เก้าอี้มหัศจรรย์ตาแสวง
ภาพจำในอดีตของ “เก้าอี้มหัศจรรย์ตาแสวง” คือภูมิปัญญาชาวบ้านที่ตาแสวงทำให้ภรรยาใช้ เป็นอุปกรณ์ยืดเส้นคลายเส้น ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย หาซื้อได้ตามงานวัด งาน OTOP หรืองานกาชาด แต่เมื่อ เจ – ณัฐวัฒน์ พุ่มบุญทริก หลานเขยเข้ามารับช่วงต่อปรับโฉมธุรกิจในรุ่นสาม ทำให้เก้าอี้มหัศจรรย์ตาแสวงกลายเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ เพิ่มสีสันและลวดลายให้ทันสมัย จนกลายเป็นไอเทมที่หลายบ้านมีติดไว้ใช้งาน โดยในปี 2568 “เก้าอี้มหัศจรรย์ตาแสวง” สร้างรายได้ราว 73 ล้านบาท ก่อนขยับขึ้นมาแตะ 100 กว่าล้านบาทในเวลาเพียง 7 เดือนของปี 2569 ทว่า เส้นทางการเติบโตสู่รายได้หลักร้อยล้านไม่ได้เรียบง่ายและสวยหรู เจให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐี” ถึงที่มาของการเข้ามาสานต่อธุรกิจ อุปสรรคที่ต้องเจอ รวมถึงกลยุทธ์ที่ใช้ปรับจนธุรกิจเติบโตมาถึงวันนี้ เป็นรุ่นสามไม่ง่าย เจอสารพัดอุปสรรค เจเปิดบริษัทรับทำการตลาดให้กับแบรนด์เครื่องสำอาง สกินแคร์ และอาหารเสริมมากมาย โดยไม่มีแนวคิดรับช่วงต่อธุรกิจ เพราะมองว่าเป็นงานหนัก สินค้าชิ้นใหญ่ ค่าโลจิสติกส์สูง ปัญหาเยอะ แต่แฟนเอ่ยปากชวนมาช่วยธุรกิจของที่บ้านอยู่เป
จากเก้าอี้ไม้ที่ในความทรงจำของ “ตาแสวง” ที่ทดลองทำให้ภรรยาใช้เพื่อหวังบรรเทาอาการปวดเข่า ปวดขา วันนี้ “เก้าอี้มหัศจรรย์ตาแสวง” กลายเป็นธุรกิจที่ทำยอดขายกว่า 100 ล้านบาท โดยมี “คุณเจ – ณัฐวัฒน์ พุ่มบุญทริก” หลานเขยผู้เป็นทายาทรุ่นที่สามเข้ามาช่วยสานต่อและผลักดันภูมิปัญญาชาวบ้านให้เติบโตผ่านการทำตลาดออนไลน์ด้วยประสบการณ์ทั้งหมดที่เขามี ทว่า กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างวันนี้ เส้นทางไม่ได้สวยหรู คุณเจพบเจออุปสรรคมากมาย ทั้งผู้ผลิตที่ลดคุณภาพสินค้าจนต้องหันมาผลิตเอง หรือในวันที่ยอดขายตก ต้องแบก Fix Cost รวมถึงวันที่เพจถูกปิด แต่แทนที่จะยอมแพ้ คุณเจเลือกกลับมาสู้ใหม่ เรียนรู้ทุกอย่างตั้งแต่การตลาด การเงิน บัญชี ไปจนถึงการลงมือผลิตเก้าอี้ด้วยตัวเอง จดทะเบียนบริษัท ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง และพาธุรกิจกลับมาเติบโตอีกครั้ง และวันนี้ เก้าอี้มหัศจรรย์ตาแสวง ตั้งเป้าหมายไปสู่พันล้านภายใน 5 ปี
