อาหารเป็นยา
“มีฤทธิ์ ฟู้ด ฮับ” เป็นร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 14 ถนนแจ้งวัฒนะ มีรูปแบบการบริการทั้งทานได้ที่ร้าน และ Ready to Go ส่วนเมนูประจำนั้นหลากหลาย ทั้ง เครื่องดื่ม อาหารคาว-หวาน มี เชฟนาย-มนัชญา กุลพงษ์วดี เป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งเธอมีแนวคิดที่ว่า อาหารดีต้อง “มีฤทธิ์” ดีต่อใจและดีต่อกายไม่ต่างกัน “อาหารกระตุ้นภูมิ ไม่ใช่เพียงการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณค่าเท่านั้น แต่คือการผสมผสานศาสตร์การปรุงอาหารแบบไทยกับความเข้าใจร่างกายในเชิงโภชนาการและสมดุลธรรมชาติ และถ้าเป็นคนแข็งแรงทั่วไป ไม่คิดว่าจะมีปัญหากับการกินอาหารที่ใช้สมุนไพรมาเป็นส่วนประกอบ แต่ถ้าเริ่มมีปัญหาสุขภาพ หรือว่ากินอะไรกับอาการที่เป็นอยู่ อยากแนะนำไว้เป็นตัวอย่าง เช่น กลุ่มคนที่ต้องทานยาเกี่ยวกับละลายลิ่มเลือด จริงๆ ขิง กับ กระเทียม เป็นสารดีต่อร่างกาย แต่ พืช 2 อย่างนี้ เป็นสมุนไพรที่มีสารทำให้เลือดแข็งตัวช้า ฉะนั้น คนที่มีอาการข้างต้น แนะนำอย่าทาน ขิง กระเทียม เยอะหรือบ่อยเกินไป เพื่อไม่ให้ไปตีกับยาที่ทานเป็นประจำ” “หรืออย่าง เกรปฟรุต ที่กำลังนิยม มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์อยู่เยอะ แต่นักโภชนาการ บอกว่ามีปัญหามากกับคนที่ต้องรับ
“มีฤทธิ์ ฟู้ด ฮับ” เป็นร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 14 ถนนแจ้งวัฒนะ มีรูปแบบการบริการทั้งทานได้ที่ร้าน และ Ready to Go ส่วนเมนูประจำนั้นหลากหลาย ทั้ง เครื่องดื่ม อาหารคาว-หวาน มี เชฟนาย-มนัชญา กุลพงษ์วดี เป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งเธอมีแนวคิดที่ว่า อาหารดีต้อง “มีฤทธิ์” ดีต่อใจและดีต่อกายไม่ต่างกัน และไม่กี่วันก่อน เชฟนาย เปิดบ้านพักซึ่งอยู่ละแวกเดียวกันกับร้านอาหารของเธอ เชิญสื่อจำนวนหนึ่ง รวมถึง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ให้ได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์ รับประทานมื้อกลางวัน ในแบบของ “Immune Table” หรือ “อาหารกระตุ้นภูมิ” “อาหารกระตุ้นภูมิ ไม่ใช่เพียงการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณค่าเท่านั้น แต่คือการผสมผสานศาสตร์การปรุงอาหารแบบไทยกับความเข้าใจร่างกายในเชิงโภชนาการและสมดุลธรรมชาติ อาหารเซตนี้ เป็นการสนทนาแห่งสุขภาพ ที่เริ่มต้นตั้งแต่คำแรกไปจนถึงคำสุดท้าย โดยคัดสรรวัตถุดิบพื้นบ้าน สมุนไพร เครื่องเทศ และกระบวนการหมักดองที่อุดมด้วยจุลินทรีย์ที่ดี มีฤทธิ์ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันจากภายใน” เชฟนาย บรรยายมาอย่างนั้น สำหรับ “เมนูเสิร์ฟ” กระตุ้นภูมิ โดยเชฟนาย ครั้งนี้ เริ่มต้นด้วย เครื่องดื่มเปิดต่อมร
