COVID-19
ซีพีแรม เปิดยุทธศาสตร์ 2564 ขานรับเมกะเทรนด์โลก บุกตลาดอาหารวีแกน วันที่ 18 ก.พ. 64 นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า ปี 2563 เป็นปีที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปทั่วโลก เศรษฐกิจไทยก็ได้รับผลกระทบนั้นเช่นกัน หลายธุรกิจชะลอตัว หลายธุรกิจก็ปิดตัวลง รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายครั้งด้วยกัน โดยซีพีแรม ได้ร่วมกับ ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ดำเนินโครงการเมนู “อิ่มคุ้ม” ซึ่งเป็นเมนูอาหารพร้อมรับประทานในราคาปกติทั่วไป ซึ่งได้รับผลตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นโครงการช่วยลดค่าครองชีพผู้บริโภคเท่านั้น ยังช่วยขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานอาหารภายใต้การจัดการของซีพีแรมให้เดินหน้าต่อไปภายใต้วิกฤตเศรษฐกิจได้ เป็นผลให้พนักงานซีพีแรม และพนักงานของคู่ค้า ตลอดห่วงโซ่อุปทานยังทำงานเต็มเวลาปกติ ไม่มีการลดคนหรือลดเวลาทำงานลง สำหรับปี 2564 ซีพีแรมคาดการณ์ว่า วิกฤตเศรษฐกิจโลกอันเนื่องมาจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงมีต่อเนื่อง แต่จะคลี่คลายลงบ้างตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 เป็นต้นไป โครงก
“มาดามแป้ง” ลุยภารกิจอาสากล้าใหม่เมืองไทยฯ ช่วยวิกฤตโควิด-19 ของประเทศ วันที่ 18 ก.พ.64 บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อการสร้างพนักงานอาสาเพื่อสังคม ซึ่งดำเนินงานมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ภายใต้ชื่อกลุ่ม ‘อาสากล้าใหม่เมืองไทยประกันภัย’ ที่เปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับรวมกลุ่มทำกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 ทั้งสองระลอก ด้วยการเป็นแรงสนับสนุนของโครงการครัวมาดาม ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ทั้งการรวมพลแพ็กถุงยังชีพส่งต่อผู้กักตัว การบริจาควัตถุดิบ อาหารแห้งเพื่อตั้งครัวประกอบอาหาร การผลิตสเปรย์แอลกอฮอล์ส่งไปต่อให้ลูกค้าและประชาชนทั่วประเทศ “มาดามแป้ง” คุณนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจะขับเคลื่อนองค์กรไปได้อย่างยั่งยืนนั้น ฟันเฟืองขนาดเล็กที่มีอยู่มากในองค์กร ย่อมต้องเป็นอะไหล่แข็งแรงและทำหน้าที่ไปได้พร้อมๆ กันด้วยเป้าหมายเดียวกัน จึงทำให้เกิดเป็นโครงการอาสากล้าใหม่เมืองไทยฯ กับพนักงานที่บรรจุใหม่ ขยายมาสู่พนักงานทุกคนทุกระดับ ดำเนินกิจกรรมสม่ำเสมอทุกเดือนตลอด 8 ปี จนกลุ่มมีความเหนียวแน่น
กรุงไทย แจ้งปิดระบบยืนยันตัวตน แอพเป๋าตัง ชั่วคราวถึง 20.00 น. วันที่ 18 ก.พ.64 จากกรณีที่มีการโอนเงินงวดแรก 2,000 บาทให้แก่ผู้ที่ผ่านเกณฑ์โครงการ “เราชนะ” กลุ่มเราเที่ยวด้วยกันและกลุ่มคนละครึ่ง ส่งผลให้แอพพลิเคชั่นเป๋าตังล่มตั้งแต่นาทีแรกที่มีการโอนเงินในเวลา 06.00 น. เนื่องจากมีผู้เข้าไปเช็กว่าเงินเข้าหรือไม่ จำนวนมาก โดยวันนี้มีผู้ผ่านเกณฑ์ที่จะได้รับเงินเยียวยาวงเงินรวม 7,000 บาท มากถึง 10.2 ล้านคน ล่าสุด ธนาคารกรุงไทย ได้แจ้งปิดระบบยืนยันตัวตนเป็นการชั่วคราว จนถึงเวลา 20.00 น. โดยให้เหตุผลว่า “เนื่องจากขณะนี้ มีผู้ยืนยันตัวตนโครงการเราชนะ ผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตังเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบให้ระบบหน่วง ธนาคารจึงขอปิดระบบการยืนยันตัวตนเป็นการชั่วคราว จนถึงเวลา 20.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานธุรกรรมการเงิน และโครงการภาครัฐต่างๆ ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้”
เราชนะ เพิ่มปุ่ม สละสิทธิ คลังเตือน ข้าราชการ-จนท.