อภัยภูเบศร
เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ สะท้อนให้เห็นว่า “ภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป” แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงรุนแรง แต่เมื่อเกิดเหตุ สิ่งที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่เพียงอาคาร บ้านเรือน หรือระบบสาธารณูปโภค หากแต่รวมถึงระบบบริการสุขภาพที่อาจเข้าถึงได้ยากในช่วงเวลาวิกฤต ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงการเตรียมเพียงอาหาร น้ำดื่ม หรือไฟฉาย แต่ต้องรวมถึง “การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ” เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองและคนในครอบครัวได้ในช่วงเวลาที่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง “เมื่อเกิดภัยพิบัติ โรงพยาบาลอาจมีผู้ป่วยจำนวนมาก ถนนอาจถูกตัดขาด ร้านขายยาอาจปิดชั่วคราว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังอยู่กับเราเสมอ คือความรู้และทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัว” ดร.สุภาภรณ์ กล่าว ดร.สุภาภรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยโชคดีที่มีสมุนไพรเป็น “เสบียงสุขภาพ” กระจายอยู่ในทุกชุมชน หลายชนิดปลูกอยู่ในรั้วบ้าน อยู่ในสวนครัว หรือหาได้จากตลาดใกล้บ้าน ไม่ว่าจะเป็น ขิง สำหรับบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน และช่วย
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เตรียมนำองค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทย ภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพ และนวัตกรรมจากงานวิจัย เข้าร่วมจัดแสดงในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–5 กรกฎาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ชูแนวคิด “เมื่อโลกเปลี่ยน…คนต้องปรับ” มุ่งส่งเสริมการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพและเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้ประชาชน ท่ามกลางความท้าทายจากโรคอุบัติใหม่ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 โดยกระทรวงสาธารณสุขและเครือข่าย โดยปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Natural Roots – Economic Boost : จากธรรมชาติ สู่การสร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” เพื่อขับเคลื่อนสมุนไพรไทยสู่การเป็นทั้งเครื่องมือดูแลสุขภาพและฐานเศรษฐกิจชีวภาพสำคัญของประเทศ โดยอภัยภูเบศร ในฐานะหน่วยงานด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรชั้นนำของประเทศ เตรียมนำองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันมาถ่ายทอดแก่ประชาชนอย่างเข้มข้นตลอดการจัดงาน แพทย์หญิงวลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า “ปัจจุบันโลกเผชิญความไม่แน่
เมื่อวันที่ 23 มกราคม 256 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน มหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับประเทศ ประจำปี 2569 หรือ อย. EXPO 2026 ภายใต้แนวคิด “From Local to Global” โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และคณะทูตจากหลายประเทศเข้าร่วมอย่างคึกคัก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและผลิตภัณฑ์สุขภาพของภูมิภาค ใช้เศรษฐกิจสุขภาพเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ สร้างงาน และขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยหัวใจของการขับเคลื่อนคือ มาตรฐาน ความปลอดภัย และความเชื่อมั่น ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีบทบาททั้งในการคุ้มครองผู้บริโภค และการทำงานเชิงรุกเพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์คุณภาพ นวัตกรรม และศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก” ด้าน พญ.วลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการและประธานมูลนิธิ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า “อภัยภูเบศรดำเนินงานด้านสมุนไพรมายาวนานกว่า 40 ปี มุ่งพัฒนาครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การอนุรักษ์พันธุ์พืช และการปลูกวัตถุดิบเกษตรอินทรีย์ การพัฒนานวัต
จากสถานการณ์น้ำท่วมขนาดใหญ่ ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งระดับน้ำยังคงท่วมขัง การเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยหลายจุดทำได้ยาก ถนนบางสายถูกตัดขาด ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น ทั้งโรคน้ำกัดเท้า การติดเชื้อผิวหนัง โรคระบบทางเดินอาหาร และปัญหาด้านสุขอนามัยพื้นฐาน โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดย มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงเร่งระดมทรัพยากรด้านยาสมุนไพรและอุปกรณ์จำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยได้จัดส่งยาน้ำกัดเท้าลงพื้นที่ จังหวัดสงขลาแล้ว จำนวน 20,000 ตลับ แต่เนื่องจากระดับน้ำยังสูง รถขนส่งไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ทั้งหมด ทำให้ต้องฝากยาไว้ที่จุดรับกระจายช่วยเหลือในพื้นที่ อ.บางกล่ำ เพื่อให้ทีมอาสาและหน่วยงานท้องถิ่นนำส่งต่อสู่ชุมชน ล่าสุด ทีมอภัยภูเบศรเตรียมจัดส่งความช่วยเหลือระลอกใหม่ ประกอบด้วย ถุงยังชีพชุดยาสมุนไพร 500 ชุด น้ำยาแก้น้ำกัดเท้า เพิ่มอีก 8,000 ตลับ ก่อนทยอยกระจายช่วยเหลือไปยังจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง และพื้นที่ที่ยังถูกตัดขาดการสัญจร การส่งมอบครั้งนี้ถือเป็
เมื่อเร็วๆ นี้ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก จัดกิจกรรม “Open House Open Heart เปิดบ้านเปิดใจ แพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร” เพื่อเชิญชวนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวและทดลองเรียนรู้วิถีแพทย์แผนไทยประยุกต์ ภายใต้แนวคิด “เรียนจริง–ทำจริง–ต่อยอดเป็นอาชีพ” โดยจัดกิจกรรมเพื่อเรียนรู้นำไปปฏิบัติจริง ประกอบด้วย 1. การตรวจวินิจฉัยร่างกายตามศาสตร์แพทย์แผนไทย 2. การเรียนรู้เส้นทางผู้ประกอบการด้านสุขภาพและสมุนไพร และ 3. การสกัดและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อจัดทำ Portfolio โดยให้นักเรียนเตรียมสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตร การแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต (พท.ป.บ.) ดร.กริยาภา หลายรุ่งเรือง รองผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร กล่าวว่า วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง สถาบันพระบรมราชชนก และ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นผู้นำด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยของประเทศ โดยมีประสบการณ์การสอนกว่า 20 ปี ในการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพและรับรองโ
เมื่อไม่นานมานี้ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เข้าร่วมจัดแสดงผลงานในการประชุมวิชาการประจำปีของ ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย (Royal College of Orthopaedic Surgeons of Thailand – RCOST 2025) ครั้งที่ 47 โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 2,000 คน ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ อาทิ President’s Talk การบรรยายพิเศษจากวิทยากรชั้นนำระดับประเทศและนานาชาติ รวมถึงนิทรรศการแสดงนวัตกรรมยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์จากบริษัททั้งในและต่างประเทศ ในส่วนของบูธอภัยภูเบศร ตั้งอยู่ในโซนกลางของเครือข่ายราชวิทยาลัยฯ ร่วมกับหน่วยงานชั้นนำ อาทิ องค์การเภสัชกรรม (GPO) โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ และศูนย์เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์สมุนไพร “มัสคูลสเปรย์ (MusCool Spray)” เป็นจุดเด่นของงาน สำหรับ มัสคูลสเปรย์ เป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติที่สามารถเบิกจ่ายได้ทุกสิทธิการรักษา โดยภายในบูธได้จัดแสดงเส้นทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นสมุนไพร “กระดูกไก่ดำ (Justicia gendarussa)” ทั้งในรูปต้นจริงและต้นแห้ง กระบวนการสกัดสารสำคัญ กา
