เทรนด์ผู้บริโภค
ปี 2568 เป็นอีกหนึ่งปีที่ยากลำบากของเศรษฐกิจทั่วโลกและไทย แม้ดูเหมือนจะมีสัญญาณการฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยวที่มีการคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาแตะ 40 ล้านคน ในปี 2568 การลงทุนจากในประเทศและต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงบีบคั้นอยู่รอบด้าน ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก สินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาตีตลาดไทย มาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกาซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ อีกทั้งราคาสินค้าและบริการที่ขยับตัวสูงตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว กำลังซื้อถดถอย ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยจึงยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ท่ามกลางความท้าทายนี้ก็มีเทรนด์ผู้บริโภคที่น่าสนใจที่สามารถช่วยพลิกสถานการณ์ เพิ่มโอกาส ให้ธุรกิจเติบโตได้ ซึ่งเรียกว่า พฤติกรรม 3 เซฟ ได้แก่ Save Money, Save Earth, Safe Health & Mental Health ซึ่งทั้งหมดเป็นแนวทางการใช้ชีวิตและปัจจัยการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภคคนไทย โดย ผศ.ดร.สุเทพ นิ่มสาย หัวหน้าสาขาการจัดการและกลยุทธ์ (Management and Strategy) วิทยาลัย
ปี 2568 แล้ว คนไทยยังชอบมูเหมือนเดิม ‘เรื่องเงิน’ มาเป็นอันดับ 1 เปย์ไม่อั้นกับ ‘ของเสริมดวง’ กว่า 1,000 บาทต่อปี ส่วนคนสูงวัย มาเหนือจ่ายมากกว่า 5,000 บาทต่อปี ท็อปส์ จัดแคมเปญใหญ่ครั้งแรกของปี THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2025 ต้อนรับปีมะเส็ง พร้อมเปิดอินไซต์พฤติกรรมผู้บริโภคปี 2568 ที่เรียกว่า 4s Trends ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้ 1. Smart Spending & Value Equation ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า เน้นคุ้มค่า คุ้มราคา แม้เศรษฐกิจไทยจะยังมีแนวโน้มขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีมาตรการจากภาครัฐช่วยเป็นแรงหนุนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมา แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้จ่ายด้วยความระมัดระวัง คำนึงถึงความจำเป็นของสินค้าเป็นปัจจัยหลัก รวมทั้งพิจารณาความคุ้มค่าของสินค้าเทียบกับราคา เพื่อให้มั่นใจว่าแผนการใช้จ่ายรัดกุมมากพอ และจะไม่ส่งผลต่อสภาพคล่องทางการเงินในอนาคต 2. Self-Healing ฮีลใจ, ทันกระแส, และมีสตอรี่ เศรษฐกิจที่กำลังกลับมาฟื้นตัว และสังคมที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรายวัน ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยมุ่งแสวงหาความสุขทางใจมากขึ้น ซึ่งความสุขที่ใกล้ตัวและตอบสนองความต้องการได้เร็วที่สุด
เจาะลึก 4 พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ปรับตัวธุรกิจให้ปังในปี 2025 “อยากรู้กันไหม? ว่าทำไมลูกค้าถึงเลือกซื้อสินค้าของคุณ? คำตอบอยู่ที่ ‘ลักษณะผู้บริโภค‘ นั่นเอง! ที่เปรียนเสมือนน็อตตัวสำคัญในการทำธุรกิจทุกขนาด การเรียนรู้ลักษณะผู้บริโภคจะช่วยให้เข้าใจลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง และนำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ การทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าจะช่วยให้ ผู้ประกอบการหรือแบรนด์ได้วางแผนการตลาดได้ตรงจุด รวมไปถึงการ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้อย่างแท้จริง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ CEA (Creative Economy Agency) ได้ทำการวิจัยและพบว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2025 มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายเล็ก ได้ศึกษาและปรับตัวให้ทัน โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ดังนี้ ผู้บริโภคแบบสุญนิยม New Nihilists : ปล่อยใจจอยๆ ใช้ชีวิตไร้กฎเกณฑ์ เพราะชีวิตเป็นของเราเอง New Nihilists หรือ ผู้บริโภคแบบสุญนิยม มักจะมองหาความสุขแบบง่ายๆ ในชีวิตที่วุ่นวาย พวกเขาไม่เชื่อในกฎเกณฑ์เดิมๆ อีกต่อไป แต่เลือกที่จะใช้ชีวิตต
ผปก.ต้องรู้! กลิ่น อีกปัจจัยในการเลือกซื้อ อาหาร-เครื่องดื่ม เพื่อคลายเครียด มินเทล ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลการตลาดระดับโลก ได้เผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับบทบาทของอาหารและเครื่องดื่ม ในการสนับสนุนการมีสุขภาพจิตที่ดีในกลุ่มผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทย งานวิจัยจากมินเทลพบว่า 1 ใน 7 ของผู้บริโภคไทย เคยประสบปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งรวมถึงความเครียด อาการนอนไม่หลับ ความวิตกกังวล ความโดดเดี่ยว ความไม่มั่นใจในตนเอง และการหมดไฟในการทำงาน อาการเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคพยายามแสวงหาแบรนด์ที่สามารถช่วยให้สบายใจขึ้นและบรรเทาอาการต่างๆ ที่เกิดจากความเครียดในแต่ละวัน คุณ Rashmika Khanijou นักวิเคราะห์อาวุโส แผนกอาหารและเครื่องดื่ม มินเทล รีพอร์ทส์ ประเทศไทย นำเสนอผลงานวิจัยนี้ใน THAIFEX 2023 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย คุณ Rashmika Khanijou แนะนำความเป็นไปได้ต่างๆ ที่จะช่วยให้แบรนด์ปรับตัวเข้ากับเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคด้านสุขภาพจิต ภาวะจิตใจของผู้บริโภค ผู้บริโภคไทยจำนวนเกือบครึ่ง (49%) ระบุว่า พวกเขามีสุขภาพจิตที่ ‘ดี’ ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ
พาส่องเทรนด์ผู้บริโภค หลังโควิดคลี่คลาย ผู้ประกอบการร้านอาหารรู้ไว้ จะได้ปรับตัวทัน! เว็บไซต์ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เผย ผลการสำรวจประชาชนในช่วงเดือนกันยายน 2565 จำนวน 7,188 คนทุกอำเภอทั่วประเทศ เกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในบ้าน–นอกบ้าน หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย พบว่า ส่วนใหญ่ยังคงนิยมรับประทานอาหารในบ้านทุกวัน โดยซื้ออาหารสดมาทำเองและการซื้ออาหารปรุงสำเร็จมารับประทานในบ้าน ขณะที่การสั่งผ่านบริการดีลิเวอรี่มีแนวโน้มลดลง สำหรับการออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านมีไม่บ่อยนัก โดยนิยมรับประทานอาหารในร้านอาหารทั่วไปและริมบาทวิถี ส่วนร้านระดับหรูและปานกลางมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยปรับลดและหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารนอกบ้าน แสดงถึงวิถีชีวิตของประชาชนในปัจจุบันที่ใช้จ่ายโดยคำนึงถึงความประหยัดและคุ้มค่ามากขึ้น โดยมีรายละเอียดผลการสำรวจ ดังนี้ การรับประทานอาหารในบ้าน พบว่า – ความถี่ในการรับประทานอาหาร เกือบทุกอาชีพและช่วงรายได้นิยมรับประทานอาหารในบ้านทุกวัน โดยเฉพาะผู้ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ เกษตรกร อาชีพอิสระ และผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 20,000 บาท/เดือน เป็นที่น่าสั