รัฐ กดก่อนถูกเรียกเงินคืน จากกรณี โครงการ เราชนะ ซึ่งรัฐบาลเปิดให้ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน กลุ่มที่ลงทะเบียนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และคนละครึ่ง กลุ่มคนที่ไม่มีฐานข้อมูล ลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยาคนละ 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน ตลอดโครงการ โดยพิจารณาเกณฑ์เข้าร่วมโครงการ ดังนี้ ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ไม่เป็นผู้รับบำนาญหรือเบี้ยหวัดจากราชการ ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 มีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 300,000 บาท ในปีภาษี 2562 มีเงินฝากรวมทุกบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท (ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2563) เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ รายงานว่า หลังจาก โครงการเราชนะ ได้ตรวจสอบสิทธิที่ผ่านมา พบว่าประชาชนบางส่วนที่ไม่มีคุณสมบัติเราชนะ ได้รับสิทธิด้วย กระทรวงการคลัง จึงออกมาเตือนว่า ให้สละสิทธิ ไม่เช่นนั้นจะถูกเรียกเงินคืน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พบว่า www.เราชนะ.com มีการเปิดให้ประชาชนที่ไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว กดปุ่มสละสิทธิได้แล้ว เป็นปุ่มที่ 4 สีชมพู เขียนว่า สละสิทธิ คลังตอบ ทำไม เราชนะ ไม่ให้สิทธิ ผู้ประกันตนตาม
กรุงไทย ย้ำ “เป๋าตัง” ใช้คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน ได้ปกติ เลื่อน ปิดระบบอิเล็กทรอนิกส์ 13 ก.พ.นี้ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 64 ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า ประชาชนสามารถใช้จ่ายโครงการคนละครึ่ง และ เราเที่ยวด้วยกัน ผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ได้ตามปกติ ยกเว้นระบบยืนยันตัวตนโครงการเราชนะที่ปิดให้บริการชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องรีบดำเนินการ สามารถทยอยยืนยันตัวตนได้ถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ทั้งนี้ ธนาคารแจ้งเลื่อนการปิดปรับปรุงระบบบอิเล็กทรอนิกส์ ในวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 ระหว่างเวลา 00.15-07.45 น. โดยลูกค้าสามารถใช้บริการได้ตามปกติ กรุงไทย ปิดระบบ “Krungthai NEXT เป๋าตัง เป๋าตุง ถุงเงิน” เสาร์ที่ 13 ก.พ. 64 “กรุงไทย” รุกทำความเข้าใจร้านค้า โครงการเราชนะ ที่รับชำระเกินสิทธิ
กรุงไทย ปิดระบบ “Krungthai NEXT เป๋าตัง เป๋าตุง ถุงเงิน” เสาร์ที่ 13 ก.พ. 64 เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 64 ธนาคารกรุงไทย ยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ พัฒนาและปรับปรุงระบบอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้ลูกค้าไม่สามารถใช้บริการได้ในวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 ระหว่างเวลา 00.15–07.45 น. โดยมีรายละเอียดดังนี้ แอพพลิเคชั่น Krungthai NEXT เป๋าตัง เป๋าตุง และถุงเงิน บริการแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านโทรศัพท์มือถือและ Krungthai Connext บริการแจ้งเตือนเงินเข้า-ออกบัญชีกรุงไทย และ G-wallet บนแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ผ่านไลน์ บริการเว็บไซต์และแพลตฟอร์มต่างๆ Krungthai Internet Banking Krungthai Corporate Online Krungthai Contact Center Krungthai PromptPay Krungthai CO-OP Krungthaie-Cheque Krungthai Biz Payment กรุงไทย เติมบุญ บริการรับชำระเงินออนไลน์ บริการจองซื้อหลักทรัพย์ออนไลน์ บริการ CGP-Corporate Group Payment Oil บริการชำระเงินผ่าน Alipay และ Wechat และบริการหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย (Selling Agent) บริการบัตร Krungthai Verified by Visa Krungthai IPAC Krungthai Debit Card Krungthai
วันสุดท้าย! “เราชนะ” ปิดลงทะเบียน ห้าทุ่มของวันที่ 12 ก.พ. เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 64 คุณกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับการเปิดรับลงทะเบียนโครงการเราชนะ สำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไปในระหว่างวันที่ 29 มกราคม-12 กุมภาพันธ์ 2564 ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ .com ว่า จากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 มีประชาชนสนใจลงทะเบียนแล้วมากกว่า 10.73 ล้านคน โดยมีผู้ที่ผ่านการคัดกรองขอคุณสมบัติเบื้องต้นก่อนยืนยันรับสิทธิโครงการ แล้วกว่า 6.8 ล้านคน โฆษกกระทรวงการคลัง เน้นย้ำว่า ในวันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2564) จะเป็นวันสุดท้ายของการเปิดรับลงทะเบียนโครงการ สำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไป จึงขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจให้มาลงทะเบียนได้ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ .com อย่างไรก็ดี สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนแล้ว แต่ได้รับข้อความสั้น (SMS) แจ้งเตือนสถานะ “ลงทะเบียนไม่สำเร็จ” สามารถลงทะเบียนใหม่ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ .com ได้ทันทีหลังจากที่ได้รับ SMS แจ้งเตือนและต้องดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในการเปิดรับลงทะ
“กรุงไทย” รุกทำความเข้าใจร้านค้า โครงการเราชนะ ที่รับชำระเกินสิทธิ “กรุงไทย” รุกทำความเข้าใจร้านค้าโครงการเราชนะที่รับชำระเกินสิทธิ กำชับให้ดำเนินการตามเงื่อนไขของโครงการ หลังตรวจสอบพบร้านค้าบางกลุ่มรับชำระเกินสิทธิแต่ไม่พบพฤติกรรมผิดปกติ ชี้ร้านค้าส่วนใหญ่เข้าใจและให้ความร่วมมือทำตามเงื่อนไขโครงการ วันที่ 11 ก.พ. 64 ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ประสานร้านค้าในโครงการเราชนะที่รับชำระเงินเกินสิทธิ จากกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา เพื่อทำความเข้าใจและกำชับให้ดำเนินการตามเงื่อนไขของโครงการเราชนะ ทั้งเงื่อนไขของฝั่งร้านค้าและผู้ใช้สิทธิ โดยจากการตรวจสอบ ธนาคารพบว่า นอกจากร้านค้าที่มีพฤติกรรมผิดปกติ จำนวน 152 ร้านค้าแล้ว ยังพบว่ามีร้านค้าบางกลุ่ม ที่รับชำระเงินเกินสิทธิ แต่ไม่พบพฤติกรรมที่ผิดปกติ โดยธนาคารได้ดำเนินการติดต่อร้านค้าดังกล่าวเพื่ออธิบายทำความเข้าใจไปแล้วเกือบทั้งหมด และร้านค้าพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีการใช้จ่ายถูกต้องตรงตามสิทธิที่ได้รับรายสัปดาห์ จะได้รับวงเงินรายส
คลังตอบ ทำไม เราชนะ ไม่ให้สิทธิ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33-ข้าราชการ จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 ในโครงการ เราชนะ ซึ่งมีการให้เงินเยียวยาคนละ 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน ตลอดโครงการ โดยกลุ่มเป้าหมายของโครงการ “เราชนะ” คือประชาชน 3 กลุ่ม 1. กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน 2. กลุ่มที่ลงทะเบียนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และคนละครึ่ง 3. กลุ่มคนที่ไม่มีฐานข้อมูล โดยกระทรวงการคลัง ได้ตอบข้อสงสัยว่า ทำไม เราชนะ ถึงไม่ให้สิทธิ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ดังนี้ เหตุที่ เราชนะ ไม่ให้สิทธิกลุ่มผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เพราะ เนื่องจากกลุ่มผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ได้รับความคุ้มครองทางสังคม เช่น การมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน เป็นต้น ส่วนกลุ่มข้าราชการ และเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ไม่ได้รับสิทธิ เพราะ เนื่องจากช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 กลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีสถานภาพด้านรายได้เป็นปกติ และมิได้มีการถูกเลิกจ้างแต่อย่างใด
ตรุษจีนคึกคัก! ร้านเป็ดพะโล้ในตำนาน “จี่เซ่งเฮง” ขายดีจนต้องปิดรับออร์เดอร์ พูดถึงร้านเป็ดพะโล้แล้วละก็ “จี่เซ่งเฮง” ยังคงเป็นตำนานร้านเป็ดพะโล้ชื่อดังย่านเยาวราชมานานร่วม 120 ปี ถึงช่วงตรุษจีนปีนี้ คุณสาริศา ทายาท ร้านจี่เซ่งเฮง เผยว่า โควิด-19 ทำเงียบไปช่วงหนึ่งเท่านั้น เข้าตรุษจีนบรรยากาศกลับมาเป็นปกติ เพราะมีฐานลูกค้าเก่าอุดหนุน และให้ความสนใจสั่งออร์เดอร์จำนวนมาก 100 กว่าตัว จนหลายวันก่อนได้ประกาศปิดรับออร์เดอร์ตรุษจีนเป็นที่เรียบร้อย เพราะ คุณแม่ซึ่งเป็นคนทำอายุมากแล้ว จึงทำเท่าที่กำลังไหว สำหรับตำนานร้านเป็ดพะโล้จี่เซ่งเฮง คุณสาริศา เคยให้สัมภาษณ์กับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เมื่อปี 2562 ว่า ทางครอบครัวขายเป็ดพะโล้ ไก่ต้ม หมูสามชั้นต้ม ชุดไหว้เจ้าสูตรแต้จิ๋ว มาตั้งแต่รุ่นอากง หรือประมาณร้อยปีมาแล้ว โดยอากง อพยพจากเมืองจีนเข้ามาอยู่ประเทศไทย อาศัยในย่านเยาวราช ยึดอาชีพขายเป็ดพะโล้ ไก่ต้ม กระทั่งกิจการตกทอดมาสู่รุ่นที่ 2 รุ่นคุณแม่ลัดดา แซ่ตั้ง หรือที่ลูกค้ารู้จักกันดีในนามว่า “เจ๊สี่” โดยในปี 2559 ได้เปิดเพจ เป็ดพะโล้ เยาวราช ร้านจี่เซ่งเฮง ขายเป็ดพะโล้ในเฟซบุ๊ก ซึ่งได้ร
