อาหารเวียดนาม
แจกสูตรเด็ด หมูย่างตะไคร้เวียดนาม ทานคู่ผักสดๆ อร่อยขั้นเทพ ช่วงนี้อากาศร้อนขึ้นทุกวันๆ เริ่มเบื่ออาหาร ทานอะไรดีที่มันน้อยๆ ทานแล้วไม่อึดอัด นึกถึงอาหารเวียดนามที่มันน้อย ทานกับผักสด หมูย่างตะไคร้ น่าจะดี ส่วนผสม สันคอหมู 500 กรัม รากผักชี 2 ราก กระเทียมไทย 2 ช้อนโต๊ะ พริกไทยดำเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย 4 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลโตนด 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา น้ำมันหอย หมี่ขาว ต้นหอมซอย หอมเจียว น้ำจิ้ม แคร์รอตซอย 1/3 หัว หัวไชเท้าซอย 1/3 หัว ถั่วลิสงคั่ว พริกชี้ฟ้าแดงโขลก 1 เม็ด น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วย เกลือ 1 ช้อนชา น้ำ 1/2 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย ผัก ผักกาดหอม ผักแพ้ว สะระแหน่ วิธีทำ 1. แล่สันคอหมูเป็นแผ่นพักไว้ 2. โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ตะไคร้ ให้เข้ากัน ค่อนข้างละเอียด 3. นำรากผักชีที่โขลกแล้วใส่ในชาม ผสม น้ำปลา ซีอิ๊วขาว น้ำตาล ผสมให้เข้ากัน 4. นำสันคอหมูมาขยำกับส่วนผสมเครื่องปรุง ขยำสัก 5 นาที 5. นำสันคอหมูแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา 1 ชั่วโมง 6. นำหมูย่างมา
ปลาทอดขมิ้น “จ๋าก๊าหล่าว็อง” อาหารเวียดนาม ที่คุณต้องกินก่อนตาย ล้อกระแส “ซีเกมส์ ครั้งที่ 31” ที่จัดขึ้นที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 12-23 พฤษภาคม 2565 เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ชวนคุณมารู้จัก “จ๋าก๊าหล่าว็อง” เป็นอาหารเวียดนาม ที่ฝรั่งได้กล่าวไว้ในหนังสือที่ชื่อว่า 1000 PLACES TO SEE BEFORE YOU DIE ซึ่งได้เอ่ยถึงร้านขายจ๋าก๊าหล่าว็อง ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ว่าจะต้องได้ไปลิ้มลองให้ได้ก่อนตาย แต่ก่อนนั้นกว่าจะได้กินสักทีก็ต้องไปถึงฮานอย แต่ตอนหลังมีมาเปิดที่นครโฮจิมินห์ด้วย ซึ่งเป็นลาภปากสำหรับสาวชาวใต้อย่างฉันที่จะได้กินบ่อยขึ้น จ๋าก๊าหล่าว็องคือ ปลาทอดขมิ้น ใส่ผักสมุนไพรอย่างต้นหอม และผักชีลาว มีเครื่องเคียงมากมายเต็มโต๊ะ ทั้งผักสด พริก มะนาว ขนมจีน ข้าวเกรียบ ถั่วลิสงคั่ว และที่ขาดไม่ได้คือ กะปิน้ำกลิ่นฉุนเตะจมูก ซึ่งเป็นน้ำจิ้มของปลาทอดขมิ้นนี้ กะปิของเวียดนามมีแบบเป็นน้ำ แต่ของไทยไม่มีเราก็ผสมน้ำต้มสุกเอา เติมน้ำตาลทราย พริกขี้หนูสับ เหล้าขาว บีบมะนาวลงไป คนแรงๆ ให้เป็นฟอง ปลาที่นิยมนำมาทำเมนูนี้เป็นปลาน้ำจืด ต้นตำรับจะต้องเป็นปลากด แต่ก็สามารถใช้ปลาชนิดอื่น เช่น ปลาช
แจกสูตร หมูย่างใบชะพลู อาหารเวียดนาม ทำง่ายกว่าที่คิด หมูย่างใบชะพลู เป็นอาหารเวียดนามที่ทำง่ายกว่าที่คิด ยิ่งบ้านใครมีใบชะพลูอยู่ริมรั้วแล้วยิ่งง่ายใหญ่ เครื่องปรุงส่วนใหญ่มีอยู่แล้วในครัว รากผักชี กระเทียม พริกไทย หอมแดง ตะไคร้ ซอสต่างๆ ถ้าชอบกลิ่นตะไคร้ สามารถเพิ่มได้ค่ะ ส่วนผสม หมูสับติดมัน 300 กรัม รากผักชี 1 ราก กระเทียม 2 กลีบใหญ่ พริกไทย 1 ช้อนชา ตะไคร้ซอย 2 ต้น หอมแดง 2 กลีบ แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย