แกงเลียง
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ขับเคลื่อนแนวคิด “Plant-Rich Diet” หรือ “การกินที่เน้นพืชเป็นหลัก” ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นให้แนวทางการบริโภคอาหารรูปแบบนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ “Accelerating Thailand’s Protein Transition : Advancing Plant-Rich Diets for a Sustainable Future” ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับประเทศ ภายใต้แนวทาง BCG Economy และ Soft Power ด้านอาหาร เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตของภูมิภาคอาเซียน Plant-Rich Diet คือ รูปแบบการกินที่เน้นอาหารจากพืชเป็นหลัก เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว เมล็ดพืช เห็ด และผลิตภัณฑ์จากพืช โดยไม่จำเป็นต้องงดเนื้อสัตว์ 100% แต่ลดสัดส่วนลง และเลือกบริโภคโปรตีนจากพืชให้หลากหลายขึ้น เช่น เต้าหู้ ผำ เทมเป้ หรือผลิตภัณฑ์ Plant-Based ต่างๆ โดยแนวทางนี้สอดคล้องกับรูปแบบการกินเพื่อสุขภาพที่ทั่วโลกยอมรับ เช่น Flexitarian Diet, Mediterranean Diet หรือ DASH Diet (
ยายทวด 6 แผ่นดิน อายุยืน 112 ปี ยังแข็งแรง อ่านเขียนยังคล่อง เผยเคล็ดลับสุขภาพดี วันที่ 8 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบคุณยายทวดเปลี่ยว หรือนางเปลี่ยว เพชรพวง อายุ 112 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77 ม.4 ต.เขาเขน อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ หลังทราบจากนายก้องภพ หนูเอียด ผู้ใหญ่บ้านโคกแซะ ม.3 ต.คีรีวง ว่าคุณยายทวดเปลี่ยว เป็นคนที่มีอายุยืนที่สุดในจังหวัดกระบี่ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ยังสามารถเดินได้ปกติไม่ต้องมีคนคอยพยุง และยังกวาดขยะหน้าบ้านได้คล่องแคล่ว นอกจากนี้ ยังสามารถเขียน อ่านหนังสือได้ รวมทั้งยังสามารถท่องบทสวด พาหุง มหากรุณิโก มงคลจักรวาลน้อย ได้อย่างคล่องแคล่ว โดยคุณยายทวดเปลี่ยว เกิดในปี พ.ศ. 2450 ปีมะแม เดือนห้า วันจันทร์ ครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ปัจจุบันอาศัยอยู่กับลูกชายคนโต และหลานๆ โดยมีลูกทั้งหมด 9 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 4 คน ตอนนี้เสียชีวิตไปแล้ว 4 คน คุณยายทวดเปลี่ยว กล่าวว่า ระหว่างที่อยู่บ้านตอนกลางวันไม่ได้ทำอะไร จะง่วงนอน จึงต้องไปเก็บกวาดขยะรอบๆ บ้าน ตอนนี้ลูกๆ ไม่อยากให้ทำแล้ว จึงใช้วิธีเดินทางไปเยี่ยมลูกหลานตามที่ต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความเครียด
แกงเลียงกะทิ เป็นอาหารที่หากินยากจนหลายคนอาจจะลืมไปแล้ว วิธีทำก็เหมือนกับการทำแกงเลียงทุกประการ เพียงแต่ต้มกับกะทิ จึงได้รสความหอมมันของกะทิ ใครชอบกินต้มกะทิคงชอบ ผักที่ใช้ในแกงเลียงกะทิจะนิยมให้เป็นผักที่เป็นลูกมากกว่าผักที่เป็นใบ ได้แก่ ฟัก น้ำเต้าอ่อน ฟักทองแก่ และบวบ เลือกเอาตามสะดวก แต่อย่างน้อยควรจะมีทั้งสองอย่าง คนอยู่เมืองกรุงอาจจะหาฟักทองอ่อนยากสักหน่อย เพราะไม่ค่อยมีใครขาย นอกจากปลูกเองจึงได้เด็ดกิน ขอแนะนำให้ใช้ซูกินีแทน ซูกินีนั้นชาวเกาหลีเรียกว่า ฟักทองน้อย เราอาจจะนึกไม่ถึงว่าฟักทองและซูกินีนั้นเกี่ยวพันกัน ถึงแม้ว่าจะนิยมแกงกับผักที่เป็นลูก แต่อย่างไรเสีย แกงเลียง ก็จะขาดใบแมงลักไม่ได้แน่นอน ไปดูสูตรทำกันเลย! จากหนังสือ ปลูกเองกินเอง เมนูอร่อยจากสวนครัวคนเมือง สนพ. มติชน
คนภาคเหนือแถบเชียงใหม่ แพร่ น่าน ชอบกินบวบลูกเล็กจิ๋วที่เรียก “มะนอยต๊อบ” ส่วนใหญ่ก็ลวกหรือต้มกินกับน้ำพริกนะครับ ผมเองเพิ่งได้ไปเดินเล่นที่กาดแลงของอำเภอปัว จังหวัดน่าน มาเมื่อหลายวันก่อน ได้จับจ่ายของจุ๊กจิ๊กๆ มากินเล่นอย่างเพลินทีเดียว เช่น ข้าวกั้นจิ้น แอบหมู แอบสมองหมู ไก (สาหร่ายน้ำ) นึ่ง ได้ “น้ำผัก” แบบล้านนาแต๊ๆ มาถุงหนึ่ง กับมะนอยต๊อบอีกหนึ่งกอง มะนอยต๊อบ กลับมาถึงบ้าน ผมคิดว่าจะกินมะนอยต๊อบยังไงดี ในที่สุดตัดสินใจปรุงสำรับที่เคยทำแล้วเมื่อหลายปีก่อน คือ “เลียงแห้ง” ครับ ปกติแล้ว เลียงหรือแกงเลียงคือแกงซดน้ำ มักปรุงใส่พริกไทยมาก โดยมีสูตรมาตรฐานที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน แต่ทว่า ก่อนหน้าที่แกงเลียงจะมามีนิยามเป๊ะๆ แบบนี้ “เลียง” เคยเป็นคำกริยาด้วย หมายถึงการเอาผักมาต้ม ไม่ใส่พริก ปรุงรสอ่อนๆ เท่านั้นเอง มาทุกวันนี้แหละครับที่หมายความเฉพาะถึงแกงน้ำใสที่มีกลิ่นใบแมงลักนำหน้า ที่จริง ผมไม่ชอบชื่อ “เลียงแห้ง” นี้นัก แต่มันสื่อให้เข้าใจได้ง่ายกว่าชื่ออื่นน่ะครับ ถ้าจะให้อธิบายอย่างรวบรัด นี่ก็คือการปรุงแกงเลียงในขั้นตอนแบบผัดเท่านั้นเอง เราต้องปรุงเครื่องแกงเลียงก่อนครับ โดยตำพริกไท
