ทุกวันนี้ ร้านสะดวกซื้อไม่ได้มีเพียงชื่อ “7-Eleven” หากคุณมองไปอีกฝั่งของถนนจะเห็น “CJ MORE” ตั้งอยู่ใกล้ ๆ หรือบางทีก็อยู่ข้าง ๆ กันเลย จนหลายคนคิดว่านี่คือแบรนด์ที่จะเข้ามาท้าชิงตลาดคอนวีเนี่ยนสโตร์
แต่จริง ๆ แล้ว ภายใต้ภาพการต่อสู้ด้านธุรกิจ “แอ๊ด คาราบาว” (นายยืนยง โอภากุล) ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท และเป็น ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 3 (ถือหุ้นประมาณ 7.05%) ใน บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รวมถึงมีตำแหน่งกรรมการในบริษัทในเครือ เช่น บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด และบริษัท ตะวันแดง ดีซีเอ็ม จำกัด ได้เปิดเผยเรื่องราวผ่าน Facebook ส่วนตัว Add Bao โดยเริ่มเรื่องว่า
.
ท่านประทาน ธนินท์ เจียรวนนท์ ที่ผมรู้จัก
จากเสื่อผืนหมอนใบ ของคนไทยลูกจีนถึงมิตรภาพที่ไม่มีวันลืม
(บันทึกโดย แอ๊ด คาราบาว 12 กันยายน 2569)
ก่อนที่คุณแอ๊ดเริ่มเล่าในโพสต์ว่า ครอบครัวของตนเป็นคนจีนจากแผ่นดินใหญ่อพยพมาตั้งรกรากในประเทศไทยบรรพชนฝ่ายแม่เป็นชาวแต้จิ๋วจากเท่งไห้ใกล้ซัวเถา ส่วนฝ่ายพ่อมาจากฮงซุน เป็นดินแดนของพวกปั๊วซัวแคะ แซ่โอ๊วหรือหู ต่อมาอาปาจึงเปลี่ยนมาใช้นามสกุล “โอภากุล”
ตระกูลคนไทยลูกจีนสร้างธุรกิจยักษ์
คนจีนรุ่นแรกเข้ามาแบบ “เสื่อผืนหมอนใบ” ที่เขาเคยอ่านจากศิลปะวัฒนะธรรมของเครือมติชน แล้วอาศัยแรงกาย ความขยันอดทน และความหวัง สร้างครอบครัวขึ้นมา หลายตระกูลประสบความสำเร็จในระดับประเทศและระดับโลก แอ๊ดยังได้ยกกตัวอย่างถึง “ตระกูลสิริวัฒนภักดี”และ”ตระกูลเจียรวนนท์” กล่าวว่าคนเหล่านี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับกลุ่มจีนเทา ที่เข้ามาอาศัยช่องว่างทางกฎหมายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์และก่อปัญหาให้สังคมไทยอยู่ในขณะนี้
รู้จักกันเพราะชอบไก่ชน
ความผูกพันเริ่มต้นราวปี 2530–2531 ที่แอ๊ดได้ขับรถจากบางกะปิเพื่อดูการชนไก่นานาชาติที่ชลบุรี ระหว่างที่นั่งดูไก่ชนจู่ ๆ มีคนมาเชิญเข้าไปพบท่านประธาน
ท่านก็ถามว่าเขาชอบไก่ชนหรือ จึงชวนไปที่ฟาร์มหนองจอก และมอบไก่ชนเวียดนามสวยสง่า พร้อมแม่พันธุ์อีกหลายตัวให้นำไปเพาะ มิตรภาพของทั้งสองก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้น
เมื่อมีเวลาว่างทั้งคู่จะนัดไปชนไก่ด้วยกัน ทั้งที่สุพรรณ อุบลราชธานี อุดรธานี จีน เวียดนาม และกัมพูชา ครั้งหนึ่งที่อุบลฯ ยังได้เจอ “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งสมัยนั้นยังดำรงตำแหน่งนายก ยังได้เอ่ยปากแซวแอ๊ดและเจ้าสัวธนินทร์ว่า “สองคนนี้มาตีไก่แน่นอน….”
