โควิด-9
โกดังชาบู ประกาศกร้าว! คนต้องกินข้าว จะไม่มีการปิดร้านซ้ำ หากล็อกดาวน์อีกรอบ พอจะลืมตาอ้าปากได้บ้าง แต่เหล่าผู้ประกอบการกลับถึงคราวหวั่นอีกครั้ง เมื่อมีข่าวว่าจะมีการประกาศล็อกดาวน์ประเทศเป็นรอบที่ 2 เนื่องจากกรณีข่าวทหารและลูกเรือที่เดินทางมาจากประเทศอียิปต์ เข้ามาพักและเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าใน จ.ระยอง โดยหนึ่งในนั้นตรวจพบว่ามีการติดเชื้อโควิด-19 แต่ไม่ได้กักตัวเฝ้าระวังตามมาตรการของประเทศไทย รวมทั้งกรณีของเด็กหญิงวัย 9 ปีของคณะทูตซูดาน ที่ตรวจพบเชื้อโควิดในเวลาต่อมาด้วยอีกเคสหนึ่ง เพจ โกดังชาบู ร้านชาบูดังย่านตลาดพลู โพสต์ประกาศเจตจำนงที่จะไม่ปิดร้าน หากมีการประกาศล็อกดาวน์ประเทศเป็นรอบที่ 2 โดยโพสต์ดังกล่าว ระบุข้อความว่า ประกาศ จากทางร้านโกดังชาบูครับ เนื่องด้วยสถานการณ์ ที่รัฐบาลนำพาให้เชื้อโควิด-19 อาจจะระบาดรอบ 2 จนต้องเอา มาตรการสั่งปิดกลับมาอีก ทางร้านและทีมงานตอบให้ตรงนี้เลย ใครหน้าไหนมาสั่งปิด ผมก็ไม่ฟัง ผมบอกเลย ทางร้านจะ ไม่มีการปิด เหมือนรอบแรก เพราะหนี้บาน ผมและครอบครัวพร้อมพนักงานต้องกินข้าว ปิดรอบนี้ก็ตายแน่นอน ไม่ช่วยเหลือ พวกเราภาคเอกชน ก็อย่ามาขวาง เห็นคนเจ๊งเพราะ
เจ้าของร้านกาแฟ ผุดไอเดีย “ใช้รอกรับเงิน-ส่งของ” เว้นระยะ-ลดการแพร่เชื้อโควิด-19 เป็นที่พูดถึงกันอย่างมากในโลกโซเชียล เมื่อร้านกาแฟแห่งหนึ่งในรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปิ๊งไอเดียปรับตัวรับมือภาวะคนไม่กล้าออกจากบ้าน ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ด้วยการใช้หลัก Social Distancing ในการบริการให้กับลูกค้าผ่าน “รอก” “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงลงพื้นที่ไปพูดคุยกับ คุณอาร์ท-อภิรักษ์ ฉ่ำรักษ์สินธุ์ และ คุณเบ๊นซ์-กุลภา สงวนเกียรติ สองสามีภรรยาผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟ ร้าน “Art of Coffee” เกี่ยวกับลักษณะการให้บริการดังกล่าว โดยคุณอาร์ท เล่าให้ฟังว่า ร้านกาแฟแห่งนี้เปิดให้บริการภายในรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มากว่า 12 ปีแล้ว มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 สาขา โดยสาขาแรก เปิดให้บริการอยู่ที่อาคารจอดรถงามวงศ์วาน 1 และเป็นสาขาที่ให้บริการลูกค้าแบบ Social Distancing ผ่านรอกส่งของ “ที่ร้านเรามีลูกค้าประจำและมีผู้สนับสนุนแวะเวียนมาซื้อกาแฟอยู่เรื่อยๆ แต่พอมีสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ช่วงแรกๆ ร้านได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย เพราะร้านเราเป็นร้านที่เปิดขายภ
