ฮ่องกง
ฮ่องกง แจกวาวเชอร์ส่วนลดกว่า 100 รายการ รับฤดูร้อนนี้ พร้อมขนทัพกิจกรรมดับร้อนเอาใจนักท่องเที่ยวกับแคมเปญ ‘Hong Kong Summer Viva’ ฤดูร้อนนี้ ใครจัดทริปไปฮ่องกงจุใจแน่นอนกับแคมเปญ “Hong Kong Summer Viva” เทศกาลฉลองฤดูร้อนตลอดซีซัน ที่รวมทุกความสนุกที่เรารักเกี่ยวกับหน้าร้อนเอาไว้ครบครัน พบกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้หลากสไตล์ พร้อมเปิดตัววาวเชอร์ส่วนลดรับซัมเมอร์นอกจากแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังแล้ว โรงแรมต่างๆ และร้านค้าที่ร่วมรายการ โดยเริ่มเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายนเป็นต้นไป นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับข้อเสนอสุดพิเศษในช่วงฤดูร้อนกว่า 100 รายการ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชัน ซื้อ 1 แถม 1 กว่า 20 รายการ ครอบคลุมทั้งสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว อาทิ เครื่องดื่มน้ำแข็งไส เครื่องดื่มเย็นหลากชนิด ชุดน้ำชายามบ่ายในโรงแรม และบุฟเฟต์มื้ออร่อย ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ แหล่งท่องเที่ยวและผู้ให้บริการขนส่งหลากหลายแห่งยังเตรียมมอบสิทธิพิเศษและส่วนลดมากมาย อาทิ แพ็กเกจขึ้นรถรางพีคแทรมไป-กลับพร้อมบัตรเข้าชม Sky Terrace 428 ฟรี รวมถึงทัวร์เรือน้ำรอบอ่าววิคตอเรียในราคาเพียง 100 ดอลลาร์ฮ่องกง โดยราย
ทริปมู ฮ่องกง ยังขลัง ปีเดียว นักท่องเที่ยวไทย เปิดประสบการณ์เกิน 5 แสนคน นองปิง 360 (Ngong Ping 360) 1 ใน 10 อันดับ กระเช้าลอยฟ้าที่ดีที่สุดในโลกและสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของฮ่องกง เผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มการเดินทางระหว่างไทย–ฮ่องกงในยุคหลังโควิด พบว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงให้ความสำคัญกับการเดินทางเพื่อเสริมสิริมงคล หรือที่เรียกกันว่า “ทริปสายมู” เพื่อไหว้พระและขอพรจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในฮ่องกง เพื่อตอบรับเทรนด์นี้ นองปิง 360 จึงเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยว ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวไทย ประเทศไทย ถือเป็นตลาดสำคัญของการท่องเที่ยวฮ่องกงมาอย่างยาวนาน โดยในปี 2567 มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปฮ่องกงมากกว่า 521,000 คน และในจำนวนนี้กว่า 125,000 คน ได้สัมผัสประสบการณ์นั่งกระเช้านองปิง 360 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหลังยุคโควิด ขณะเดียวกัน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในฮ่องกงยังคงดึงดูดนักเดินทางชาวไทยจำนวนมากให้มาเยือนเป็นประจำทุกปี มร.เจมส์ ต๋ง กรรมการผู้จัดการ นองปิง 360 กล่าวว่า ประเทศไทย เป็นหนึ่งในตลาดนั
