Featured ข่าววันนี้

เสริมความมั่นคง ลดพึ่งพายานำเข้า ม.อ.- อภัยภูเบศร พัฒนาสมุนไพรฉุกเฉิน

สถานการณ์ความไม่สงบทั้งในระดับโลกและภูมิภาค ทำให้หลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศสและอีกหลายชาติในยุโรป เร่งเตรียมระบบการแพทย์เพื่อรองรับภาวะฉุกเฉิน ขณะที่ประเทศไทยเอง ก็มีความไม่ปกติในพื้นที่ชายแดนตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออก จึงถึงเวลาที่ต้องเสริมความมั่นคงด้านเวชภัณฑ์จากภูมิปัญญาและสมุนไพรไทย

เมื่อเร็วๆ นี้ รศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ได้หารือร่วมกับ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อวางแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉิน โดยเน้น การห้ามเลือดและการบรรเทาปวด

ทั้งนี้ ทีมวิจัย ม.อ. เคยได้รับ รางวัลดีเด่นอันดับ 1 จากโครงการพัฒนา “ไมโครแคปซูลควบคุมการปลดปล่อยสารแคนนาบิมิเมติกส์และฟลาโวนอยด์” เพื่อหยุดเลือดและระงับปวด ในกิจกรรม วันภูมิปัญญานักรบไทย ประจำปี 2568 และมีแผนต่อยอดสู่ แผ่นแปะห้ามเลือดผสมสารสกัดกัญชงและสาบเสือ ซึ่งสารสกัดกัญชงมีส่วนช่วยสมานแผล 

โดยลดการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้น Fibroblast และ Collagen จึงช่วยให้ปิดแผลเร็วขึ้น และยังมีฤทธิ์ลดปวดได้ด้วย ส่วนสาบเสือเองนั้นมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดหดตัว ต้านการรวมตัวของเกล็ดเลือด เร่งกระบวนการแข็งตัวของเลือด ต้านการเจริญเติบโตของเชื้อโรคที่ผิวหนัง ต้านการอักเสบ และสมานแผล มีการวิจัยก่อนหน้าพบว่าสารสกัดใบสาบเสือสามารถหยุดเลือดได้เร็วกว่ากลุ่มควบคุมในสัตว์ทดลอง โดยทำให้เวลาการแข็งตัวของเลือดสั้นลง

ทางทีมมีแผนเริ่มจากการพัฒนาสารสกัดที่มีความคงสภาพ นำมาพัฒนาเป็นครีมปราศจากเชื้อ ทดสอบฤทธิ์ในเซลล์หรือสัตว์ทดลอง และทดสอบประสิทธิผลในคนเป็นขั้นตอนสุดท้าย  ส่วนผลิตภัณฑ์อีกกลุ่มที่ทางทีมจะดำเนินต่อเพื่อนำมาใช้ประโยชน์คือ แคปซูลจากสารสกัดกระท่อม เพื่อบรรเทาอาการปวดที่มีความรุนแรงระดับปานกลาง ซึ่งที่ผ่านมาสถาบันวิจัยได้มีการศึกษาคุณภาพของใบกระท่อม 

และนำมาทำเป็นสารสกัดหลายรูปแบบ รวมถึงการศึกษาความเป็นพิษจนได้ขนาดที่นำมาใช้ในคนได้อย่างปลอดภัย ซึ่งทางสถาบันวิจัยและอภัยภูเบศร ร่วมกับเครือข่ายจะดำเนินการร่วมกันในการพัฒนาแคปซูลจากสารสกัดที่มีความคงสภาพ และดูดซึมผ่านทางเดินอาหารเพื่อให้ออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น และจะนำไปขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉิน

การประชุมครั้งนี้ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม ได้แก่ พลตรี นพ.โชคชัย ขวัญพิชิต รองเจ้ากรมแพทย์ทหารบก ภญ.วรสุดา ยูงทอง ผู้อำนวยการกองยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ภญ.วรรณนิษา เถียรทวี ผู้เชี่ยวชาญกองนโยบายแห่งชาติด้านยา

ดร.ภก.วีระชัย พิพัฒน์รัตนเสรี ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา และ รศ.ดร.จินดาพร ภูริพัฒนวงศ์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ภก.กิตติ สุคันโธ สถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ และ ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เข้าร่วมวางแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบสู่การนำไปใช้ประโยชน์ โดยมุ่งเป้าใช้วัตถุดิบในประเทศ 100% 

ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และทำให้มียาพร้อมใช้ในภาวะฉุกเฉินเพื่อเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองของประเทศ โดยจะมีการติดตามความก้าวหน้าเป็นระยะ เพื่อผลักดันให้สมุนไพรไทยก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญในการแพทย์ฉุกเฉินในอนาคต

Related Posts

จากแม่ที่อยากให้ลูกพูดไทยได้ สู่เจ้าของหลักสูตร “สอนภาษาไทยให้ต่างชาติ” เปิดโอกาสอาชีพติวเตอร์ออนไลน์ รับนักเรียนทั่วโลก
MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%