เจ้าแรกในไทย
เปิดตำรับ ขนมส้มแมนดาริน เจ้าแรกในไทย! ทำขายเฉพาะช่วงเทศกาล โกยรายได้หลักแสน! เทศกาลตรุษจีน เป็นเทศกาลเกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรมของเอเชียที่มีชื่อเสียงที่สุด โดยในยุคสมัยราชวงศ์ฮั่น ราวปี พ.ศ. 439 (ก่อนคริสต์ศักราชประมาณ 104 ปี) มีการเริ่มกำหนดให้วันที่ 1 เดือน 1 ของทุกปี ตามปฏิทินจีน เป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ของจีนและใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณปิง-สุรวงศ์ สัตยาพันธุ์ เจ้าของร้านรุ่นที่ 3 ร้าน Bakery Hut วัย 30 ปี ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมมงคล ต้นตำรับขนมส้มแมนดารินเจ้าแรกในไทย ที่วางขายเฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น! โดยคุณปิง เล่าว่า ร้าน Bakery Hut ดำเนินกิจการมาได้กว่า 50 ปีแล้วตั้งแต่รุ่นอาเหล่าม่า แต่เมื่อมาถึงรุ่นคุณแม่ หรือ คุณหนู-พรนรินทร์ สัตยาพันธุ์ จึงเพิ่งได้สร้างร้านเป็นหลักเป็นแหล่งที่ย่านสุรวงศ์ได้ 15 ปี นอกจากนั้นคุณแม่ก็ได้พัฒนาสูตรขนม ต่อยอดจากอาเหล่าม่าเพิ่มอีกหลากหลาย “อาเหล่าม่าก็เป็นอีกคนที่อพยพจากจีนมาตั้งรกรากที่ไทย ซึ่งทางบ้านอาเหล่าม่าเขาก็เก่งเรื่องการทำขนมกัน เขาก็ทำขนมของจีนขาย แรกๆ ก็ทำขนมไหว้พระจันทร์ ขนมเทียน ขนมเปี๊ยะ บ๊ะจ่าง พว
“ชีสเค้กทุเรียน” เจ้าแรกในไทย มีให้กินทั้งปี สาวกทุเรียนห้ามพลาด! ทุเรียน นอกจากจะทานกันสดๆ แล้ว ผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่มีความคิดสร้างสรรค์หลายๆ เจ้า ได้นำเอามาเป็นส่วนประกอบในการรังสรรค์เมนูใหม่ๆ ออกมาให้เหล่านักกินได้ทานกัน Ivan factory ร้านขนมออนไลน์ของ คุณลิตเติ้ล – ปภาพินท์ เดียวสุรินทร์ วัย 33 ปี ก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่มีการนำทุเรียนเข้ามาเป็นวัตถุดิบในการทำขนม “ชีสเค้กทุเรียน” เจ้าแรกในไทย และเป็นที่โด่งดังในหมู่นักกินและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก คุณลิตเติ้ล – ปภาพินท์ เดียวสุรินทร์ วัย 33 ปี คุณลิตเติ้ล เล่าให้ฟังว่า เธอเรียนจบปริญญาตรี เอกภาษาจีน ด้วยความที่พี่สาวของเธอเปิดร้านขนมทำให้เธอพลอยคลุกคลีกับการทำขนมมาตั้งแต่สมัยเรียน เมื่อเรียนจบก็ไปช่วยงานที่บ้านได้สักระยะ จึงได้แยกตัวไปเปิดร้านขนมอีกสาขาหนึ่งเป็นของตัวเอง ภายใต้แบรนด์เดียวกันกับพี่สาว “จุดเริ่มต้นของการทำชีสเค้กทุเรียนขาย ด้วยความที่เราคลุกคลีกับเค้กกับขนมทุกวันแล้ว แฟนของเราเป็นคนทานยากแต่เขาชอบทานทุเรียนและขนมมาก เราก็อยากทำอะไรดีๆ ให้เขาทาน เลยลองทำชีสเค้กทุเรียนให้เขาชิมแล้วเราก็มีความเชื่อส่วนหนึ่งว่า ถ้าคนทา
กาแฟ เครื่องดื่มคาเฟอีน ที่ผู้คนทั่วโลกมักนิยมดื่มกันในตอนเช้าๆ มีทั้งแบบร้อน แบบเย็น กาแฟสด กาแฟสำเร็จรูป กาแฟเพื่อสุขภาพ กาแฟดริป และอีกสารพัดสารพันกาแฟให้เหล่าคอฟฟี่ เลิฟเวอร์ได้เลือกดื่มกัน คุณสุรสิทธิ์ ปุสุรินทร์คำ วัย 53 ปี อาจารย์หัวหน้าแผนกเทคโนโลยีศิลปกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ผู้คิดค้น กาแฟขี้ควาย ขึ้นเป็นคนแรกของประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า กาแฟขี้ควาย ถือเป็นไอเดียที่เกิดจากท้องถิ่น เพราะที่บ้านปางควาย หมู่บ้านเขาอาศัยอยู่นั้น เป็นหมู่บ้านที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติอันสมบูรณ์และสวยงาม อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านที่ทำการเกษตรแบบดั้งเดิม บวกกับด้วยหน้าที่การงาน ที่เป็นคนสอนให้เด็กมีความคิดใหม่ๆ มีความสร้างสรรค์ และนอกกรอบ จึงต้องมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ อยู่เสมอ และเขาก็มีโอกาสได้ทำงานจิตอาสาเกี่ยวกับศาสตร์ของพระราชา ที่พูดถึงเรื่องการมองให้ลึกซึ้ง อีกทั้งคุณสุรสิทธิ์ มีความต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนอยู่แล้ว และมีโอกาสได้ไปที่ดอยช้าง หนึ่งในแหล่งผลิตกาแฟรายใหญ่ของเชียงราย ที่มีการทำกาแฟขี้ชะมด กาแฟที่ได้ชื่อว่าดีและมีราคาแพงที่สุ
หนึ่งเดียวในโลก “กาแฟไขชะมด” วัตถุดิบสุดแพงกิโลละแสนห้า หนึ่งเดียวในโลก “กาแฟสมุนไพรไขชะมด” ใช้วัตถุดิบสุดแพงกิโลกรัมละแสนห้า คนไทยคิดสูตร ปักหมุดไปชิมกันได้ที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ราคาซองละ 290 บาท เปิดตัวไม่นาน สร้างรายได้ครึ่งแสนต่อเดือน คุณเอ – พจนีย์ มหรรณพ อายุ 34 ปี เจ้าของกาแฟสมุนไพรไขชะมด เท้าความว่า บรรพบุรุษเลี้ยงชะมดมาราว 120 ปีแล้ว ตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายาย ก่อนจะตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบันรุ่น 4 เป็นผู้สืบทอดกิจการฟาร์ม มีชะมดในครอบครองกว่า 300 ตัว “เมื่อก่อนฟาร์มจะผลิตไขชะมดส่งขายให้บริษัทยาแผนโบราณ เพราะมีสรรพคุณบำรุงหัวใจ ทั้งยังขายให้บรรดาบริษัทเครื่องหอม น้ำอบ น้ำหอม เนื่องจากทำให้กลิ่นติดทนนาน ขายได้สูงสุดถึงกิโลกรัมละ 2 แสนบาทเลยทีเดียว” กระทั่งปี 2557 คุณเอ บอกว่า ฟาร์มชะมดประสบปัญหาขาดทุน เพราะราคาไขชะมดตกต่ำ เนื่อง จากมีผู้เลี้ยงชะมดเพื่อผลิตไขขายมากขึ้น ทั้งยังมีไขชะมดปลอมแพร่ระบาด จากซื้อ – ขายกัน กิโลกรัมละ 1.5 – 2 แสน เหลือเพียงกิโลกรัมละ 6 หมื่นบาท หักลบกับต้นทุนที่ใช้ในการเลี้ยงดูชะมดแล้ว เรียกได้ว่าขาดทุนย่
ความใฝ่ฝันอย่างหนึ่งของคนรุ่นใหม่คือ การมีธุรกิจเป็นของตัวเอง บางคนครอบครัวไม่ได้มีปัจจัยอะไรสนับสนุนก็เลือกเป็นมนุษย์เงินเดือนไปก่อน พอมีประสบการณ์ มีเงินสะสมเพียงพอถึงค่อยลาออกมาทำกิจการของตัวเองตามความชอบความถนัด ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่ไปได้ดี เพราะผู้ประกอบการเหล่านี้มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง และส่วนใหญ่จะศึกษาความเป็นไปได้ทางการตลาดมาแล้ว ใช้งบลงทุน 6-7 ล้านบาท คุณต่อศักดิ์ ชาติวัยงาม อายุ 33 ปี จบคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันร่วมกับเพื่อน คุณสรวุธ จักรวุธ ทำไร่แก่นตะวันที่อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ในเนื้อที่ 24 ไร่ พร้อมต่อยอดด้วยการทำแก่นตะวันอัดเม็ดขาย ยี่ห้อซีอิน (SEIN) เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน ปรากฏว่ามีเสียงตอบรับค่อนข้างดี คุณต่อศักดิ์ เล่าว่า ก่อนหน้ามาทำไร่แก่นตะวัน เคยเป็นโบรกเกอร์อยู่ตลาดหลักทรัพย์ แต่รู้สึกว่าเป็นงานไม่มั่นคงเลยลาออก เพื่อหาอะไรที่เป็นของตัวเองทำ พอดีได้รู้จักสมุนไพรแก่นตะวัน เนื่องจากไปเที่ยวขอนแก่นแล้วรู้จักกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เห็นไร่ปลูกแก่นตะวันแล้วรู้สึกสนใจ เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อีกอย่าง
