Featured การเงิน และการตลาด

หนังบางเรื่อง…โตมาถึงเข้าใจ! สาวออฟฟิศเปรียบชีวิตตัวเองเหมือนเหมยลี่ แต่ความจริงเหมยลี่รวย ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน

หนังบางเรื่อง…โตมาถึงเข้าใจ! สาวออฟฟิศเปรียบชีวิตตัวเองเหมือน ‘เหมยลี่’
ตื่นไปทำงาน กลับบ้านดึก ชีวิตวนลูป แต่ความจริงเหมยลี่รวย ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน

รถไฟฟ้า มาหานะเธอ
รถไฟฟ้า มาหานะเธอ

เรียกได้ว่ากลับมาเป็นกระแสอีกครั้งกับตัวละคร “เหมยลี่” ตัวละครสาวโสดวัย 30 ปีในภาพยนตร์ เรื่อง “รถไฟฟ้า มาหานะเธอ” ที่เป็นหนังไทยแนวโรแมนติก-คอมเมดี้ เข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552 โดยวันแรกที่เข้าฉายก็สามารถกวาดรายได้ไปมากถึง 15.1 ล้านบาทเลยทีเดียว

ล่าสุดในแพลตฟอร์ม X ได้มีการพูดถึงตัวละครเหมยลี่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีผู้ใช้ X ได้โพสต์ว่า

หรือจะเป็นอีกโพสต์ที่พูดว่า 

“เหมยลี่บ้านอยู่เจริญกรุง เรียนคอนแวนต์ สะพายกระเป๋าไม่ซ้ำ goyard chanel gucci lv. ถ้าไม่มีหลัวก็ขอใช้ชีวิตแบบนี้” โดยมียอดเข้าชมโพสต์นั้นสูงถึง 12 ล้านยอดวิว และมีคนรีโพสต์ไปทั้งหมด 5 หมื่นกว่าครั้งเลยทีเดียว

โดยหนังเรื่องนี้อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกสนุกและอินไปกับเรื่องราวความรักของ “เหมยลี่” ที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ตื่นไปทำงาน กลับบ้านดึก ชีวิตวนลูปแบบนี้ในทุกๆ วัน ทำให้คนที่เคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้ เมื่อโตขึ้นกลับพบว่าชีวิตของตนเองเริ่มคล้ายคลึงกับเหมยลี่

แต่สิ่งที่เราไม่ได้สังเกตคือ จริงๆ แล้วบ้านเหมยลี่อาจจะรวยอยู่แล้วก็ได้ เพราะหากมาย้อนดูดีๆ อีกทีหนึ่ง จะพบว่าในทุกฉากเธอจะสะพายกระเป๋าแบรนด์เนมแทบจะทุกซีน ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Goyard, Gucci หรือแบรนด์หรูอื่นๆ ที่แอบโผล่มาในหนัง

หรือจะเป็นฐานะในครอบครัวของเหมยลี่ ที่บ้านทำธุรกิจเป็นดีลเลอร์ขายมอเตอร์ไซค์ ถือว่ามีฐานะพอสมควร

ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า แม้ชีวิตเธอจะเหงา แต่การมีฐานะที่มั่นคงก็ทำให้เธอยังมี ความสุขแบบสบายๆ ได้ หากลองจินตนาการว่าถ้าเราเป็นเหมยลี่ แต่ใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน เงินไม่พอใช้ คงอาจจะไม่ได้ดูโรแมนติกแบบในหนังสักเท่าไหร่

เมื่อโตขึ้นก็ได้เข้าใจ “ความเหงา”

หนังบางเรื่องที่เคยดูตอนเด็ก แต่พอกลับมาดูอีกครั้งตอนโตแล้ว ก็อาจจะให้อารมณ์ความรู้สึกคนละแบบ อย่างเช่น รถไฟฟ้า มาหานะเธอ ตอนเด็กที่เคยดูอาจจะไม่เข้าใจว่าเหมยลี่เศร้าอะไร ร้องไห้ทำไม แต่เมื่อโตแล้วมาพบเจอกับชีวิตแบบนี้ก็ทำให้เข้าใจตัวละครมากยิ่งขึ้น

เพราะในชีวิตจริงอาจจะไม่ได้มีพระเอกสุดหล่อเหมือนลุง (เคน ธีรเดช) มีแต่เดดไลน์ ประชุมเช้า และอาหารที่กินวนซ้ำๆ ทุกวันมากกว่า

นอกจากนี้ ยังมีภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องที่อาจจะดูตอนเด็กแล้วไม่อิน ไม่เข้าใจเรื่องราวว่าทำไมต้องเป็นแบบนั้น แต่พอโตขึ้นและได้กลับมาดูหนังเรื่องนี้อีกครั้ง ทำให้เข้าใจความหมายมากขึ้น

เช่น ภาพยนตร์เรื่อง “แฟนฉัน” ที่ฉากตอนจบหากดูตอนเด็กอาจจะไม่เข้าใจว่า “ทำไมเจี๊ยบถึงไม่แต่งงานกับน้อยหน่า” โตขึ้นถึงรู้ว่า ความรักในวัยเด็ก อาจเป็นแค่ความทรงจำที่ดีที่มีกับคนคนนั้น

หรือจะเป็น “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก” ภาพยนตร์ดัง ที่กินใจหลายคนมาจนถึงทุกวันนี้ ด้วยเรื่องราวความรักของน้องน้ำที่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่างเพื่อพี่โชน

และ “กวน มึน โฮ” ที่ตอนเด็กดูแล้วอาจจะคิดว่าเป็นหนังตลก แต่เมื่อโตขึ้นถึงได้เข้าใจว่า มันคือหนังของคนเหงาที่หนีไปเที่ยวเพื่อหาความหมายให้กับตัวเอง

สุดท้ายนี้ ชีวิตของเหมยลี่ในหนังเป็นภาพแทนของคน “วัยทำงาน” ในเมือง ที่ถึงแม้จะมีเงิน มีไลฟ์สไตล์ดีๆ แต่ก็ยังขาดความสัมพันธ์ที่เติมเต็มชีวิต 

ในขณะที่ความเป็นจริงของใครหลายคนอาจไม่ใช่แค่เหงา แต่ยังต้องรับมือกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ค่าเช่าห้องที่แพงขึ้น และเงินเก็บที่ยังไม่แน่ใจว่าเพียงพอหรือเปล่า

เพราะฉะนั้น เวลาดู รถไฟฟ้า มาหานะเธอ ในวัยที่โตขึ้น เราอาจจะไม่ได้แค่เข้าใจความรู้สึกของเหมยลี่ แต่ยังแอบคิดในใจว่า “ถ้าฉันมีเงินแบบเหมยลี่ก็คงจะดี”

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน