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร ลุยธุรกิจเปิดร้านสเต๊กในตู้คอนเทนเนอร์ ตั้งชื่อร้านว่า “พอร์เทอร์เฮ้าส์” โชว์จุดเด่นใช้เนื้อสัตว์อนามัย ได้รับเครื่องหมาย Q รับรองโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครีเอทเมนู “สเต๊กถาด” เพื่อเอาใจวัยโจ๋โดยเฉพาะ เปิดขายได้เพียง 7 เดือน รายได้แต่ละเดือนราว 3 แสนบาท กระแสตอบรับดีเกินคาด ขยายธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์ วัตถุดิบพรีเมี่ยม เสิร์ฟในตลาดนัด ก่อนที่คุณวิวจะเปิดร้านสเต๊กพอร์เทอร์เฮ้าส์ ในอดีตเขาเคยเปิดร้าน เลอ มาแตง สเต็กฮัท รวมถึงขายแฟรนไชส์ ขายดีมากมีราว 50 สาขา ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด แต่เจอปัญหาแฟรนไชส์ซี (ผู้ที่มาซื้อ แฟรนไชส์) ปรับเปลี่ยนวัตถุดิบ ไม่ใช้ตามที่เงื่อนไขกำหนด หนที่สุดยุติการขายแฟรนไชส์ แล้วรีแบรนด์ใหม่ ใช้ชื่อร้านว่า “พอร์เทอร์เฮ้าส์” “ผมชอบการทำอาหาร ชอบทานอาหาร โดยเมนูที่โปรดปราน คือ เสต๊กเนื้อวัว เลยเลือกเรียนทางด้านอาหารตั้งแต่หลังจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 กระทั่งจบปริญญาตรีที่วิ
คุณอารย จารุธาณินทร์ หรือ คุณวิว เด็กหนุ่มไฟแรงวัยเพียง 24 ปี ศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี คณะการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร ลุยธุรกิจเปิดร้านสเต๊กในตู้คอนเทนเนอร์ ตั้งชื่อร้านว่า “พอร์เทอร์เฮ้าส์” โชว์จุดเด่นใช้เนื้อสัตว์อนามัย ได้รับเครื่องหมาย Q รับรองโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครีเอตเมนู “สเต๊กถาด” เพื่อเอาใจวัยโจ๋โดยเฉพาะ เปิดขายได้เพียง 7 เดือน รายได้แต่ละเดือนราว 300,000 บาท กระแสตอบรับดีเกินคาด ขยายธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์ วัตถุดิบพรีเมี่ยม เสิร์ฟในตลาดนัด ก่อนที่คุณวิวจะเปิดร้านสเต๊กพอร์เทอร์เฮ้าส์ ในอดีตเขาเคยเปิดร้าน เลอ มาแตง สเต็กฮัท รวมถึงขายแฟรนไชส์ ขายดีมากมีราว 50 สาขา ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แต่เจอปัญหาแฟรนไชซี (ผู้ที่มาซื้อแฟรนไชส์) ปรับเปลี่ยนวัตถุดิบ ไม่ใช้ตามที่เงื่อนไขกำหนด หนที่สุดยุติการขายแฟรนไชส์ แล้วรีแบรนด์ใหม่ ใช้ชื่อร้านว่า “พอร์เทอร์เฮ้าส์” “ผมชอบการทำอาหาร ชอบทานอาหาร โดยเมนูที่โปรดปรานคือ สเต๊กเนื้อวัว เลยเลือกเรียนทางด้านอาหารตั้งแต่หลังจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 กระทั่งจบปริญญาตรีที่วิทยาลัยดุสิตธานี คณะการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร ระหว่างเรียนก็
อารย จารุธาณินทร์ หรือ “วิว” เด็กหนุ่มไฟแรงวัยเพียง 24 ปี ศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี คณะการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร ลุยธุรกิจเปิดร้านสเต๊กในตู้คอนเทนเนอร์ ตั้งชื่อร้านว่า “พอร์เทอร์เฮ้าส์” โชว์จุดเด่นใช้เนื้อสัตว์อนามัย ได้รับเครื่องหมาย Q รับรองโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครีเอทเมนู “สเต๊กถาด” เพื่อเอาใจวัยโจ๋โดยเฉพาะ เปิดขายได้เพียง 7 เดือน รายได้แต่ละเดือนราว 3 แสนบาท กระแสตอบรับดีเกินคาด ขยายธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์ วัตถุดิบพรีเมี่ยม เสิร์ฟในตลาดนัด ก่อนที่คุณวิวจะเปิดร้านสเต๊กพอร์เทอร์เฮ้าส์ ในอดีตเขาเคยเปิดร้าน เลอ มาแตง สเต็กฮัท รวมถึงขายแฟรนไชส์ ขายดีมากมีราว 50 สาขา ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด แต่เจอปัญหาแฟรนไชส์ซี (ผู้ที่มาซื้อ แฟรนไชส์) ปรับเปลี่ยนวัตถุดิบ ไม่ใช้ตามที่เงื่อนไขกำหนด หนที่สุดยุติการขายแฟรนไชส์ แล้วรีแบรนด์ใหม่ ใช้ชื่อร้านว่า “พอร์เทอร์เฮ้าส์” “ผมชอบการทำอาหาร ชอบทานอาหาร โดยเมนูที่โปรดปราน คือ เสต๊กเนื้อวัว เลยเลือกเรียนทางด้านอาหารตั้งแต่หลังจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 กระทั่งจบปริญญาตรีที่วิทยาลัยดุสิตธานี คณะการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร ระหว่างเรียนก็เปิดร้