แพทย์หญิงชนิดา สยุมภูรุจินันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ หัวข้อ “ภูมิปัญญาไทย ซอฟต์พาวเวอร์ไทย สร้างเศรษฐกิจไทย” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ปีนี้อภัยภูเบศร เน้นแนวคิดอาหารเป็นยา โดยเฉพาะในบริบทของสังคมสูงวัยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การดูแลสุขภาพด้วยสิ่งใกล้ตัว เช่น สมุนไพรในอาหาร เป็นทางเลือกสำคัญ หนึ่งในไฮไลต์คือหนังสือแกงส้ม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงองค์รวมของการดูแลสุขภาพจากอาหารพื้นบ้านที่มีผัก ผลไม้ เครื่องเทศ เนื้อสัตว์ และความหลากหลายของสูตรเฉพาะแต่ละภาค ด้าน ดร.ภญ.สุภากรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผู้เขียนหนังสือบันทึกของแผ่นดิน กล่าวว่า แนวคิดเริ่มต้นจากการที่ “แกงส้ม” เคยถูกบูลลี่ในโลกออนไลน์เมื่อปี 2566 ว่าเป็นอาหารยอดแย่ จึงเริ่มค้นคว้าอย่างจริงจัง โดยใช้เวลากว่า 3 ปี ในการสัมภาษณ์คนไทย 73 ราย ศึกษาหนังสือ 37 เล่ม และเก็บข้อมูลตำรับแกงส้มถึง 173 สูตร เพื่อถอดรหัสคุณค่าทางยาและวัฒนธรรมของเมนูพื้นบ้านจานนี้ กระทั่งพบว่า แกงส้มไม่ใช่แค่อาหารอร่อย แต่คือศาสตร์แห่งสมดุลทางสุขภาพ โดยเฉพาะรสเปรี้ยวที่ถือ
“กะเพรา-หัวหอม-กระเทียม-ขิง-ขมิ้น-กานพลู” อาหารเป็นยา ป้องกันโรคเมื่อน้ำท่วม นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่า น้ำท่วมใหญ่ ทำให้พี่น้องคนไทยจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน ซึ่งนอกจากบ้านเรือนไร่นาเสียหายแล้ว สุขภาพก็น่าเป็นห่วงทั้งผุ้ประสบภัยและผู้ที่ลงไปช่วยเหลือ ดังนั้นเมื่อมีการสัมผัสน้ำ ก็ต้องระวังความเสี่ยงที่น้ำอาจพามาจากการปนเปื้อนจากสิ่งปฏิกูลทั้งของสัตว์และมนุษย์ยามน้ำหลาก ซึ่งจากความเสี่ยงของการติดเชื้อนั้นมีเชื้อโรคที่ต้องระวังไว้ได้แก่ เชื้ออีโคไล จากการปนเปื้อนของสิ่งปฏิกูล เช่น อุจจาระแล้วแพร่กระจายได้ ทำให้เกิดติดเชื้อทางเดินอาหาร มีอาการท้องเสีย อาหารเป็นพิษได้ เชื้อบิด จากแหล่งน้ำธรรมชาติหรือโคลนที่อาจปะปนเข้ามาในแหล่งน้ำดื่ม เชื้อบาดทะยัก จากดิน เชื้อรา จากความชื้นแฉะ เชื้อตาแดง ที่มาจากการสัมผัสน้ำไม่สะอาด นายแพทย์กฤษดา กล่าวว่า ในช่วงที่น้ำท่วมนี้ มีหลักการใช้ชีวิตที่จะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อได้อยู่อย่างหนึ่ง คือเรื่องของอาหารการกิน ซึ่งนอกจากล้างมือให้บ่อย และไม่เอาของปนเปื้อนน้ำเข้าปากแล้ว ถ้าได้มีสมุนไพรในอาหารที่ส่งไปช่ว