สถานการณ์ความไม่สงบทั้งในระดับโลกและภูมิภาค ทำให้หลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศสและอีกหลายชาติในยุโรป เร่งเตรียมระบบการแพทย์เพื่อรองรับภาวะฉุกเฉิน ขณะที่ประเทศไทยเอง ก็มีความไม่ปกติในพื้นที่ชายแดนตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออก จึงถึงเวลาที่ต้องเสริมความมั่นคงด้านเวชภัณฑ์จากภูมิปัญญาและสมุนไพรไทย เมื่อเร็วๆ นี้ รศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ได้หารือร่วมกับ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อวางแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉิน โดยเน้น การห้ามเลือดและการบรรเทาปวด ทั้งนี้ ทีมวิจัย ม.อ. เคยได้รับ รางวัลดีเด่นอันดับ 1 จากโครงการพัฒนา “ไมโครแคปซูลควบคุมการปลดปล่อยสารแคนนาบิมิเมติกส์และฟลาโวนอยด์” เพื่อหยุดเลือดและระงับปวด ในกิจกรรม วันภูมิปัญญานักรบไทย ประจำปี 2568 และมีแผนต่อยอดสู่ แผ่นแปะห้ามเลือดผสมสารสกัดกัญชงและสาบเสือ ซึ่งสารสกัดกัญชงมีส่วนช่วยสมานแผล โดยลดการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้น Fibroblast และ Collagen จึงช่
เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ โดย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ บริษัท เธียรซัน จำกัด โดยแพทย์หญิงวรนิษฐ์ เธียรวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการฯ ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรอภัยภูเบศร และ บริษัท ตำรับไทย สมุนไพร จำกัด โดยนายมหาคุณ เทพสุทิน ประธานกรรมการบริหารบริษัทฯ ผู้มีเครือข่ายร้านค้าทั่วประเทศ เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร “อภัยภูเบศร” ครบทุกรายการ ทั้ง ยา อาหาร และเครื่องสำอาง ในรูปแบบ Shop in Shop ภายใน “ร้านตำรับไทย” ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกัน อภัยภูเบศรในฐานะผู้ผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ ที่ได้รับการยอมรับทั้งด้านมาตรฐานและองค์ความรู้แพทย์แผนไทย ผนวกกับเครือข่ายร้านตำรับไทยที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึง ยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายใต้แบรนด์อภัยภูเบศร ได้ครบถ้วน สะดวก และมั่นใจในคุณภาพ โดยในระยะแรก ได้เปิดให้บริการแล้วที่ ร้านตำรับไทย สาขาเซ็นทรัล พระราม 2 และสาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเปิดตำราโบราณ ใช้ศาสตร์แห่งอโรมาเทอราปี โดยการนำสมุนไพรหลากชนิดช่วยบรรเทากลิ่นศพ ที่กำลังเป็นปัญหากับทหารและชาวบ้านบริเวณชายแดนหลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเฉพาะที่ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ที่เผชิญปัญหารุนแรงที่สุด ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า กลิ่นมีผลต่อระบบประสาทโดยตรงมากกว่ารูป รส หรือเสียง และส่งผลรวดเร็วที่สุด ด้วยกลไกเฉพาะที่เรียกว่า เส้นทางการประมวลผลกลิ่นที่ไม่ผ่านสมองส่วน Thalamus (โดยสมองส่วนนี้จะเป็นตัวแปลงสัญญาณของอายาตนะไปสู่ระบบประสาทส่วนอื่น) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของระบบประสาทรับกลิ่นเข้าสู่สมองส่วนลิมบิกโดยตรง (Limbic System) จึงมีพลังสูงต่ออารมณ์และความทรงจำ โดยกลิ่นไปมีผลต่อสมองส่วนควบคุมอารมณ์และความกลัว ส่วนที่เกี่ยวกับความทรงจำ ส่วนที่ควบคุมฮอร์โมน “กลิ่นส่งผลรวดเร็วแบบสะท้อนอารมณ์ทันที เช่น กลิ่นสามารถกระตุ้นอารมณ์ เช่น ความสุข ความเศร้า หรือความกลัวได้ โดยไม่ต้องใช้เหตุผล กลิ่นเชื่อมโยงความทรงจำ ซึ่งเป็นสมองส่วน Hippocampus ที่ประมวลกลิ่น เป็นศูนย์กลางของความทรงจำระยะยาว กลิ
แพทย์หญิงชนิดา สยุมภูรุจินันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ หัวข้อ “ภูมิปัญญาไทย ซอฟต์พาวเวอร์ไทย สร้างเศรษฐกิจไทย” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ปีนี้อภัยภูเบศร เน้นแนวคิดอาหารเป็นยา โดยเฉพาะในบริบทของสังคมสูงวัยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การดูแลสุขภาพด้วยสิ่งใกล้ตัว เช่น สมุนไพรในอาหาร เป็นทางเลือกสำคัญ หนึ่งในไฮไลต์คือหนังสือแกงส้ม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงองค์รวมของการดูแลสุขภาพจากอาหารพื้นบ้านที่มีผัก ผลไม้ เครื่องเทศ เนื้อสัตว์ และความหลากหลายของสูตรเฉพาะแต่ละภาค ด้าน ดร.ภญ.สุภากรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผู้เขียนหนังสือบันทึกของแผ่นดิน กล่าวว่า แนวคิดเริ่มต้นจากการที่ “แกงส้ม” เคยถูกบูลลี่ในโลกออนไลน์เมื่อปี 2566 ว่าเป็นอาหารยอดแย่ จึงเริ่มค้นคว้าอย่างจริงจัง โดยใช้เวลากว่า 3 ปี ในการสัมภาษณ์คนไทย 73 ราย ศึกษาหนังสือ 37 เล่ม และเก็บข้อมูลตำรับแกงส้มถึง 173 สูตร เพื่อถอดรหัสคุณค่าทางยาและวัฒนธรรมของเมนูพื้นบ้านจานนี้ กระทั่งพบว่า แกงส้มไม่ใช่แค่อาหารอร่อย แต่คือศาสตร์แห่งสมดุลทางสุขภาพ โดยเฉพาะรสเปรี้ยวที่ถือ
