เจ้าของร้านอาหาร
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูอาหาร เจ้าของคอลัมน์ ตู้จดหมายพลศรี คุณลักษณะของเจ้าของที่ทำให้ร้านเจ๊งได้อย่างรวดเร็วมีหลายประการ เท่าที่เจอมามีดังนี้ – เจ้าของไม่ว่างเลย ปล่อยผู้จัดการ พนักงานทำกันเอง คอยดูแต่ตัวเลขบ้าง แต่ก็ไม่ถี่ถ้วน ละเลยเกือบทุกเรื่อง ทั้งเรื่องอาหาร ควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ สั่งซื้อ การเก็บ การบริการ รักจะทำร้านอาหารยิ่งเป็นร้านเดี่ยวๆ ไม่ใช่ระบบเชน เจ้าของต้องลงไปดูคลุกคลีบ่อยๆ ไม่ลงมาเลย พนักงานก็สบาย ปล่อยปละทุกอย่าง ร้านเจ๊งแน่ในเวลาอันรวดเร็วครับ – เจ้าของบริหารงานไม่เป็น การทำร้านอาหารเจ้าของเก่งอยู่เรื่องเดียวไม่ได้ ต้องเก่งและรู้ทุกเรื่องของกระบวนการร้านอาหาร ตั้งแต่เรื่องแนวคิดการทำร้าน การวางผังร้าน ครัว อุปกรณ์ เครื่องมือที่ต้องใช้ การสร้างสูตรอาหาร การคิดต้นทุน การควบคุมต้นทุน การตั้งราคาขาย การบริการ การทำครัว งานบัญชี ถึงแม้ว่าไม่ทำเองแต่ต้องตรวจละเอียดถี่ถ้วน และมีความรู้เรื่องพวกนี้อยู่บ้าง ไม่งั้นต้องยืมจมูกคนอื่นเขาดมหมดครับ ไม่รู้เรื่องไหน ให้ถามคนอื่น หาที่ปรึกษา อย่าปล่อยละเลยสักเรื่องเดียว – เจ้าของจู้จี้ จุกจิก ขี้บ่น พูดไม
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูอาหาร เจ้าของคอลัมน์ ตู้จดหมายพลศรี ชื่อเรียก “คน” ไปพ้องกับกิริยา “คน” หมายถึงคนของให้เข้ากัน บางทีก็คนจนเละเทะ เหมือนกับ “คน” ที่อยู่ที่ไหนกันเยอะๆ ตรงนั้นก็จะเละเทะไปหมด คนของร้านอาหาร มีทั้งเจ้าของกิจการ พนักงาน คู่ค้า และลูกค้า “คน” ไหนๆ ก็มีเรื่องวุ่นๆ ทั้งนั้นแหละครับ แต่เรื่องวุ่นของลูกค้า ต้องยกเทิดทูนไว้ “ลูกค้าคือพระเจ้า” เพราะฉะนั้น ต่อให้ลูกค้ากวนแค่ไหน ร้านอาหารมีหน้าที่ต้องสนองตอบหรือแก้ปัญหาให้ได้ เรื่องกวนๆ ของลูกค้า เช่นอะไรบ้าง – ง่ายๆ เลย สั่งไอ้ของที่ไม่มีอยู่ในเมนู แต่ขอให้ทำขึ้นมาใหม่จากวัตถุดิบที่ร้านมี เช่น มีเมนูไข่เจียวปู ขอเป็นไข่เจียวกุ้งได้ไหม ไปเจอพนักงานที่ขาดไหวพริบ จะตอบ “ไม่มีค่ะ” เพราะไม่รู้จะคีย์คำสั่งยังไง คิดราคาเท่าไหร่ ปูกับกุ้งราคาไม่เท่ากัน ขายไปเดี๋ยวเจ้าของมาด่า ถ้าเป็นเจ้าของอยู่เอง หรือผู้จัดการร้านที่มีอำนาจตัดสินใจ กล้ารับผิดชอบ สามารถแก้ปัญหาได้ทันที ลูกค้าก็พอใจ – สั่งอาหารไม่เอาโน่น ไม่เอานี่ ข้อนี้คล้ายๆ กับข้อแรก การแก้ปัญหาไม่ได้ยาก พ่อครัวอย่ารำคาญแค่นั้นเอง – จองแล้วไม่มา ยุคใช
