เกาะช้าง
กินทุเรียนแบบคนตราด ที่ร้านดังเกาะช้าง เมนูต้องจัด มัสมั่น ส้มตำ บัวลอย ทุเรียน เมื่อเร็วๆ นี้ คุณวิโรจน์ ผลกาจ เจ้าของสวนทุเรียนพันธุ์ชะนีและทุเรียนพันธุ์หมอนทอง พันธุ์กระดุมและพันธุ์อื่นๆ ม.2 บ้านด่านเก่า ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด นำคณะสื่อมวลชน เข้าชมสวนทุเรียนที่เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งขายให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวได้แล้ว โดยสวนทุเรียนของเขา มีทุเรียนสายพันธุ์ต่างๆ กว่า 200 ต้น แต่ละต้นมีผลทุเรียนที่รอเก็บเกี่ยวจำนวนมาก ต้นละกว่า 60 ลูก และยังมีทุเรียนผลเล็กรุ่นน้องอีกจำนวนมาก คุณวิโรจน์ บอกว่า เกาะช้างโชคดี สวนทุเรียนไม่กระทบฝนนอกฤดูและพายุรุนแรง ทำให้ผลผลิตทุเรียนไม่เสียหาย และยังมีคุณภาพ โดยทุเรียนชะนีเกาะช้าง มีคุณสมบัติพิเศษ มีสารไอโอดีน และวิตามิน นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติพิเศษ มีเนื้อเหนียวนุ่ม หวาน เนื้อละลายในปาก กลิ่นหอมอ่อนๆ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทุเรียน GI ทั้งนี้ ทางจังหวัดตราดจะจัดงานเทศกาลทุเรียนดี ชะนีเกาะช้าง ให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม ชิม และช้อปกันอย่างจุใจระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 4 พฤษภาคม นี้ ขณะเดียวกัน ที่ร้านอาหารบ้านตาเกลือ ที่ตั้งอยู่ริมคลองบ้
ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก และ เมืองไทยประกันชีวิต โดยเมืองไทยสไมล์คลับ จัดทริปฟินแบบสไมล์@เกาะช้าง สัมผัสเมืองน่าเที่ยวภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออก และบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยเมืองไทยสไมล์คลับ ผนึกกำลังจัดทริป ฟินแบบสไมล์@เกาะช้าง พร้อมนำสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับผู้โชคดีจากการลุ้นร่วมทริปเที่ยวเกาะช้าง ร่วมออกเดินทางเพื่อไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวเกาะช้าง โดยผู้ร่วมทริปได้เพลิดเพลินกับการดำน้ำตื้น ชมความงามใต้ท้องทะเล และปะการังที่สวยงาม ท่ามกลางฝูงปลาหลากชนิด ที่เกาะคลุ้ม เกาะเหลายา และเกาะหวาย โดยกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นหนึ่งการช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในภาคตะวันออก และช่วยเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยวรู้จักเกาะช้างมากยิ่งขึ้น โดยเกาะช้าง ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์นักเดินทางผู้ชอบทำกิจกรรม เพราะมีกิจกรรมหลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกทำ ซึ่งผู้ร่วมทริปก็ได้ล่องเรือมาด หรือเรือกอนโดล่า สัมผัสความงามของผืนป่าโกงกางกว่า 500 ไร่ สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนที่บ้านสลักคอก และนอกจากนี้ ผู้ร่วมทริปทุกคนยังได้ร่วมกันท่องเที่ยวแบบมีค
“บ้านตาเกลือ” รักบ้านเกิด ผลักดัน “อาหารตราด” ขึ้นเป็นเมนูบนแผนที่โลก เรื่องราวนับจากนี้ เป็นเรื่องราวของผู้หญิงตราดคนหนึ่ง ที่รักบ้านเกิด รักอาหารท้องถิ่น และอยากให้ทุกคนบนโลก ได้รู้จักทุกอย่างที่หล่อหลอมรวมเป็นตัวเธอ “พื้นเพของคุณแม่ เป็นคนจังหวัดตราด ท่านแต่งงานกับคุณพ่อ พล.ต.ต. สมชัย ศรีภิญโญ คุณพ่อเริ่มต้นเงินเดือนเดือนแรก 900 บาท ซึ่งคุณแม่ดูแล้ว บ้านเราไม่พอกินแน่ จึงขยันทำงานทำธุรกิจค้าขาย คุณแม่ บอกลูกหลานเสมอว่า ฉันมีธุรกิจเป็นของตัวเองตั้งแต่อายุ 15 แล้ว” คุณโรส อุนนิ เริ่มต้นด้วยการเอ่ยถึง คุณศรีรัตน์ ศรีภิญโญ คุณแม่ของเธอ ด้วยแววตาชื่นชม ก่อนเล่าต่อ คุณแม่ของเธอเป็นคนสวย ช่างสังเกต ท่านนั่งดูเตี๊ย (คำเรียกคุณตาของคนตราด) เอาเรือมาดไม้ออกทะเลและได้ของทะเลสดๆ มาจากทะเลทุกวัน เตี๊ยจะทำอาหารตามวิถีชาวประมงสมัยโน้นให้แม่และทุกคนในครอบครัวกินกันอาหารในแบบชาวประมงของเตี๊ยคือ การใช้ของทะเลสดๆ ใช้เกลือ น้ำตาลอ้อย พริกสดสมุนไพร และ ผักพื้นถิ่นเป็นหลัก ไม่มีน้ำมันหอย ไม่มีผงชูรส ไม่มีน้ำตาลทรายขาว แม้แต่น้ำปลา ก็เป็นของแพงหายากในสมัยนั้น อาหารที่เตี๊ยทำให้ทานบ่อยๆ ที่คุณแม่ของเธอจ
นักท่องเที่ยวคึกคัก! เกาะช้าง-เกาะกูดแน่น รถยนต์ต่อแถว ลงเรือเฟอร์รี่ หลายร้อยคัน วันที่ 14 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ท่าเทียบเรือเฟอร์รี่อ่าวธรรมชาติ ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ยังคงมีนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพ และต่างจังหวัดเดินทางลงเกาะช้าง เพื่อไปท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย แม้จะเป็นเวลาในช่วงบ่าย ที่ท่าเรือยังมีรถยนต์กว่า 250 คัน รอการเดินทางไปยังเกาะช้าง การเดินทางไปต้องรอเรือเฟอร์รี่ที่เดินทางจากฝั่งเกาะช้างนำนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาตั้งแต่วันศุกร์เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา ทำให้ท่าเรือเฟอร์รี่ทั้งสองด้านมีรถยนต์จำนวนมากรอเดินทางทั้งขาขึ้นและข้ากลับ โดยผู้ประกอบการไม่กำหนดเที่ยววิ่ง แต่เมื่อรถยนต์เต็มจะออกเรือทันที พร้อมกันนี้ จะไม่มีกำหนดปิด แต่จะนำรถยนต์เดินทางไปและกลับจนหมด ส่วนที่ท่าเรือแหลมศอก ต.อ่าวใหญ่ อ.เมือง จ.ตราด นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาะกูดจำนวนมาก โดยตั้งแต่เวลา 10.45 น. ที่เป็นเที่ยวแรก และเทีายวสุดท้ายในเวลา 14.00 น. รวม 8 เที่ยว มีนักท่องเที่ยวกว่า 1,000 คน เดินทางไปเกาะกูด และเกาะหมาก อย่างไรก็ตามมีนักท่องเที่ยวเดินทางกลับจากเกาะกูดและเกาะหมากเช่
หลายวันก่อน ขึ้นเกาะช้าง เมืองตราด เสร็จงาน ตกเย็นขับรถจากหาดทรายขาว เลาะริมทะเลไปตามถนน ถึงร้านดังที่ใครๆ ก็ต้องมากิน ชื่อ เจ๊อิ๋ว ถามใครๆ ก็รู้จัก บอกทางถูกทุกคน ขึ้นชื่อ ปูม้าสด หาปูเอง ราคาพอประมาณ ไม่ถูก ไม่แพง ต้มยำปลาน้ำใส น้ำข้น ตามใจ ฝรั่งคนหนึ่งท่าทางเป็นลูกค้าประจำ ขี่รถพรึ่ดแถเข้ามา ลงรถ สั่งเลย หอยเชลล์ผัดฉ่า กับข้าว 1 จาน เลยสั่งตามมั่ง ได้หอยเชลล์ตัวอวบๆ ชนิดที่หากินที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ ผัดกับพริก กระชาย พริกไทยอ่อน รสชาติเผ็ดร้อนสุดยอด เรานั่งคิดกันอยู่ในใจ ฝรั่งคนนี้จะกินรอดรึ ปรากฏรอดครับ! กินหมดจานทั้งผัดฉ่า ข้าว ไม่มีน้ำแกงจืดแก้เผ็ดด้วย กินไปเช็ดเหงื่อ หน้าแดงก่ำเลย คงอร่อยจัด เสร็จแล้วขี่รถออกไปเลย ผัดฉ่าแบบนี้ไม่ยุ่งยาก ตำพริกขี้หนูแดงกับกระเทียม สัดส่วนครึ่งๆ โยนลงกระทะ ใส่น้ำมัน ผัดให้หอมแสบจมูก ใส่หอยเชลล์ กระชาย ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย น้ำปลา น้ำตาลหน่อย โรยใบกะเพรา เจ้านี้ใส่ใบมะกรูดด้วย พริกไทยอ่อน ผัดให้ผักสุกหน่อย ไม่งั้นมันดำง่าย ไม่น่ากิน ได้หอยเชลล์สดๆ ผัดยังไงก็อร่อยครับ
คุณน้ำค้าง กุศลจิต หรือ คุณก้อย ประธานวิสาหกิจชุมชน บ้านรักกะลา เกาะช้างใต้ ภูมิลำเนาเป็นคนเกาะช้าง อยู่บ้านเลขที่ 67/5 หมู่ที่ 5 บ้านสลักเพชร ตำบลเกาะช้างใต้ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด อาชีพเดิมรับตัดเสื้อผ้า เมื่อแต่งงานกับ คุณพงษ์ศักดิ์ สวัสดิผล ที่ทำอาชีพช่างไฟฟ้า ทำนากุ้ง และรับจ้างขุดแบ๊กโฮ ได้ปรับเปลี่ยนอาชีพใหม่ ประดิษฐ์วัสดุจากกะลา เนื่องจากในหมู่บ้านเกาะช้างใต้มีสวนมะพร้าวและกะลามักจะถูกทิ้งหรือนำไปเผาทิ้งอย่างน่าเสียดาย จึงคิดนำกะลามาประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับ เครื่องใช้ ของที่ระลึก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ให้กับชุมชน เพราะเกาะช้างเป็นเมืองท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก ที่ขี่มอเตอร์ไซค์รอบเกาะผ่านมาด้านสลักเพชร จึงเริ่มต้นจากการก่อตั้งวิสาหกิจชุมชน บ้านรักกะลา เกาะช้างใต้ และเรียนรู้จากวิทยากร จากองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราดจัดหามาอบรมและพาไปดูงานที่บ้านทุ่งคา จังหวัดชุมพร และจังหวัดสมุทรสงคราม จากนั้นจึงเริ่มทำผลิตภัณฑ์จำหน่ายที่ “บ้านรักกะลา” แรกๆ มีไม่ถึง 10 แ
“เกาะช้าง” แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามสุดตะวันออก จังหวัดตราด เป็นที่รู้จักกันดีทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ก่อนที่จะพัฒนาด้านการท่องเที่ยว อาชีพหลักชาวบ้านทำสวนผลไม้ ยางพารา ประมง ทุเรียนพันธุ์ชะนีนั้น ปลูกกันมานานร่วม 50 ปี ระยะหลังหลายคนปรับเปลี่ยนไปปลูกพันธุ์หมอนทองตามความนิยมของตลาดบ้าง หรือปลูกยางพาราทดแทน เพราะราคาดีกว่า ชาวสวนทุเรียนจึงเหลือเพียง 111 ราย พื้นที่ปลูก 843 ไร่ มีพันธุ์ชะนีที่ปลูกดั้งเดิมอายุ 30-50 ปี เหลืออยู่ 348 ไร่ กระดุม 52 ไร่ พวงมณี 5 ไร่ และหมอนทอง 437 ไร่ ปริมาณทุเรียนเกาะช้างปีละ 476.43 ตัน เป็นทุเรียนชะนีเกาะช้าง ประมาณ 100 ตัน ตรวจพบ วิตามินอี-ไอโอดีน อพท. ต่อยอดลดปริมาณคาร์บอน ประมูล กิโลกรัมละ 4,000 บาท ช่วงปี 2553-2555 “ทุเรียนชะนีเกาะช้าง” เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เมื่อปี 2553 คุณมานพ ทองศรีสมบูรณ์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาเกาะช้าง เห็นว่าทุเรียนชะนีเกาะช้างอายุ 30-50 ปี ปลูกในพื้นที่สภาพดินเป็นดินภูเขาไฟ ลาดเอียง มีไอน้ำทะเล อากาศโปร่ง ให้ผลเร็ว เนื้อสีเหลืองสวย เนียนเหนียว รสชาติหวานอร่อย จึงส่งไปทดสอบ