น้ำปลา ใบชะพลูอ่อน ตัดติดก้านประมาณ 25-30 ใบ หมี่ขาว น้ำมันพืช น้ำจิ้ม แคร์รอตซอย 1/3 หัว หัวไชเท้าซอย 1/3 หัว ถั่วลิสงคั่ว พริกชี้ฟ้าแดงโขลก 1 เม็ด น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วย เกลือ 1 ช้อนชา น้ำ 1/2 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย ผักสดตามชอบ ผักกาดหอม ใบแพ้ว (ผักแพว) เคล วิธีทำ หมูย่างใบชะพลู โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ตะไคร้ หอมแดงให้ละเอียดเข้ากัน 2. ผสมเครื่องที่โขลกกับหมู ปรุงด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย
ชาวไทยนั้นคุ้นเคยกับอาหารเวียดนามเป็นอย่างดี บางอย่างเรากินกันจนลืมไปแล้วหรืออาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเป็นของต่างชาติ ที่ฉันกำลังจะพูดถึงนี้คือ หมูยอ ย้อนหลังไปสมัยเป็นเด็กนักเรียนจำได้ว่าเวลาใครไปใครมาเชียงใหม่จะต้องหอบหิ้วหมูยอกลับมาเป็นของฝากจนคิดว่าหมูยอนั้นเป็นอาหารประจำจังหวัดเชียงใหม่ ยี่ห้อที่ฉันรู้จักตอนเด็กนั้นคือ ตราดาวที่อยู่บนถนนช้างม่อย ตอนหลังมียี่ห้อป้าย่นที่ยังโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ พอโตขึ้นมาอีกหน่อยได้เดินทางมากขึ้นก็พบว่าหมูยอในภาคอีสานนั้นมีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารเวียดนามเพราะติดชายแดนลาว ถัดไปอีกหน่อยก็ถึงเวียดนามแล้ว ก็อย่างที่รู้กันว่าถ้าใครไปเที่ยวประเทศลาวนั้นจะได้กินอาหารเวียดนามมากกว่าอาหารลาวเสียอีก พวกเขานิยมกินกันจริงๆ เหมือนคนไทยชอบกินก๋วยเตี๋ยวอย่างไรอย่างนั้น ในตอนนั้นฉันยังไม่รู้อยู่ดีว่าหมูยอมีต้นกำเนิดจากไหน จนมีอันต้องระเห็จไปอยู่ที่เวียดนามเสียนานหลายปี จึงเอะใจว่าหมูยอนี้น่าจะมีต้นตอมาจากที่นี่ อย่างแรกเลยก็คือชื่อ คำว่า “ยอ” นั้นน่าจะมาจากคำว่า “หย่อ” (Giò) หรือ “หย่อหลั่วะ” (Giò lụa) ที่ใช้เรียกหมูยอข
ชาวไทยนั้นคุ้นเคยกับอาหารเวียดนามเป็นอย่างดี บางอย่างเรากินกันจนลืมไปแล้วหรืออาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเป็นของต่างชาติ ที่ฉันกำลังจะพูดถึงนี้คือ หมูยอ ย้อนหลังไปสมัยเป็นเด็กนักเรียนจำได้ว่าเวลาใครไปใครมาเชียงใหม่จะต้องหอบหิ้วหมูยอกลับมาเป็นของฝากจนคิดว่าหมูยอนั้นเป็นอาหารประจำจังหวัดเชียงใหม่ ยี่ห้อที่ฉันรู้จักตอนเด็กนั้นคือ ตราดาวที่อยู่บนถนนช้างม่อย ตอนหลังมียี่ห้อป้าย่นที่ยังโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ พอโตขึ้นมาอีกหน่อยได้เดินทางมากขึ้นก็พบว่าหมูยอในภาคอีสานนั้นมีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารเวียดนามเพราะติดชายแดนลาว ถัดไปอีกหน่อยก็ถึงเวียดนามแล้ว ก็อย่างที่รู้กันว่าถ้าใครไปเที่ยวประเทศลาวนั้นจะได้กินอาหารเวียดนามมากกว่าอาหารลาวเสียอีก พวกเขานิยมกินกันจริงๆ เหมือนคนไทยชอบกินก๋วยเตี๋ยวอย่างไรอย่างนั้น ในตอนนั้นฉันยังไม่รู้อยู่ดีว่าหมูยอมีต้นกำเนิดจากไหน จนมีอันต้องระเห็จไปอยู่ที่เวียดนามเสียนานหลายปี จึงเอะใจว่าหมูยอนี้น่าจะมีต้นตอมาจากที่นี่ อย่างแรกเลยก็คือชื่อ คำว่า “ยอ” นั้นน่าจะมาจากคำว่า “หย่อ” (Giò) หรือ “หย่อหลั่วะ” (Giò lụa) ที่ใช้เรียกหมูยอข
