เครื่องเงิน
จังหวัดน่าน เปิดงาน “Nan Style : เสน่ห์น่านฟ้านันทบุรี” ยกสินค้าเอสเอ็มอี ขนสินค้า บุกห้างดังกรุงเทพฯ พร้อมตั้งโต๊ะเจรจาหนุนส่งออกต่างประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดน่าน นำโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน เปิดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์จังหวัดน่าน จากภูมิปัญญาสู่สากล ภายใต้ชื่องาน “Nan Style : เสน่ห์น่านฟ้านันทบุรี” เป็นการยกขบวนสุดยอดสินค้าภูมิปัญญาเอกลักษณ์เมืองน่านคุณภาพสากล เช่น เครื่องเงิน ผ้าทอพื้นเมือง และสินค้าเกษตรแปรรูป มาอวดโฉมพร้อมจำหน่ายให้คนกรุงเทพฯ และจะมีการตั้งโต๊ะเจรจาหนุนส่งออกต่างประเทศ ในวันที่ 3-7 เมษายน 2562 นี้ ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ได้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์จังหวัดน่าน จากภูมิปัญญาสู่สากล โดยมีนายเงียบ แสงจำปา พาณิชย์จังหวัดน่าน พร้อมด้วยผู้ประกอบการส่งออก ผู้ประกอบการสินค้าจังหวัดน่าน เข้าร่วมกันจัดงาน ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมตามโครงการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อการเชื่อมโยงการค้ากับกลุ่มประเทศอาเซียน+3 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ดำเนินงานโดย
สยามเจมส์ กรุ๊ป สานต่อโครงการ “สืบสานงานเงิน” เต็มรูปแบบ ผ่านกิจกรรมอบรมสัมมนาพัฒนาผลิตภัณฑ์ อัดแน่นไปด้วยความรู้กับกิจกรรมอบรมสัมมนาพัฒนาผลิตภัณฑ์และส่งเสริมช่องทางการค้าแก่ผู้ประกอบการเครื่องเงิน ภายใต้โครงการ “สืบสานงานเงิน” โดย สยามเจมส์ กรุ๊ป ในหัวข้อ “เปิดโอกาสธุรกิจสร้างกลยุทธ์การตลาดและพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์ สำหรับตลาดนักท่องเที่ยว” ซึ่งผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกในรอบ Mini Matching ทั้งหมด 12 ราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมอบรมในครั้งนี้ด้วยและต่างให้ความสนใจเป็นอย่างดี นายฐวัฒน์ สมมะโนพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด สยามเจมส์ กรุ๊ป ได้กล่าวว่า “สิ่งที่จะเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้กับเครื่องเงินของไทยให้ยังคงสืบต่ออยู่ได้นั้น คือการพัฒนาสินค้าและการปรับเปลี่ยนตามสมัยนิยม ทั้งในเรื่องของการออกแบบ การผลิต รวมไปถึงการเข้าใจในตลาด เพื่อเติบโตตามยุคเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ดังนั้นสยามเจมส์ กรุ๊ป จึงได้จัดกิจกรรมสัมมนาผลิตภัณฑ์และส่งเสริมช่องทางการค้าแก่ผู้ประกอบการเครื่องเงิน โดยวิทยากรที่มีประสบการณ์และมีความชำนาญ เพื่อมาถ่ายทอดความรู้ในการออกแบบจากเอกลักษณ์ของชุมชนสู่ความร่วมสมัย รวมถึ
เมื่อหลายวันก่อนมีโอกาสเข้าร่วมงานในโครงการ ‘สืบสานงานเงิน’ ที่ ‘สยามเจมส์ กรุ๊ป’ จัดขึ้น ที่จังหวัดน่าน โดยงานในวันนั้นเป็นกิจกรรมรอบ Mini Matching ที่ทางสยามเจมส์จะคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความพร้อมเพื่อเซ็นสัญญาจำหน่ายสินค้า ส่วนผู้ประกอบการที่ยังไม่มีความพร้อมแต่สามารถพัฒนาได้จะให้เข้าร่วมโครงการกับสยามเจมส์ต่อไป ภายในงานมีผู้ประกอบการเครื่องเงินและช่างฝีมือเข้าร่วมทั้งหมด 19 ราย (จากทั่วประเทศ 33 ราย) แบ่งเป็นสินค้าประเภทไลฟ์สไตล์ 9 ราย และประเภทแฟชั่น 10 ราย สำหรับ ‘เครื่องเงิน’ ในประเทศไทยนั้น ช่างไทยเรามีฝีมือไม่แพ้ชาติใดในโลกโดยเฉพาะผู้ประกอบการจากภาคเหนือ ทั้งความละเอียดในเนื้องาน เนื้อเงินคุณภาพ ลวดลายที่ทันสมัย สร้างสรรค์ผ่านรูปแบบเครื่องประดับ ต่างหู กำไล สร้อยคอ ก็ดี หรือจะเป็นเครื่องใช้ตั้งโชว์นั้นสวยงามไม่แพ้กัน ด้วยเหตุผลเหล่านี้เองส่งผลให้เครื่องเงินไทยนั้นส่งออกเป็นอันดับ 3 ของโลก และมีมูลค่าการตลาดมากถึง 1,700 ล้านดอลลาร์ เลยทีเดียว แน่นอนว่าภายในงาน มีร้านเครื่องเงินเก่าแก่และหน้าใหม่มาร่วมงานกันคึกคัก ต่างชูจุดเด่นของร้านอย่างไม่ยอมกัน เริ่
หากเอ่ยถึงเครื่องประดับ คงไม่ได้มีแค่ เพชรนิลจินดาเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเครื่องเงิน โดยเฉพาะเครื่องเงินไทยอันเป็นศิลปะล้ำค่าจากฝีมือช่างเงินไทยที่มีคุณภาพจนสร้างมูลค่าการตลาดมากถึง 1,700 ล้านดอลลาร์ และส่งออกเป็นอันดับ 3 ของโลก ร้านสล่าเงิน เป็นผู้ผลิต และจำหน่ายเครื่องประดับเงินจังหวัดน่าน ที่สร้างและผลักดันร้านเครื่องเงินของตนเองจนกลายเป็นร้านเครื่องเงินที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน แม้ในช่วงหนึ่งจะต้องเจอวิกฤตราคาเนื้อเงินพุ่งสูง 2 เท่าตัว คุณไตร เขื่อนธะนะ อายุ 51 ปี เจ้าของร้านสล่าเงินที่เอ่ยถึงข้างต้น เล่าว่า ซึมซับการทำเครื่องเงินมาตั้งแต่เด็ก จนสามารถทำงานได้ในวัยเพียง 16 ปี “จริงๆ เริ่มทำงานตอนอายุ 16 เนี่ยถือว่าเริ่มช้านะ เพราะเด็กต่างจังหวัดส่วนใหญ่เขาเริ่มทำงานกันตั้งแต่ 12-13 ปีแล้ว เพราะไม่ค่อยได้เรียนหนังสือเลยเริ่มทำงานกันเร็ว งานแรกที่ทำเป็นก็คือทำเครื่องเงินนี่แหละเพราะซึมซับมาตั้งแต่เด็กๆ” คุณไตร บอกอีกว่า จากนั้นย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ทำในโรงงานเล็กๆ ซึ่งเป็นกิจการของพี่สาวตนเอง มีคนงานประมาณ 5 คน จากนั้นขยายตามเวลาคนงานเพิ่มขึ้นกว่า 100 คน ทำอยู่ประมาณ 14 ปี ก็แยก
