แฟชั่นสายมู
จากปัญหา “ขยะเศษหนัง” ที่มีปริมาณนับหมื่นตันต่อปี ส่งผลกระทบมากมายต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดแนวคิดแก้ปัญหาขยะ ด้วยการวิจัยและพัฒนานานถึง 2 ปี จนสามารถสร้างหนังรีไซเคิล ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง และยังสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย ทั้ง กระเป๋า ของตกแต่งบ้าน เป็นต้น ในคอลัมน์ #Sustainability “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ชวนไปคุยกับแบรนด์ THAIS ECOLEATHERS (ธาอีส อีโคเลทเธอร์) ผู้ผลิตนวัตกรรมเครื่องหนังรีไซเคิล แบรนด์คนไทย ที่เปลี่ยนขยะเศษหนัง สู่หนังรีไซเคิล แบบ ECO 100% คุณธันยวัฒน์ ทั่งตระกูล ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ เล่าให้ฟังว่า THAIS เกิดจากความหลงใหลในเครื่องหนัง ถึงขั้นไปเรียนการตัดเย็บเครื่องหนัง จนทำให้พบข้อมูลสำคัญว่า กระบวนการผลิตสินค้าเครื่องหนังสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า รองเท้า หรือเฟอร์นิเจอร์ วัสดุหนังที่ถูกใช้งานจริง มีเพียงประมาณ 60% เท่านั้น ส่วนเศษหนังชิ้นเล็กชิ้นน้อยต้องถูกทิ้งเป็นขยะ ซึ่งยากต่อการย่อยสลายหรือทำลาย ไม่ว่าจะเป็น การฝังกลบหรือเผาทิ้ง ล้วนก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ยิ่งอุตสาหกรรมเครื่องหนังเติบโตมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้เกิ
ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผู้คนหันมาแสวงหาพลังศรัทธาเพื่อค้ำจุนจิตใจ ไม่ว่าจะเป็น การดูดวง การสวมเครื่องรางของขลัง หรือการเลือกสีและเลขมงคล กระแสแฟชั่นสายมูมงคลจึงกลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่หยั่งรากลึกในสังคมไทยและทั่วโลก สะท้อนผ่านการใช้เครื่องราง กำไล เครื่องประดับ หรือเสื้อผ้าที่มีสัญลักษณ์มงคลแฝงอยู่ แฟชั่นสายมูไม่เพียงตอบสนองความต้องการด้านจิตใจ แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่และเรื่องราวดึงดูดใจ สิ่งนี้ถือเป็นโอกาสทองที่จะยกระดับแฟชั่นสายมูมงคลให้เป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ของไทยอย่างแท้จริง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” (DIPROM) จึงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ผสานความเชื่อ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อยกระดับแฟชั่นสายมูไทยไปสู่ระดับโลก เมื่อความเชื่อกลายเป็นธุรกิจหมื่นล้าน ข้อมูลจากกองข้อมูลธุรกิจผลิตภัณฑ์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยตัวเลขที่น่าสนใจว่า คนไทยกว่า 14.81% มีความเชื่อเรื่องมูเตลูอย่างเต็มเปี่ยม ขณะที่อีก 29.4% มีความเชื่อในระดับพอสมควร รวมแล้วเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรไทยให้ความสำคัญกับเรื่องมงคลและความศักดิ์สิทธิ์ ท
