CJ MORE
ประเทศไทยมีสินค้าจากชุมชนจำนวนไม่น้อยที่สะท้อนทั้งภูมิปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และความตั้งใจของคนในท้องถิ่น แต่ของดีหลายรายการยังต้องการโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและการเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น การสนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กจึงเป็นอีกแรงสำคัญในการต่อยอดคุณค่าท้องถิ่นให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ พร้อมสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในชุมชนอย่างยั่งยืน เมื่อเรื่องราวและคุณค่าของสินค้าท้องถิ่นได้รับการส่งต่อถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ของดีจากชุมชนก็มีโอกาสเติบโตไปได้ไกลกว่าตลาดเดิม ด้วยแนวคิดดังกล่าว ซีเจ มอร์ (CJ MORE) จึงเดินหน้าโครงการ “CJ STAR ของดีติดดาว” เพื่อค้นหาและสนับสนุนสินค้าที่มีศักยภาพจากผู้ประกอบการรายเล็กในชุมชนทั่วประเทศ พร้อมยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาดในวงกว้าง ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน รูปลักษณ์ และบรรจุภัณฑ์ ควบคู่กับการถ่ายทอดเรื่องราว คุณค่า และความตั้งใจของคนทำของดีให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยอาศัยเครือข่ายร้าน CJ MORE ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายกว่า 2,100 สาขา ครอบคลุมกว่า 60 จังหวัด เป็นพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค และเป็นช่องทางสำคัญในการผลักดั
ซีเจ มอร์ (CJ MORE) เปิดตัว “CJ STAR ของดีติดดาว” มุ่งสร้างโอกาสให้สินค้าดีจากชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ และผู้ประกอบการรายเล็กได้พัฒนาศักยภาพ ขยายช่องทางขาย เพิ่มโอกาสทางการตลาดเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ผ่านเครือข่ายร้าน CJ MORE กว่า 2,100 สาขา ครอบคลุมกว่า 60 จังหวัด ตั้งเป้ายกระดับผู้ประกอบการรายเล็กในชุมชนเติบโตก้าวกระโดด พร้อมขยายตลาดสู่ต่างประเทศในอนาคต เสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มคาราบาว เปิดเผยว่า ซีเจ มอร์ (CJ MORE) เดินหน้าสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กและสินค้าดีจากชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ผ่านโครงการ “CJ STAR ของดี ติดดาว” โครงการที่มุ่งค้นหาและยกระดับสินค้าของดีจากท้องถิ่น ให้ก้าวไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น โดย CJ MORE จะทำหน้าที่เป็นทั้ง “ผู้ค้นหาและผู้สนับสนุน” ด้วยการลงพื้นที่เพื่อค้นหาสินค้าที่มีศักยภาพจากผู้ประกอบการรายเล็ก ก่อนนำมาพัฒนาต่อยอดให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาดในวงกว้าง ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน รูปลักษณ์สินค้า และบรรจุภัณฑ์ พร้อมทั้งถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลัง คุณค่า และความตั้งใจของคนทำของดี รวมถึงเปิดพื้นที่ให้สินค้าได้พบกับผู้บริโภคผ่านช่
จากวันแรกที่ CJ Express เป็นเพียงร้านสะดวกซื้อแบรนด์เล็กๆ ในจังหวัดราชบุรี คนต่างจังหวัดคุ้นเคยกับชื่อนี้กันดี และไม่มีใครจินตนาการได้ว่าคอนวิเนี่ยนสโตร์ต่างจังหวัดจะสามารถเติบโตมาได้ระดับ 79,000 ล้านบาท จุดเปลี่ยนอยู่ที่ “เสถียร” เจ้าของอาณาจักรคาราบาวกรุ๊ป เข้าไปซื้อหุ้นมากกว่า 80% จากเจ้าของเดิม แล้วเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จากวันนั้นถึงวันนี้ CJ Express ได้เติบโตจนก้าวสู่ธุรกิจแสนล้านบาท กับภาพการเป็นร้านสะดวกซื้อที่เข้าถึงชุมชน สินค้าราคาประหยัด โดยเริ่มจะครองปากซอยหมู่บ้านเกือบจะครบแล้วด้วยจำนวนสาขามากกว่า 2,100 แห่ง และจะจบปีด้วยจำนวน 2,500 สาขา เมื่อย้อนดูผลประกอบการตลอด 5 ปีที่ผ่านมา CJ Express ยังไม่ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จากที่เคยประกาศไว้ว่าจะแต่งตัวเข้าตลาดฯ ปี 2565 แต่เลื่อนมาต่อเนื่อง บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด ปี 2564 รายได้ 29,723 ล้านบาท กำไร 1,365 ล้านบาท ปี 2565 รายได้ 35,557 ล้านบาท กำไร 1,772 ล้านบาท ปี 2566 รายได้ 44,465 ล้านบาท กำไร 2,623 ล้านบาท ปี 2567 รายได้ 59,551 ล้านบาท กำไร 3,859 ล้านบาท ปี 2568
ทุกวันนี้ ร้านสะดวกซื้อไม่ได้มีเพียงชื่อ “7-Eleven” หากคุณมองไปอีกฝั่งของถนนจะเห็น “CJ MORE” ตั้งอยู่ใกล้ๆ หรือบางทีก็อยู่ข้างๆ กันเลย จนหลายคนคิดว่านี่คือแบรนด์ที่จะเข้ามาท้าชิงตลาดคอนวีเนี่ยนสโตร์ แต่จริงๆ แล้ว ภายใต้ภาพการต่อสู้ด้านธุรกิจ “แอ๊ด คาราบาว” (นายยืนยง โอภากุล) ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท และเป็น ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 3 (ถือหุ้นประมาณ 7.05%) ใน บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รวมถึงมีตำแหน่งกรรมการในบริษัทในเครือ เช่น บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด และบริษัท ตะวันแดง ดีซีเอ็ม จำกัด ได้เปิดเผยเรื่องราวผ่าน Facebook ส่วนตัว Add Bao โดยเริ่มเรื่องว่า . ท่านประทาน ธนินท์ เจียรวนนท์ ที่ผมรู้จัก จากเสื่อผืนหมอนใบ ของคนไทยลูกจีนถึงมิตรภาพที่ไม่มีวันลืม (บันทึกโดย แอ๊ด คาราบาว 12 กันยายน 2569) ก่อนที่คุณแอ๊ดเริ่มเล่าในโพสต์ว่า ครอบครัวของตนเป็นคนจีนจากแผ่นดินใหญ่อพยพมาตั้งรกรากในประเทศไทยบรรพชนฝ่ายแม่เป็นชาวแต้จิ๋วจากเท่งไห้ใกล้ซัวเถา ส่วนฝ่ายพ่อมาจากฮงซุน เป็นดินแดนของพวกปั๊วซัวแคะ แซ่โอ๊วหรือหู ต่อมาอาปาจึงเปลี่ยนมาใช้นามสกุล “โอภากุล” ตระกูลคนไทยลูกจีนสร้างธุรกิจยักษ์ คนจีนร
ในหลายชุมชน ร้านค้าปลีกไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายของการจับจ่ายใช้สอย แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างกิจกรรมร่วมกัน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในแต่ละวัน หากพื้นที่เหล่านี้ได้รับการต่อยอดให้สามารถสร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ ก็ยิ่งช่วยเติมความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจในระดับชุมชนได้อย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ในฐานะแบรนด์ที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชน จึงเดินหน้าแนวคิด “ซีเจ มอร์ ครบ ถูก คุ้ม” เพื่อยกระดับบทบาทของร้านค้าปลีกให้เป็นมากกว่าพื้นที่จำหน่ายสินค้าใกล้บ้าน แต่เป็น “ศูนย์กลางของชุมชน” ที่เปิดพื้นที่บริเวณหน้าสาขาซีเจ มอร์ กว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ ให้คนในท้องถิ่นได้เข้ามาประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และเติบโตไปพร้อมกัน ผ่านร้านค้าเช่าและตลาดนัดชุมชน ซึ่งช่วยสร้างความคึกคัก และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พื้นที่หน้าสาขา สู่โอกาสร้านค้าได้เติบโตเคียงข้างชุมชน หนึ่งในบทบาทสำคัญของพื้นที่หน้าสาขา ซีเจ มอร์ คือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้เข้ามาประกอบอาชีพผ่าน “ร้านค้าเช่า” ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านตัดผม ร้านขายส
