หนังไทย
หนังบางเรื่อง…โตมาถึงเข้าใจ! สาวออฟฟิศเปรียบชีวิตตัวเองเหมือน ‘เหมยลี่’ ตื่นไปทำงาน กลับบ้านดึก ชีวิตวนลูป แต่ความจริงเหมยลี่รวย ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน เรียกได้ว่ากลับมาเป็นกระแสอีกครั้งกับตัวละคร “เหมยลี่” ตัวละครสาวโสดวัย 30 ปีในภาพยนตร์ เรื่อง “รถไฟฟ้า มาหานะเธอ” ที่เป็นหนังไทยแนวโรแมนติก-คอมเมดี้ เข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552 โดยวันแรกที่เข้าฉายก็สามารถกวาดรายได้ไปมากถึง 15.1 ล้านบาทเลยทีเดียว ล่าสุดในแพลตฟอร์ม X ได้มีการพูดถึงตัวละครเหมยลี่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีผู้ใช้ X ได้โพสต์ว่า ตอนดูรถไฟฟ้ามาหานะเธอสมัยเด็กๆ ก็ไม่เข้าใจชีวิตเหมยลี่นะ ทำไมวัยทำงานมันถึงดูเหงาและหาแฟนยากขนาดนั้น จนกระทั่งโตมาเป็นเหมยลี่เอง ชีวิตวนลูปเดิม ทำงานเสร็จก็อยากตรงกลับบ้าน วันหยุดก็คืออยากนอนเฉยๆ เพื่อนก็เจอกันน้อยลงเพราะต่างคนต่างมีแฟน ต่างมีชีวิตเป็นของตัวเอง — 기 (@23jpeg) February 24, 2025 หรือจะเป็นอีกโพสต์ที่พูดว่า “เหมยลี่บ้านอยู่เจริญกรุง เรียนคอนแวนต์ สะพายกระเป๋าไม่ซ้ำ goyard chanel gucci lv. ถ้าไม่มีหลัวก็ขอใช้ชีวิตแบบนี้” โดยมียอดเข้าชมโพสต์นั้นสูงถึง 12 ล้าน
เศรษฐกิจฟุบ โควิดซ้ำ! หนังไทย ถึงขั้น “ไอซียู” ผกก.หนุ่มเฉือนเนื้อ ดันฉาย “ฮั่งจุ้นเจี๋ย” สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อผู้คนในทุกมิติของสังคมไม่เว้นแม้แต่คนทำหนังอย่าง “ศรัทธา ทาไชย” ผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง “Delicious Thailand” หรือชื่อไทยว่า “ฮั่งจุ้นเจี๋ย” ที่รอการฉายมายาวนานหลายปี ทั้งติดด้วยภาวะเศรษฐกิจ และจากความนิยมในตัวของภาพยนตร์ไทยและเงื่อนไขทางสังคมอีกหลายอย่าง ทำให้การถ่ายทำ และการรอเข้าฉายกินเวลาหลายปี และเมื่อได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซ้ำเติม เขาจึงต้องเลือกที่จะต้องฉายหนังแบบ “ออนไลน์” ตามยุคสมัย คุณศรัทธา บอกว่า ภาพยนตร์ไทยผ่านยุคเฟื่องฟูมาระยะหนึ่งแล้ว ยิ่งปัจจุบันเจอการโหมกระหน่ำฉายของหนัง “ใหญ่ยักษ์” จากฝั่งอเมริกา โอกาสที่ภาพยนตร์ไทยจะแบ่งรายได้ยิ่งเป็นไปได้ยาก เรียกว่าแทบตายไปเลยทีเดียว ยิ่งมาเจอสถานการณ์โควิด-19 นี่เรียกว่าซ้ำเติมกัน “เข้าขั้น ไอซียู” เลยทีเดียว เพราะมีการสั่งปิดโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของธุรกิจโรงภาพยนตร์ไทย คนทำหนังที่มีหนังใหญ่ๆ ทั้งหนังไทย-หนังเทศ ต้องเลื่อนโปรแกรมฉายกันระนาว ตนจึงตัดสินใจเปิดศัก
‘ซีเจ เมเจอร์’ ทุ่ม 100 ล้าน ส่งภาพยนตร์ 3 เรื่องฉายปีนี้ หวังกวาดรายได้ 300 ล้าน! นางสาว โยชู ชเว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ กล่าวว่า บริษัท ซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2559 ภายใต้ความร่วมมือของ เมเจอร์ กรุ๊ป ผู้ให้บริการโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย และบริษัท ซีเจ อีแอนดีเอ็ม จำกัด คอนเทนต์รายใหญ่ที่ในเกาหลีใต้ โดยมีซีเจ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เป็นบริษัทลูกด้านการผลิตภาพยนตร์ก่อตั้งขึ้นในปี 2535 ถือครองลิขสิทธิ์ภาพยนตร์มากกว่า 500 เรื่อง นางสาว โยชู กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง มีผู้กำกับ และนักเขียนบทฝีมือดีอยู่มาก ในปีที่ผ่านมาประเทศในแถบอาเซียนสามารถรายได้จากการฉายภาพยนตร์ได้มากกว่า 38 ล้านบาท ขณะที่เกาหลีใต้มีรายได้บ็อกออฟฟิศมูลค่ามากกว่า 49 ล้านบาท เป็นตัวบ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมไทยมีโอกาสเติบโตต่อไปได้อีก หากได้รับการผลักดัน ขณะที่ปี 2561 มีภาพยนตร์เข้าฉายเพียง 42 เรื่อง ลดลงจากปี 2555 ที่เข้าฉายมากถึง 64 เรื่อง และมีเพียงไม่ถึง 3 เรื่องที่ทำรายได้แตะ 100 ล้านบาท ต่างกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่สามาร