ใครมีแพลนเที่ยวเฮ! ฮ่องกง ปลดล็อก รหัสแอมเบอร์ กิน-เที่ยวได้ ไม่ต้องรอผลตรวจประจำวัน พร้อมชู 3 กลยุทธ์ เดินหน้าหนุนการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวฮ่องกง ภายใต้ ดร.วายเค แปง ประธานการท่องเที่ยวฮ่องกง แถลงความคืบหน้าครั้งใหญ่ล่าสุด ที่รัฐบาลมีการผ่อนคลายมาตรการการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แถลงการณ์ครั้งล่าสุดเปิดกว้าง และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมากยิ่งขึ้น เพียงฉีดวัคซีนครบ และปฏิบัติตนตามเงื่อนไขการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้ครบถ้วน นักท่องเที่ยวก็สามารถสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลายของฮ่องกงได้อย่างครบถ้วน โดยการท่องเที่ยวฮ่องกงกำลังจัดแคมเปญสนับสนุนการท่องเที่ยว เชิญกลุ่มตัวแทนคู่ค้าการท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 60 คน จากประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ มาร่วมสัมผัสบรรยากาศงานเทศกาลฤดูหนาวของฮ่องกง แถลงการณ์จากรัฐบาลที่ยกเลิก “รหัสแอมเบอร์” หรือ รหัสสีเหลืองอำพัน ที่เคยกำหนดให้ต้องรอผลตรวจโควิด-19 ครบ 3 วันก่อนจึงจะสามารถนั่งรับประทานอาหารในร้านได้ จึงถือเป็นโอกาสอันดีของกลุ่มตัวแทนคู่ค้ากลุ่มแรกจากเอเชียตะวันออก
ขนมไหว้พระจันทร์ เอ็ม เอกซ์ ต้นตำรับขนมไหว้พระจันทร์จากฮ่องกง ที่คนไทยห้ามพลาด! ขนมไหว้พระจันทร์ เอ็ม เอกซ์ ตำนานความอร่อยกว่า 30 ปีในฮ่องกง และยังคงครองใจผู้บริโภคมายาวนาน จนขึ้นแท่นขนมไหว้พระจันทร์ยอดขายอันดับ 1 ในฮ่องกงติดต่อกัน 23 ปีซ้อน (ข้อมูลจาก : The Nielsen Research Report 1998-2020) พร้อมการันตีความอร่อยด้วยรางวัล Gold Award จากสถาบันระดับโลก Monde Selection ประเทศเบลเยียม ด้วยรสชาติที่อร่อยถูกปากผู้บริโภค ควบคู่กับการรักษาคุณภาพ–มาตรฐาน พิถีพิถัน ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต และมีเทคนิคการทำสูตรเฉพาะของฮ่องกง สำหรับสูตรซิกเนเจอร์เป็น “รสชาติดั้งเดิม” สุดคลาสสิค ที่มีส่วนผสมของเมล็ดธัญพืช ไม่ว่าจะรับประทานเมื่อไหร่ก็ซึมซับเสน่ห์ของเทศกาลไหว้พระจันทร์ได้เต็มอิ่ม อาทิ ไส้โหงวยิ้ง ไส้เม็ดบัวขาว และไส้เม็ดบัวขาวไข่คู่ ที่คัดสรรเฉพาะเม็ดบัวชั้นเลิศจากมณฑลหูหนาน แหล่งเพาะปลูกเม็ดบัวคุณภาพดีที่สุดในโลก ส่วนอีกหนึ่งสูตรยอดนิยม คือ “ไส้คัสตาร์ด” ที่ใช้กรรมวิธีเทคนิคพิเศษสูตรลับเฉพาะของเอ็ม เอกซ์ ได้แก่ ไส้ครีมมี่คัสตาร์ด เนียนนุ่ม หวานหอมกลมกล่อม, ไส้คัสตาร์ดลาวา ขึ้นแท่น Best Seller
“ม็อบฮ่องกง” รุนแรง ยืดเยื้อ เหตุเพราะ จิมซาจุ่ย ไม่เหมือน เทียนอันเหมิน ไม่ว่าจะเชียร์ขาดใจ ไม่ว่าจะรำคาญ ไม่ว่าจะเฉยเมย เราต่างได้ยินข่าวเรื่องประท้วงบนเกาะฮ่องกงมาหลายเดือน และน่าจะต้องตามกันไปอีกพักใหญ่ เรื่องไม่ลงรอยของจีนแผ่นดินใหญ่กับฮ่องกง ยังไม่จบเร็วนี้ แต่จะยืดเยื้อแน่นอน เพราะคนฮ่องกงนั้นลึกๆ ไม่เคยยอมรับการปกครองของจีน และแม้จะต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของจีน คนฮ่องกงก็พยายามเรียกร้องอิสระในการตัดสินอนาคตตนเองหลากหลายอย่าง กฎหมายเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งทำให้คนกังวลว่าบรรดาคนที่ต่อต้านรัฐบาลจีนจะถูกจับตัวส่งไปแผ่นดินใหญ่ เป็นเพียงหนึ่งในร้อยในพันเรื่อง แต่เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นความกังวลที่สมเหตุผล เพราะจีนแผ่นดินใหญ่จับคนที่เห็นต่างจากตนไปรับโทษมาแล้วมากมาย แม้ว่าจะหนีออกมาก็ยังตามจับตัวได้ โดยใช้ทั้งกำลังคนและอำนาจในการบีบให้ประเทศอื่นดำเนินการตามต้องการ คนเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลจีนในฮ่องกง ถูกจับข้ามไปรับโทษในแผ่นดินใหญ่หลายคน บางคนหนีมาอยู่เมืองไทยยังถูกจับกลับไปได้ ดังนั้น ความกังวลนี้สมเหตุผล และน่าเห็นใจ แต่การที่ลุกขึ้นต่อต้านประท้วงทั้งเกาะให้คนเห็
