เครดิต
เมื่อพูดถึง Visa หลายคนอาจนึกถึงบัตรเครดิตที่อยู่ในกระเป๋า และเข้าใจว่า Visa คือผู้ให้บริการบัตรหรือสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้า แต่เบื้องหลังของธุรกิจนี้แตกต่างออกไป เพราะ Visa ไม่ได้ทำธุรกิจปล่อยกู้ ไม่ได้ออกบัตรเครดิตให้ผู้บริโภคโดยตรง และไม่ได้รับความเสี่ยงจากหนี้เสียของผู้ถือบัตร สิ่งที่ Visa ทำคือการสร้างเครือข่ายการชำระเงินที่เชื่อมต่อระหว่างธนาคาร ร้านค้า และผู้บริโภคเข้าด้วยกัน Visa ไม่ใช่ธนาคาร แล้วใครเป็นคนรับความเสี่ยง? เมื่อผู้บริโภคสมัครบัตรเครดิตกับธนาคาร เช่น ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ หรือธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารเหล่านี้คือผู้ที่ออกบัตร กำหนดวงเงิน และเป็นผู้รับความเสี่ยงหากลูกค้าไม่สามารถชำระหนี้ได้ ส่วน Visa ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ธุรกรรมสามารถส่งต่อข้อมูลระหว่างผู้เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว ลองนึกภาพการซื้อกาแฟราคา 100 บาท เมื่อผู้บริโภคแตะหรือรูดบัตร Visa ระบบจะส่งข้อมูลไปยังธนาคารผู้ออกบัตรเพื่อเช็กวงเงินและอนุมัติรายการ จากนั้นจึงส่งข้อมูลกลับมายังร้านค้า กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที Visa จึงเปรียบเสมือนทางด่วนขอ
ใช้บัตรเครดิตแบบไหน? ช่วยให้มี “เงินเหลือ” ทำง่าย ได้ผลจริง เชื่อหรือไม่? บัตรเครดิตก็เป็นพระเอกได้ ถ้าใช้ให้เป็น และใช้อย่างถูกวิธี แม้การใช้บัตรเครดิตจะมีดอกเบี้ยที่มีอัตราค่อนข้างสูง และคนไทยเองก็เป็นหนี้บัตรเครดิตมากเป็นอันดับสอง รองจากหนี้ส่วนบุคคล จนทำให้บัตรเครดิตอาจถูกมองเป็นผู้ร้ายสำหรับหลายๆ คน แต่จริงๆ แล้วบัตรเครดิตก็มีข้อดีอยู่ไม่น้อย หากใช้ให้เป็น ใช้ให้ถูกวิธี และมีวินัยในการใช้จ่าย เพียงเท่านี้ ก็สามารถทำให้เจ้าบัตรพลาสติกใบนี้พลิกบทบาทไปเป็นพระเอกได้เหมือนกัน วันนี้เลยขอนำทริกดีๆ ในการใช้บัตรเครดิตให้คุ้มค่าและช่วยให้มีเงินเหลือมาฝากกัน ๐ เช็กดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมให้ดี ก่อนตัดสินใจทำบัตรเครดิตเช็กให้ดี ทั้งเรื่องดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม เอาข้อมูลของบัตรมาเทียบกัน โดยค่าธรรมเนียมส่วนใหญ่จะมี 2 ประเภท ได้แก่ ค่าธรรมเนียมแรกเข้า และค่าธรรมเนียมรายปี ใครไม่อยากเสียค่าธรรมเนียมเหล่านี้ อาจเลือกเปิดบัตรเครดิตกับธนาคารที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า หรือบางธนาคารอาจกำหนดยอดใช้จ่ายสะสมต่อปีไม่มาก เมื่อเราใช้จ่ายให้ครบตามจำนวนขั้นต่ำที่กำหนดไว้ก็จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายป
