EXIM BANK
กับสถานการณ์โลกปัจจุบัน แม้เศรษฐกิจจีนจะอยู่ในช่วงชะลอความร้อนแรง แต่คงต้องยอมรับ “ตลาดจีน” ยังเป็น “ตลาดยุทธศาสตร์” ที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีชุดข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จากบทสัมภาษณ์พิเศษ ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจและความยั่งยืน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM BANK ดร.เบญจรงค์ เกริ่นว่า ภาพรวมเศรษฐกิจจีน กำลังฟื้นตัว แต่ระดับ “ความเข้มข้น” ในการฟื้นตัวนั้นไม่เท่ากันในแต่ละเมือง 4 เมืองหลัก ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว และเซินเจิ้น ถูกจัดเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของจีน เป็นตลาดที่เติบโตสูง แต่ก็มีการแข่งขันสูงเช่นกัน ขณะเดียวกันมีอีก 15 เมือง ที่ทางรัฐบาลจีน มีนโยบายพัฒนา ให้เป็น “New First-Tier Cities” เพื่อกระจายการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในปี 2050 ดังนั้น หากอยากเข้าไปค้าขายในจีน ต้องเลือกเมืองที่เหมาะกับสินค้าของเรา และต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วย สาหรับกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพในการเติบโตในตลาดจีน ดร.เบญจรงค์ กล่าวว่า ได้แก่ สินค้าออร์แกนิกและสุขภา
“อาข่าจังเกิ้ลคอฟฟี่” กาแฟไทยตอบโจทย์คนรักสุขภาพ ส่งออกสู่ตลาดโลกอย่างมั่นใจด้วยบริการเสริมแกร่งจาก EXIM BANK “กาแฟ” เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมและเป็นสินค้าที่มีการซื้อขายมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก จากจำนวนเมล็ดกาแฟที่จำหน่ายในตลาดโลกปีละหลายล้านกิโลกรัม กาแฟไทยเป็นหนึ่งในสินค้ากาแฟที่มีคุณภาพและได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคต่างชาติ มีกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ใส่ใจในความเป็นอยู่ของชุมชนและสุขภาพของผู้บริโภค และหนึ่งในธุรกิจกาแฟที่ EXIM BANK เสริมแกร่งการส่งออกอย่างมั่นใจก็คือ “อาข่าจังเกิ้ลคอฟฟี่” เป็นกาแฟที่ปลูกโดยชาวอาข่า พัฒนาเป็นธุรกิจส่งออกไปหลายตลาด เช่น สวีเดน เกาหลีใต้ สโลวาเกีย ซึ่งมีคุณธนพล เฌอมือ กรรมการผู้จัดการ เป็นแกนนำในการรวมกลุ่มผู้ปลูกกาแฟจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด อาข่าจังเกิ้ลคอฟฟี่ เมื่อ 11 ปีก่อน คุณธนพล กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของ “อาข่าจังเกิ้ลคอฟฟี่” เกิดจากการรวมกลุ่มของชาวอาข่า กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ บนดอยช้างมูบ และผาฮี้ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย กลุ่มชาติพันธุ์นี้เกือบทั้งหมดเป็นเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟและผักเมืองหนาว โดยคุณธนพลเล็งเห็นว่า หาก
EXIM BANK เดินหน้าเติมความรู้ โอกาส และเติมทุน สร้างผู้ส่งออก SMEs ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยเติบโตยั่งยืน ความพยายามของรัฐบาลในการเพิ่มสัดส่วนมูลค่าทางเศรษฐกิจของธุรกิจ SMEs ยังคงเดินหน้าต่อไปและถือเป็นเรื่องสำคัญของประเทศไทย ผ่านทางการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ทั้งการให้องค์ความรู้และเงินทุน เพื่อสร้างผู้ประกอบการรายเดิมให้เข้มแข็งและสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ปัจจุบันธุรกิจ SMEs ทั้งหมดมีจำนวน 3.1 ล้านราย คิดเป็น 99% ของจำนวนผู้ประกอบการในประเทศไทย แต่มีสัดส่วนมูลค่าเพียง 35% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เท่านั้น ในขณะที่สามารถสร้างการจ้างงานได้ถึง 12.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 72% ของการจ้างงานทั้งระบบ ผู้ประกอบการ SMEs จึงถือเป็นกระดูกสันหลังและฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวว่า ธุรกิจ SMEs มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจอย่างมาก ทางรอดของประเทศไทยจึงอยู่ที่การสร้างผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้แข็งแกร่ง โดยมีผู้ประกอบการรายใหญ่ช่วยเป็นคนกลางเชื่อมธุรกิจทุกขนาดเข้าไ
บสย. คิกออฟ “The S1 Project” จับมือ EXIM BANK นำร่องพัฒนานวัตกรรมสินเชื่อ-ค้ำประกันสินเชื่อร่วมกัน บสย. คิกออฟ The S1 Project (SME One) นำร่องแผนพัฒนานวัตกรรมค้ำประกันสินเชื่อ เปิดตัวโครงการความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ตั้งเป้าก้าวสู่การพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ เชื่อมโยงแพลตฟอร์ม Digital Ecosystem ยกระดับการบริการ Digital Lending และ Digital Credit Guarantee ตอบโจทย์โลกการเงิน เพื่อผู้ประกอบการ SMEs นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูง ทั้ง 2 สถาบัน ร่วมเปิดโครงการ The S1 Project (SME One) โครงการความร่วมมือการพัฒนารูปแบบทางธุรกิจครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายยกระดับด้านการบริการสินเชื่อ และการค้ำประกันสินเชื่อ สร้างเครือข่ายการให้บริการทางการเงินยุค Digital Transform ภายใต้แพลตฟอร์มออนไลน์ร่วมกัน โดยใช้จุดแข็งของทั้ง 2 หน่วยงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ให
EXIM BANK ขานรับนโยบายกระทรวงการคลัง สานพลังภาครัฐและภาคเอกชน สนับสนุนธุรกิจพลังงานสะอาด ต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืนใน CLMV นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยคณะกรรมการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) นำโดย ดร.พสุ โลหารชุน ประธานกรรมการ EXIM BANK แขกธนาคาร และสื่อมวลชน เยี่ยมชมกิจการลูกค้า EXIM BANK ในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บริษัท Truong Thanh Quang Ngai Power and High Technology Joint-Stock Company (TTQN) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) กำลังการผลิต 49 เมกะวัตต์ จำหน่ายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าเวียดนาม (Electricity of Vietnam : EVN) ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว 20 ปี โดย EXIM BANK สนับสนุนเงินกู้ระยะยาวจำนวน 32.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการก่อสร้างและดำเนินงานโรงไฟฟ้าดังกล่าว โดยมี นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TTQN ให้การต้อนรับ ณ เมืองบินเหงียน จังหวัดกว๋างหงาย เวียดนาม เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2565 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยให้ความสำค
เตือนผู้ส่งออกไทย รับมือความเสี่ยง จากผลกระทบ ความขัดแย้ง รัสเซีย-ยูเครน วันที่ 3 มีนาคม 2565 ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากที่รัสเซียพยายามรุกคืบเข้าถึงกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ทำให้นานาชาติ โดยเฉพาะประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organisation : NATO) และชาติตะวันตก ประกาศมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจ ถึงขั้นจะถูกโดดเดี่ยวจากระบบการเงินโลก โดยประกาศตัดรัสเซียออกจากระบบสวิฟต์ (Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication : SWIFT) ซึ่งเป็นระบบการส่งข้อความทางการเงินที่มีความมั่นคงปลอดภัยสูงที่สถาบันการเงินกว่า 11,000 แห่ง ใช้บริการและครอบคลุมการใช้งานในกว่า 200 ประเทศ กระทบต่อการใช้บริการ SWIFT ของสถาบันการเงินและบริษัทในรัสเซียจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 300 แห่ง ส่งผลให้บริษัทเอกชนของรัสเซียไม่สามารถเข้าถึงธุรกรรมทางการเงินได้อย่างราบรื่น ดร.รักษ์ กล่าวว่า ไทยอาจจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ใ
EXIM BANK ชี้ปี 65 โอกาสขยายตลาดของผู้ส่งออก หลังโชว์ฟอร์มสุดปัง สร้างสถิติใหม่ทุกมิติของธนาคารเพื่อการพัฒนาประเทศในปี 64 ขยายสินเชื่อ-บริการประกันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กำไรสุทธิโตกว่า 200% EXIM BANK ชี้ปี 2565 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวตามเศรษฐกิจโลก ผู้ส่งออกต้องปรับตัวรับเทรนด์ใหม่ของโลกยุค Next Normal เน้นเศรษฐกิจเชื่อมโยงการพัฒนาเทคโนโลยี การดูแลสุขภาพ การปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม และการตอบสนองความต้องการของลูกค้าแบบเจาะกลุ่ม หลัง EXIM BANK ฉลองความสำเร็จผลการดำเนินงานปี 2564 และ 9 เดือนภายใต้การบริหารงานของ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ คาดการณ์ยอดคงค้างสินเชื่อและปริมาณธุรกิจสะสมบริการประกันทะลุกว่า 150,000 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เปิดดำเนินงาน สร้างกำไรสุทธิกว่า 1,500 ล้านบาท เติบโตทะยานขึ้นกว่า 200% จากปี 2563 และสูงสุดในรอบ 5 ปี ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ในปี 2565 เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าจะขยายตัวถึง 4
EXIM BANK เปิดเวทีสัมมนา ช่วย SMEs มองหาทางรอด จากโลกเดิมสู่โลกใหม่ วันที่ 4 พ.ย. 2564 ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวในงานสัมมนาออนไลน์ หัวข้อ “Transformation ทางรอด SMEs” ว่า “การที่ดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ทำให้ทุกคนก้าวข้ามจากสังคมออฟไลน์สู่สังคมออนไลน์ เปลี่ยนวิถีชีวิตและการบริโภคของคนไปอย่างสิ้นเชิง ยิ่งเกิดโควิด-19 แพร่ระบาด ยิ่งทำให้โลกหมุนเร็วขึ้น ทำให้คนต้องเปลี่ยนความคิด เพราะโดนบังคับให้ต้องใช้เทคโนโลยีในการดำรงชีวิตในโลกปัจจุบันและโลกอนาคต ส่วนภาคธุรกิจเองต้องปรับตัวสู่ดิจิทัลด้วยเช่นกัน ธุรกิจที่อยู่รอดได้ คือธุรกิจที่นำเอา Big Data มาใช้วิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า นำดิจิทัลมาใช้ในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็น กระบวนการทำงาน กระบวนการผลิต การตลาด และการขนส่ง ผลิตสินค้าตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดย EXIM BANK และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีในการแปลงร่างผู้ประกอบการ SMEs ให้กลายเป็นคนตัวจิ๋วแต่แจ๋ว มีความทันสมัย ว่องไว แข่งขันได้
เปิดสาเหตุหลัก ทำไม SMEs ไทย ค้าขายออนไลน์ล้มเหลว วันที่ 8 ก.ย. 2564 ในงานสัมมนาออนไลน์ “Digital พลิกโฉมการค้าโลก” ซึ่งจัดโดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D BANK) คุณภาวุธ พงษ์วิทยภาณุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดดอทคอม กรุ๊ป จำกัด หนึ่งในวิทยากร ได้กล่าวถึงการขายสินค้าบนโลกดิจิทัลว่า การเข้าสู่ออนไลน์หากอยากทำให้แตกต่างจะต้องมีช่องทางที่หลากหลาย ทั้งเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย มาร์เก็ตเพลส และต้องมีระบบการชำระเงิน ระบบขนส่ง ระบบติดตามสินค้า การตลาด และลูกค้าทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งการจะทำธุรกิจออนไลน์ให้โดดเด่น 1. ต้องทำคนแรก ได้เปรียบ 2. หาจุดยืนที่ชัดเจนและแตกต่าง อย่าพยายามขายของเหมือนคนอื่น ไม่อย่างนั้นจะต้องเจอกับสงครามราคา หากสร้างความแตกต่างในเรื่องสินค้าไม่ได้ให้สร้างความแตกต่างในเรื่องบริการ ส่งเร็ว บริการหลังการขายที่ดี หรือบริการติดตั้ง ฯลฯ และ 3. ใช้เทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ นอกจากนี้ คุณภาวุธ ยังแนะนำ
EXIM BANK ชี้ วิกฤตทำให้การค้าออนไลน์โตก้าวกระโดด ปลุก SMEs ใช้ดิจิทัล วันที่ 8 ก.ย. 2564 ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ EXIN BANK กล่าวบนเวทีสัมมนาออนไลน์ “Digital พลิกโฉมการค้าโลก” ซึ่งจัดโดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D BANK) ว่า ทุกวันนี้มีดิจิทัลอยู่รอบตัว และเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โควิด-19 ปลุกคนไทยให้รู้จักคำว่า New Normal ซึ่งวันนี้กลายเป็น Now Normal และถัดจากนี้คือ Next Normal ดิจิทัลจะเข้ามาแทรกซึมทุกบริบทของการค้าการลงทุน เพราะฉะนั้น จะทำอย่างไรให้ Digitalization เป็นเรื่องง่ายต่อการดำเนินชีวิต และในขณะเดียวกัน จะทำการค้าออนไลน์ซึ่งเป็นทางรอดได้อย่างไร จากเมื่อก่อนมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ทำเพื่อการสันทนาการ ตอนนี้ผู้ประกอบการต้องสามารถสร้างเรื่องราว (Story Telling) ของตัวเองได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคกดซื้อสินค้าได้ EXIM BANK และ SME D BANK เล็งเห็นถึงความสำคัญ ของการเร่งปรับตัวดังกล่าว จึงได้จัดงานสัมมนาออนไลน์ “Digital พลิกโฉมการค้าโลก