เวอร์ซาเช่ขอโทษ เขียนลายผิดเป็น “ประเทศฮ่องกง” ตำตาจีน เวอร์ซาเช่ขอโทษ – เอพี รายงานว่า บริษัท ห้องเสื้อเวอร์ซาเช่ ออกแถลงการณ์ขอโทษ กรณีขายเสื้อทีเชิ้ต หรือเสื้อยืด ที่มีลายเขียนถึงฮ่องกงและมาเก๊า ว่าเป็นประเทศ ถูกชาวจีนในโลกโซเชียลโจมตีและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เพราะทั้งสองดินแดนมีสถานะเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน โดยเฉพาะฮ่องกง นาทีนี้เกิดการประท้วงจนทำให้รัฐบาลจีนต้องแถลงปรามและเตือนหลายครั้ง แถลงการณ์ของเวอร์ซาเช่ ไม่ได้ระบุความผิดพลาดดังกล่าว เพียงบอกว่าถูกต้องสงสัยว่าหมิ่นอธิปไตยจีน แต่หนังสือพิมพ์โกลเบิลไทมส์ กระบอกเสียงของทางการจีน ระบุว่า ความผิดพลาดมาจากป้ายชื่อเขียนว่า ประเทศฮ่องกง และ ประเทศมาเก๊า ทั้งที่สองดินแดนผนวกคืนจีนตั้งแต่ปี 2540 และ 2542 (AP Photo/Eugene Hoshiko, File) ก่อนหน้านี้ สตูดิโอของนางเอกคนดังของจีน หยาง มี่ ผู้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้เวอร์ซาเช่ โพสต์ใบคำเตือนถึงกรณีนี้ไปถึงเวอร์ซาเช่ ว่าขอยุติสัญญาการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้ เนื่องจากเรื่องอธิปไตยและพรมแดนของจีนเป็นเรื่องที่ลบหลู่และไม่เคารพไม่ได้ ด้านเวอร์ซาเช่ แถลงในเวลาต่อมาว่า เรียกคืนเสื้อยืดปัญ
ทูลกระหม่อม ทรงติดม็อบนับล้านที่ฮ่องกง เสด็จออกจากโรงแรมที่ประทับไม่ได้ วันที่ 10 มิ.ย. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ข้อความในอินสตาแกรมส่วนพระองค์ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ชาวฮ่องกงเรือนล้านออกมาเดินประท้วงต่อต้านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ตามท้องถนนในฮ่องกง โดย ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงติดอยู่ในโรงแรมที่ประทับ เสด็จออกไม่ได้ เนื่องจากบริเวณนั้นมีการชุมนุมประท้วง ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ข้อความว่า “วันนี้ดิฉันต้องไปอัดรายการ To Be Number One Variety 4 เทปที่ NBT แล้ววันอังคารต้องเดินทางไปทำงานที่กระบี่-พัทลุง แต่ตอนนี้เรายังอยู่ฮ่องกงอยู่เลย เพราะว่าเขามีการประท้วงใหญ่ คือคนฮ่องกงเขาออกมาประท้วงที่จะมีการออกกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศที่ยังไม่ได้มีสนธิสัญญาแลกเปลี่ยนผู้ร้ายข้ามแดนกัน โดยเฉพาะประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน การออกมารวมพลังประท้วงคราวนี้มีคนออกมาร่วมเยอะที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลย คือวันเดียวนี้แหละคือวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2019 นี้ ว่ากันว่ากันว่ามีคนออกมา 500,000 คนบางสื่อว่ามีคนออกมาถึ
