เอ็กซิมแบงก์
แนะเทรนด์ส่งออก ปี 2567 สินค้า “รักษ์โลก ผู้สูงอายุ ผู้หญิง” มาแรง การส่งออกของไทยในปี 2566 อาจขยายตัวได้ต่ำกว่าศักยภาพ เนื่องจากเจอปัญหาจากปัจจัยภายนอกประเทศรุมเร้า เช่น ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ราคาพลังงานปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจีนส่งผลให้เศรษฐกิจจีนเติบโตในอัตราต่ำกว่าที่คาดการณ์ แม้การส่งออกในภาพรวมอาจเติบโตไม่ดีนัก แต่การส่งออกของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อย และขนาดย่อม (Micro, Small and Medium Enterprises : MSMEs) กลับมีอัตราการเติบโตสูงสวนทางกัน และมีโอกาสที่การส่งออกโดยรวมของไทยในปี 2567 จะเติบโตดีกว่าในปี 2566 จากการฟื้นตัวของตลาดส่งออกในบางประเทศ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกในปีหน้าอาจชะลอตัวจากปัจจัยเดิมๆ แต่ดัชนีชี้วัดสภาวะส่งออกล่วงหน้า (EXIM Index) เริ่มมีการขยับไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งโมเมนตัมการส่งออกที่มีสัญญาณดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2566 เป็นต้นไป จะช่วยหนุนให้การส่งออกปี 2567 มีแนวโน้มกลับมาขยายตัวและกลายเป็นเครื่องยนต
เอ็กซิมแบงก์แนะ เอสเอ็มอีทำประกันส่งออก ป้องกันมิจฉาชีพออนไลน์ นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เปิดเผยว่า ในปัจจุบันการติดต่อระหว่างผู้ส่งออกไทยกับผู้ซื้อในต่างประเทศนิยมใช้ช่องทางออนไลน์ ซึ่งพบว่ามิจฉาชีพยังคงหาเทคนิควิธีใหม่ๆ ในการล้วงข้อมูลทางธุรกิจ กระทั่งปลอมตัวเป็นคู่ค้า เพื่อลวงให้เกิดการโอนเงินเข้าบัญชีของมิจฉาชีพ ในการป้องกันความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ ผู้ส่งออกไทยมีเครื่องมือที่เรียกว่า ประกันการส่งออก ซึ่งเอ็กซิมแบงก์เป็นสถาบันการเงินแห่งเดียวของไทยที่ให้บริการประกันการส่งออก โดยมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 25 ปี นับตั้งแต่ปี 2537 ประกันการส่งออกของเอ็กซิมแบงก์ได้ก่อให้เกิดปริมาณธุรกิจส่งออกของไทยเป็นมูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้านบาท ซึ่งปัจจุบัน เอ็กซิมแบงก์ได้พัฒนาบริการประกันการส่งออกหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการไทย อาทิ การปรับปรุงเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นและสะดวกสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือผู้ประกอบการที่ส่งออกไปตลาดประเทศเพื่อนบ้าน นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า เอ็กซิมแบงก์พร้อมทำหน้าที่เป็
เอ็กซิมแบงก์ สนับสนุนทุนการศึกษาผลิตบุคลากรป้อนธุรกิจโรงแรม ผ่านมูลนิธิจินตมณีของผู้ประกอบการไทยในกัมพูชา นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เผยว่า นอกจากจะทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประกอบในเรื่องการค้าการลงทุนระหว่างประเทศแล้ว เอ็กซิมแบงก์ยังมีความมุ่งมั่นให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจที่ช่วยเหลือสังคม ในโอกาสเปิดสำนักงานผู้แทนของเอ็กซิมแบงก์ในกรุงพนมเปญ คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความรับผิดชอบต่อสังคม (CG & CSR) ของเอ็กซิมแบงก์ได้เห็นชอบให้ริเริ่มโครงการพัฒนาชุมชนสำคัญร่วมกับพันธมิตร ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้าน CSR เริ่มต้นจากมูลนิธิจินตมณีภายใต้การดำเนินงานของโรงแรมจินตมณีในเมืองเสียมราฐอันเป็นที่ตั้งของมรดกโลก ที่ดำเนินโครงการ CSR ด้านการศึกษามาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อผลิตบุคลากรป้อนธุรกิจโรงแรม ในปี 2562 เอ็กซิมแบงก์จึงได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาจำนวน 10 ทุนๆ ละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นเงิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้เยาวชนกัมพูชาที่ยากไร้และสนใจประกอบอาชีพในธุรกิจโรงแรมนำไปใช้เป็นค่าเล่าเรียนและฝึกฝนทักษะด้านการโรง
วันที่ 7 มีนาคม 2562 ณ โรงแรมโซฟิเทล พนมเปญ โภคีธรา กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนางเนียว จันทานา รองผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติกัมพูชา ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดสำนักงานผู้แทนธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ในกรุงพนมเปญ กัมพูชา โดยมีกรรมการและผู้บริหาร เอ็กซิมแบงก์ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของไทยและกัมพูชา รวมทั้งผู้ส่งออกและนักลงทุนไทย เข้าร่วมงานเป็นสักขีพยาน นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เอ็กซิมแบงก์ มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของไทยใน CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) เป็นมูลค่ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 64,000 ล้านบาท การเปิดสำนักงานผู้แทนของเอ็กซิมแบงก์ ในกรุงพนมเปญเป็นผลจากการสนับสนุนของรัฐบาลกัมพูชา ผ่านธนาคารแห่งชาติกัมพูชา และกระทรวงการคลังของกัมพูชา เพื่อให้เอ็กซิมแบงก์มีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในระดับภูมิภาค ในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศไทยที่จะทำงานร่วมกันกับภาครัฐและเอกชนในกัมพูชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่า
เอ็กซิมแบงก์ ครบรอบ 25 ปี เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ชูบทบาทเชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดใหม่ นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ในปี 2562 เอ็กซิมแบงก์ ครบรอบ 25 ปี และก้าวสู่ปีที่ 3 ของการปรับบทบาทใหม่ตามแผนแม่บท 10 ปี (ปี 2560-2570) เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และทิศทางเศรษฐกิจของไทย โดยกำหนด 6 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1. เชื่อมไทย เชื่อมโลก ด้วยการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ 2. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและภาคอุตสาหกรรมของประเทศ 3. ป้องกันความเสี่ยงด้านการค้าและการลงทุนไทยในต่างประเทศ 4. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ 5. เพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ 6. พัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ จากยุทธศาสตร์ดังกล่าว เอ็กซิมแบงก์จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางสร้างเครือข่ายทางธุรกิจใหม่ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่สนใจรุกตลาดใหม่ โดยทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ จัดตั้ง “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า (EXIM Excellence Academy : EXAC)” ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานจัดกิจกรรม สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเริ
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ก้าวสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซระดับสากล นายสมชาย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยมี 4 หน่วยงาน ทั้งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ธพว. ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมผลักดันให้เอสเอ็มอีสามารถทำธุรกิจในรูปแบบอีคอมเมิร์ซกับทางอาลีบาบาดอทคอม อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีนที่ประสบความสำเร็จระดับโลก ภายหลังนายแจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป จำกัด เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมถึงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือการร่วมผลักดันเอสเอ็มอีไทยให้เข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซ เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผย
