แกงเลียงกะทิ เป็นอาหารที่หากินยากจนหลายคนอาจจะลืมไปแล้ว วิธีทำก็เหมือนกับการทำแกงเลียงทุกประการ เพียงแต่ต้มกับกะทิ จึงได้รสความหอมมันของกะทิ ใครชอบกินต้มกะทิคงชอบ
ผักที่ใช้ในแกงเลียงกะทิจะนิยมให้เป็นผักที่เป็นลูกมากกว่าผักที่เป็นใบ ได้แก่ ฟัก น้ำเต้าอ่อน ฟักทองแก่ และบวบ เลือกเอาตามสะดวก แต่อย่างน้อยควรจะมีทั้งสองอย่าง คนอยู่เมืองกรุงอาจจะหาฟักทองอ่อนยากสักหน่อย เพราะไม่ค่อยมีใครขาย นอกจากปลูกเองจึงได้เด็ดกิน ขอแนะนำให้ใช้ซูกินีแทน ซูกินีนั้นชาวเกาหลีเรียกว่า ฟักทองน้อย เราอาจจะนึกไม่ถึงว่าฟักทองและซูกินีนั้นเกี่ยวพันกัน ถึงแม้ว่าจะนิยมแกงกับผักที่เป็นลูก แต่อย่างไรเสีย แกงเลียง ก็จะขาดใบแมงลักไม่ได้แน่นอน
ไปดูสูตรทำกันเลย! 
Latest Posts
“ป้าบุญคาเฟ่” ร้านอาหารที่สร้างปรากฏการณ์ลูกค้าแห่เข้าใช้บริการจนล้นทะลัก สร้างกระแสบอกต่อถึงบรรยากาศร่มรื่น สวยงาม เครื่องเล่นจัดเต็มสำหรับน้องๆ หนูๆ มีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปไม่มีเบื่อ อาหารอร่อย สะอาด และบริการประทับใจที่เป็นเสน่ห์ที่ใครก็ตาม เมื่อมาเยือนต่างตกหลุมรัก ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จ เกิดจากแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือ “เอาใจเขา มาใส่ใจเรา” เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามายังดินแดนแห่งนี้ มีแต่ความสุข และอยากใช้เวลาอยู่ให้นานที่สุด คุณอำพล ยุติศรี เจ้าของธุรกิจ “ป้าบุญคาเฟ่” เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว เวลานั้น รับราชการอยู่เมืองพัทยา ทำหน้าที่ดูแลวางระบบจัดสวนสาธารณะครบวงจรในพื้นที่เมืองพัทยาและอยากจะหารายได้เสริมจากงานประจำ ทำให้ริเริ่มเปิดร้านอาหารเล็กๆ ในพื้นที่ของ “ป้าบุญ” ตั้งอยู่ในเมืองพัทยา ใช้ชื่อร้านว่า “ครัวบ้านป้าบุญ” เพื่อให้เกียรติเจ้าของสถานที่ ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์การทำธุรกิจร้านอาหารมาก่อนเลย แต่สิ่งสำคัญที่คุณอำพลใช้เป็นแกนหลักในการสร้างร้านอาหารตามความฝัน คือต้องการแก้ไขปัญหาที่ตัวเองเคยประสบเมื่อไปใช้บริการร้านอาหารต่างๆ ด้
ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก่อนที่จะเปิดให้ร้านอาหารลงทะเบียนเลือกเข้าร่วมแพลตฟอร์มดีลิเวอรีในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ หลายแพลตฟอร์มได้ทำแคมเปญพิเศษเพื่อขานรับโครงการ อย่างแกร็บฟู้ดที่มีการลดค่าคอมมิชชันให้เหลือ 9% แถมด้วยแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ถึง 10 เด้งเพื่อสนับสนุนเหล่าร้านอาหาร ซึ่งหากย้อนดูความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อปีที่ผ่านมา มีร้านอาหารหลายแห่งที่สามารถต่อยอดโอกาสจากโครงการดังกล่าวจนสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ที่สามารถสร้างรายได้ทะลุหลักล้าน และ “PREP & POUR by Kitchen 501” ที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่องสูงเกือบ 10 เท่าแม้จะจบโครงการไปแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในการเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสใหญ่ที่กำลังจะมาถึง “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ราคาดี ระบบเป๊ะ สูตรลับยอดขายโตทะลุล้าน สำหรับร้าน “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ภายใต้การดูแลของ นุ้ย – อรุณี เอื้อวิทยาศุภร เบื้องหลังยอดขายทะลุล้านมาจากแนวคิด “อาหารคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้” รวมถึงการใช้กลยุทธ์เพิ่มมู
ย้อนรู้จักผู้ก่อตั้ง Happy Munchy แบรนด์เล็กๆ ที่เริ่มต้นจาก 3 แม่คนดัง สู่ดราม่าโลกออนไลน์ ‘ออมุก’ ในเซเว่นฯ จากเรื่องราวของ ‘Happy Munchy (แฮปปี้มันช์ชี่)’ แบรนด์ไทยเจ้าของสินค้าตัวดังอย่าง ‘ออมุก’ สไตล์เกาหลี ที่กำลังเป็นที่พูดถึงบนโลกโซเชียล รู้หรือไม่ แบรนด์นี้เป็นธุรกิจ SMEs จากความร่วมมือของ 3 คุณแม่คนดัง ตุ๊ก-นิรัตน์ชญา การุณวงศ์วัฒน์ แห่งเพจเลี้ยงลูกชื่อดัง Little Monster, นิหน่า-สุฐิตา ปัญญายงค์ นักแสดง พิธีกร ผู้ประกาศข่าว และแตน-ธันยวดี วะสีนนท์ นักธุรกิจหญิงผู้คร่ำหวอดในธุรกิจอาหาร ที่มีจุดเริ่มต้นง่ายๆ อย่างการแก้ปัญหา “ลูกทานยาก” จนเกิดเป็นสินค้าอาหารสำหรับเด็กที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เป็นที่รู้จักในเวลาไม่นาน เดินหน้าแตกไลน์สินค้าและขยายตลาดสู่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น กับสินค้า “ออมุก” สไตล์เกาหลี อาหารง่ายๆ ที่เพียบด้วยคุณประโยชน์ เหมาะกับคนทุกวัย ก็ได้รับการตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน เส้นทางของ Happy Munchy เริ่มต้นจากปัญหาของ ตุ๊ก นิรัตน์ชญา ที่พบปัญหาลูกสาวไม่ยอมทานอะไรเลย นอกจากหมูฝอย เสี่ยงต่อการขาดสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการตามช่วงวัย เมื่อได้คุยกับ แตน ธันยวดี และน
ลูกค้ายังเต็มร้าน แต่สั่งของหวานน้อยลง โต๊ะยังแน่น แต่ใช้เวลานานขึ้นก่อนตัดสินใจ บางโต๊ะถามหาเซ็ตที่คุ้มกว่า บางโต๊ะเปิดมือถือเทียบราคา หรือเลือกใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตอย่างคุ้มค่า สิ่งที่เคยเป็น “การสั่งแบบไม่ต้องคิด” วันนี้กลายเป็น “การตัดสินใจที่ต้องคิดมากขึ้น” สำหรับคนทั่วไป เพราะคาดหวังว่าทุกบาทที่จ่าย ไม่ว่าจะผ่านเงินสดหรือบัตรเครดิค ต้อง “คุ้มจริง” นี่อาจเป็นเพียงพฤติกรรมเล็กๆ ระหว่างมื้ออาหาร แต่สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร นี่คือสัญญาณเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงทุกวันหน้าร้าน เพราะร้านอาหารคือหนึ่งในธุรกิจแรกๆ ที่มองเห็นกำลังซื้อผ่านบิลอาหาร คือมุมมองของ “คุณจีรภัทร ศรีทองคำ” ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” จากอดีตสายงาน HR สู่ธุรกิจร้านอาหารหลายแบรนด์ ทั้ง พาสต้า อาม่า, ปูนแดง แกงร้อน และ KARAMIZU ที่เติบโตจนมีมูลค่ารวมเกือบ 400 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 5–6 ปี เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากแค่เมนูฮิต แต่เกิดจากการอ่านลูกค้าให้ทัน บริหารต้นทุนอย่างแม่นยำ สร้างทีมให้แข็งแรง และวาง “ระบบหลังบ้าน” ให้พร้อมรองรับการเติบโต รวมถึงการเลือกพาร์ทเนอร์ด้านการชำระเงินอย่างเคทีซี ที่ช่วยใ