ผิวน้ำนิ่งสงบย่อมมิอาจคาดเดาคลื่นได้
ครั้งหนึ่งที่กัมพูชา ทั้งสองเดินทางไปชนไก่กับท่านรัฐมนตรีพิเศษ ซกอัน และดูท่าว่าไก่ฝั่งนี้จะแพ้และแอ๊ดคิดว่าควรจะหยุดเกม แต่เจ้าสัวกลับตอบอย่างสงบนิ่งว่า “เรามาชนเพื่อการเมือง เรามาชนเพื่อการค้า เราจะเอาชนะเขาไม่ได้หรอก”
อีกครั้งที่เวียดนาม ตำรวจลงระหว่างทั้งคู่กำลังชนไก่ แอ๊ดตกใจจนวิ่งหนี แต่เจ้าสัวกลับไม่มีทีท่าใด ๆ เพียงเดินออกไปอย่างสงบนิ่ง แล้วทุกอย่างก็คลี่คลายด้วยดี
มองโลกแบบนักธุรกิจ
แอ๊ดเขียนเล่าว่า เมื่อลองสังเกตคนตระกูลเจียรวนนท์จะมองหาการสร้างประโยชน์จากสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ อย่างท่านประธานมนตรี (พี่กลางของเจ้าสัว) ไปเวียดนาม เมื่อได้กินผลไม้ลูกนม ท่านบอกให้คุณแอ๊ดเก็บเม็ดไว้เอาไปปลูกที่ไทย
อภิมหาเศรษฐีผู้ถ่อมตัว
วันหนึ่งที่คุนหมิงมีเที่ยวบินล่าช้า สนามบินไม่อนุญาติให้ออกไปซื้ออาหาร เจ้าสัวก็สั่งอาหารให้นำกลับมาเลี้ยงทุกคน นี่คือน้ำใจที่คุณแอ๊ดไม่เคยลืม
อีกหนึ่งการกระทำที่ประทับใจมิรู้ลืมคือ เจ้าสัวมักจะให้เกียรติผู้อื่นเสมอ เวลาทานอาหารด้วยกัน จะเป็นผู้ตักอาหารให้แขกกก่อนเสมอ รวมถึงเวลาส่งแขก ท่านจะเดินไปส่งถึงประตูรถ ปฏิบัติกับทุกคนเช่นนี้ เป็นการวางตัวที่น่าเคารพ
และครั้งหนึ่งในงานการกุศล ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าสัวได้ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า “ผมมางานนี้ก็เพราะคุณแอ๊ดเป็นเพื่อนผม” เป็นคำพูดที่ให้เกียรตินักร้องเพื่อชีวิตคนหนึ่ง
ไก่เป็นตู้เย็นประจำบ้าน
เจ้าสัวเคยเปรียบไก่ว่าเป็น “ตู้เย็นประจำบ้านที่ไม่ต้องเสียบปลั๊ก” เพราะให้ได้ทั้งเนื้อและไข่ ท่านยังเห็นว่าชาวนาควรมีรายได้ดี ไม่ควรถูกกดราคาข้าว เพราะเมื่อชาวนามีกำลังซื้อ เศรษฐกิจก็จะหมุนเวียนไปทั้งระบบ ท่านชี้ให้ดูชาวนาญี่ปุ่นมีเงินบินมาเที่ยวเมืองไทย แต่ชาวนาไทยกับเป็นหนี้ ธกส.
ท่านยังสอนเรื่องความประหยัด มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านปฏิเสธที่จะซื้อโคมไฟไปติดที่อาคารอบรมที่ปากช่อง สถาปนิกเสนอแบบดวงโคมหลักหมื่น ท่านเห็ว่ามันมีราคาแพงเกินความจำเป็น ให้ลดลงมาใช้หลักร้อยดูเอาเถอะครับทำให้ผมเข้าใจว่า คนร่ำรวยไม่ใช่เพียงต้องหาเงินเป็น แต่ต้องรู้จักใช้เงินด้วย
คาราบาวแดง-CJ ไม่เคยคิดแข่งเจ้าสัว
เมื่อคุณแอ๊ดกับคุณเสถียรเริ่มทำธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง ได้เข้าไปขอคำปรึกษาจากเจ้าสัว ตอนแรกคิดจะใช้ชื่อ “คาราบาวตะวันแดง” แต่เจ้าสัวแนะนำ ท้ายที่สุดจึงกลายมาเป็น “คาราบาวแดง” และเจ้าสัวยังช่วยเสนอติดต่อประธานบริษัทเบียร์ชิงเต่า เพื่อเปิดทางให้คาราบาวแดงได้เข้าไปถึงตลาดจีนอีกด้วย
แม้วันนี้ธุรกิจคอนวีเนี่ยนสโตร์ดูเหมือนจะเป็นคู่แข่งธุรกิจของซีพี แต่แอ๊ดขอยืนยันว่า ไม่เคยคิดจะต่อสู้ ยังคงเคารพทุกคำแนะนำ โอกาส และจดจำในใจเสมอว่า คนยิ่งใหญ่ไม่จำเป็นต้องวางตัวใหญ่โต คนร่ำรวยไม่จำเป็นต้องฟุ่มเฟือย และผู้ที่ประสบความสำเร็จควรเปิดทางให้ผู้อื่นได้เติบโตไปด้วย
ที่มา : เฟซบุ๊ค Add Bao