เริ่มต้นทำธุรกิจร้านอาหาร สิ่งที่ผู้ประกอบการรายย่อยให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้นเรื่อง ‘ต้นทุน’ และ ‘คุณภาพ’ เพราะการจะปรุงอาหารให้อร่อยและได้กำไรนั้น วัตถุดิบที่ใช้ต้องดีในราคาจับต้องได้ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ ‘ครัวแม่เล็ก’ แบรนด์สินค้าสำหรับงานครัวและวัตถุดิบปรุงอาหาร ที่กำลังกลายเป็นตัวช่วยสำคัญของร้านอาหารตามสั่ง ร้านอาหารขนาดเล็ก รวมถึงแม่บ้านยุคใหม่ ด้วยคอนเซปต์ที่เน้นความจริงใจและมอบความคุ้มค่าให้ผู้ประกอบการ ‘ครัวแม่เล็ก’ เพื่อนคู่คิดของทุกครัวเรือนและผู้ประกอบการ จากความเชื่อที่ว่า ‘มื้ออาหาร’ คือช่วงเวลาแห่งความสุขและความอบอุ่น ครัวแม่เล็กจึงคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพที่เน้นการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยเน้นรสชาติที่คุ้นเคย เหมือนมีคุณแม่มาช่วยเลือกของเข้าครัวให้เองกับมือ เสน่ห์ของครัวแม่เล็กคือความหลากหลายที่ทำให้คนซื้อของเข้าร้านไม่ต้องเหนื่อยวิ่งหลายที่ เพราะเขาจัดมาให้ครบทุกหมวดหมู่ที่ต้องใช้จริงในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น หมวดเครื่องปรุงรสและน้ำจิ้ม มีให้เลือกครบทั้งซอสหอยนางรม ซอสปรุงรสฝาเขียว น้ำปลาแท้ ไ
มากกว่าการช้อปปิ้ง คือ การเติบโตไปด้วยกัน เปิดเส้นทางแห่งการเชื่อมร้อยหัวใจของชุมชนของ ซีเจ มอร์ (CJ MORE) หนุนคนตัวเล็ก ผลักดันสินค้า OTOP และ SMEs เสริมรายได้ผู้สูงวัย และสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน เพราะการเป็น “พันธมิตรของชุมชน” อย่างแท้จริงนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การ “ตั้ง” อยู่ในชุมชนเท่านั้น แต่คือการจับมือเพื่อเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน นี่คือพันธกิจที่ ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ยึดมั่นมาตลอดการดำเนินธุรกิจตลอด 20 ปีที่ผ่านมา และยังคงตอกย้ำบทบาทของ “การเชื่อมร้อยหัวใจของชุมชน” ผ่านการสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมไปถึงโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนแนวคิดหลัก “ครบ ถูก คุ้ม” ที่เป็นมากกว่าแค่เรื่องของราคาหรือสินค้าภายในร้าน แต่คือการร่วมเติบโตไปกับชุมชน เปิดพื้นที่ให้คนตัวเล็กได้ก้าวต่อ และสร้างพื้นที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมให้ไปต่อได้อย่างมีคุณค่า เปิดเวทีของคนตัวเล็กได้มีโอกาสเติบโตอย่างมีคุณค่า ซีเจ มอร์ ได้ขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงความตั้งใจในการสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธร
ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ขอเชิญชวนวัยเก๋าที่อยากกลับมาทำงาน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ซีเจ ซีเนียร์ พลัส วัยเก๋า” โครงการดี ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยที่มีใจรักงานบริการ อายุ 55 ปีขึ้นไป ได้ใช้ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ สร้างรายได้เสริม พร้อมเติมเต็มคุณค่าให้กับชีวิต ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ (Aged Society) และมีผู้สูงวัยจำนวนมากที่ยังมีพลัง มีความสามารถ และต้องการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการพบปะผู้คน หรือมีรายได้เสริมไว้เป็นเงินออมเพื่อลดภาระของลูกหลาน ด้วยเหตุนี้ ซีเจ มอร์ จึงตั้งใจมอบโอกาสให้ผู้สูงวัยได้กลับมาทำงานอย่างมีความสุข พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไปด้วยกัน โครงการนี้เปิดรับสมัคร พนักงานร้านกาแฟ Bao Café หรือ งานอื่น ๆ ภายในสาขาของ ซีเจ มอร์ โดยให้ค่าตอบแทน 50 บาท/ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานแบบพาร์ทไทม์ ปฏิบัติงานอย่างน้อย สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง/วัน แต่ไม่เกิน 6 ชั่วโมง/วัน ตามตารางที่ผู้จัดการสาขากำหนด ถือเป็นโอกาสดีสำหรับวัยเก๋าที่มีศักยภาพเต็มเปี่ยม ไม่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ แถมยังมีรายได้เสริมอีกด้วย คุณสมบัติผู้สมัคร