เมืองค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สิงคโปร์ ฮ่องกง ปารีส ครองอันดับ 1 ร่วม ส่วน กทม.อยู่ที่ 41 – BBCไทย กรุงปารีสของฝรั่งเศส สิงคโปร์ และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ของจีน ได้รับการจัดให้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกประจำปี 2019 ส่วนกรุงเทพมหานครอยู่ในอันดับที่ 41 นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 30 ปีในการจัดอันดับของ Economist Intelligence Unit (EIU) หน่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจของนิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ ที่มี 3 เมืองครองอันดับ 1 ร่วมกัน โดยผลการจัดอันดับนี้ มาจากการสำรวจและเปรียบเทียบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันต่าง ๆ เช่น ราคาขนมปัง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ ค่าตัดผม ค่าเดินทาง และค่าที่พักอาศัย ใน 133 เมืองทั่วโลก แล้วเอาราคาดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับราคาในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของการจัดอันดับค่าครองชีพครั้งนี้ สำหรับสิงคโปร์นั้นครองอันดับ 1 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกติดต่อกัน 5 ปีซ้อนแล้ว Reuters ดัชนีค่าตัดผม ส่วนกรุงปารีส เป็น 1 ใน 4 เมืองของยุโรปที่ติด 1 ใน 10 เมืองค่าครองชีพสูงสุด ของปีนี้ ยกตัวอย่างเช่น ค่าตัดผมสตรีในกรุงป
10 อันดับเมืองประชากรร่ำรวยสุดในโลกปี 2018 ฮ่องกงผงาดนำเอเชียแซงสหรัฐ เมื่อวันที่ 7 ก.ย. เซี่ยงไฮ้อิสต์ รายงานการจัดอันดับเมืองที่มีประชากรร่ำรวยที่สุดในโลกประจำปี 2018 ของสถาบันข้อมูลเวลธ์-เอ็กซ์ ผลออกมาตรงกับชื่อภาพยนตร์ Crazy Rich Asians ที่กำลังเป็นหนังดังในปีนี้ เมื่อ ฮ่องกง ของจีน เบียดแชมป์เก่าอย่าง นครนิวยอร์ก ของสหรัฐอเมริกา ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ฮ่องกงทะยานสู่แชมป์เมืองคนล่ำซำ ด้วยจำนวนมหาเศรษฐีราว 10,000 คนที่มีทรัพย์สินอย่างน้อย 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 984 ล้านบาท ส่วนนิวยอร์กมีมหาเศรษฐีเกือบ 9,000 คน สรุป 10 อันดับแรกมีดังนี้ 1. ฮ่องกง จีน 2. นิวยอร์ก สหรัฐ 3. โตเกียว ญี่ปุ่น 4. ลอสแองเจลิส สหรัฐ 5. ปารีส ฝรั่งเศส 6. ลอนดอน อังกฤษ 7. ชิคาโก สหรัฐ 8. ซานฟรานซิสโก สหรัฐ 9. วอชิงตัน สหรัฐ 10. โอซากา ญี่ปุ่น เป็นที่น่าสังเกตว่า ไม่มีเมืองของจีนแผ่นดินใหญ่ติดอันดับท็อปเทนโลกในครั้งนี้ ทั้งที่จีนเป็นประเทศที่มีผู้อยู่อาศัยที่รวยล้นฟ้า หรือ ultra-rich อันดับ 3 นั่นเป็นเพราะความมั่งคั่งกระจายไปทั่วประเทศ ไม่ได้กระจุกในเมืองใดเมืองหนึ่ง หากนับเมืองที่มีคนรวยล้นฟ้าเพิ่มขึ้นเร็ว
9 ตุลาคม 2559 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 6 ลงวันที่ 8 ตุลาคม ณ เวลา 23 .00 น. เตือนภัยเรื่อง “พายุ “แอรี” (AERE) “มีใจความว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันนี้ (8 ต.ค.59) พายุโซนร้อน “แอรี” (AERE) มีศูนย์กลางอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน หรือที่ ละติจูด 21.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 117.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออกค่อนทางเหนืออย่างช้าๆ เลียบชายฝั่งประเทศจีนตอนใต้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปฮ่องกง ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางไว้ด้วย ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 8-10 ตุลาคม 2559 พายุนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป ที่มา มติชน
