PM2.5
‘ซีพี-เมจิ’ ร่วมสู้วิกฤตควันพิษต่อเนื่อง! มอบอุปกรณ์ป้องกัน-ดับไฟป่า หนุน กรมอุทยานแห่งชาติฯ ดูแลป่าไม้อย่างยั่งยืน ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ห่วงใยประชาชนและเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สานต่อโครงการ “ซีพี-เมจิ รักษ์ป่า รักษ์น้ำ รักแผ่นดิน” ต่อเนื่อง ล่าสุด มอบอุปกรณ์ป้องกันและดับไฟป่า สนับสนุนอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย จ.สระบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องในวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า เพื่อปกป้องผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยมี ว่าที่ ร.ท.รุ่งศักดิ์ ขุนวิเศษ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมทั้งรับมอบอุปกรณ์ จาก นางสาวชาลินี พูนลาภมงคล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน ซีพี-เมจิ ผู้แทนบริษัทฯ ว่าที่ ร.ท.รุ่งศักดิ์ ขุนวิเศษ กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย จ.สระบุรี เป็นพื้นที่ป่าใกล้เขตเมือง จำนวน 26,238 ไร่ ที่มีชุมชนโดยรอบประมาณ 1,388 ครัวเรือน ขอบคุณทุกภาคส่วนท
มลพิษพุ่งหนัก ซัมซุง ส่งเครื่องปรับอากาศ เทคโนโลยีใหม่ กรองฝุ่นละออง ระดับ PM1.0 ที่อันตรายกว่า PM2.5 ได้ สถานการณ์มลพิษทางอากาศและฝุ่นกำลังเพิ่มขึ้นเกินค่ามาตรฐาน ไปจนถึงขั้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง-แดงเข้ม) โดยศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ยังคงรายงานปัญหาที่ต่อเนื่องเกี่ยวกับปริมาณ PM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทย พบเกินค่ามาตรฐานเกือบทั่วทุกภาค บางจังหวัดมีค่า AQI พุ่งทะลุ 300 ส่งผลกระทบต่อทุกคนทั้งในบ้านโดยเฉพาะนอกบ้าน ซึ่งฝุ่น PM2.5 สามารถเข้าสู่ร่างกายทางระบบทางเดินหายใจ เข้าสู่หลอดลมและปอด และเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดในสมอง โรคปอดอุดกลั้นเรื้อรัง โรคหัวใจขาดเลือด มะเร็งปอด โรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ถือว่าเป็นภัยที่มองไม่เห็นและเป็นเรื่องใกล้ตัวทุกคนอย่างจริงจัง ซัมซุง ผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้าน Aircare จึงขอแนะการใช้ชีวิตที่หลีกเลี่ยงหรือป้องกันมลพิษดังกล่าว ด้วยการเฝ้าระวังสุขภาพ หลีกเลี่ยงการออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น งดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ลดการใช้รถยนต์อาจจะต้องมี Work From Home เพื่อลดฝุ่นบนท้องถนน ตรวจสอบและซ่อมบำรุงอุปกรณ์เครื่องยนต์
เมื่อ PM2.5 ไป ฉันจะมา! นันยาง ทำตามสัญญา ผลิตแตะ “ช้างดาวสีเทา” ขายวันแรก 24 ก.พ.นี้ 24 ก.พ. นี้ นันยาง พร้อมขายแตะ “ช้างดาว Grey” หลังประกาศผ่านโลกโซเชียล ถ้าค่าฝุ่น PM2.5 ลดลง ใน กทม. มีดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ต่ำกว่า 100 นันยางจะผลิตแตะสีเทาออกจำหน่าย โดย “ช้างดาว Grey” แตะคีบสีเทา ถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “For a day เทาเทา” เมื่อทุกคนต่างกัน แต่ละวันไม่เหมือนเดิม ผิด-ถูก-ขาว-ดำแต่งเติม เสริมเพิ่มเป็นสีเทาเทา ซึ่งสะท้อนให้เห็นความต่างที่อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว “ตลอดระยะเวลา 70 ปี นันยางและรองเท้าแตะช้างดาว หลายร้อยล้านคู่ได้ผ่านร้อนหนาวร่วมกับคนไทยและชาวต่างชาติทั่วโลก ด้วยเอกลักษณ์ความสบาย ง่ายง่าย ทนทาน ลุยไปทุกที่ ใส่ได้หมดไม่ว่ารวยหรือจน ทุกเพศทุกวัย และได้รับความนิยมจากรุ่นสู่รุ่น ช้างดาวจึงเป็นมากกว่ารองเท้า เป็นมากกว่าแฟชั่น แต่เป็น ‘สไตล์’ ที่อยู่เหนือกาลเวลา” ดร.จักรพล จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าว ปัจจุบันในโลกที่หมุนเร็ว สังคมที่หลากหลาย ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนหวนหา ความธรรมดาให้ชีวิตบ้าง ซึ่งความธรรมดา คงไม่ใช่เทรนด์ แต่เป็น
PM2.5 อาจกระตุ้นภูมิแพ้ แก้ได้ ด้วยการจี้ RF หรือ การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ นายแพทย์นัทพล ธรรมสิทธิ์บูรณ์ โสต ศอ นาสิกแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า PM2.5 ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่หลายคนคงเคยได้ยิน หากใครที่มีการสัมผัสกับฝุ่นละอองชนิดนี้ อาจส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและยาวได้ ดังนี้ ผลกระทบในระยะสั้น 1. ก่อให้เกิดการระคายเคืองบริเวณดวงตา จมูก คอ ทางเดินหายใจ 2. ทำให้เกิดอาการแสบตา ไอ จาม น้ำมูกไหล หายใจไม่สะดวก หอบเหนื่อย 3. ทำให้สมรรถภาพปอดแย่ลง 4. ทำให้โรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด หรือโรคหัวใจ กำเริบ ผลกระทบในระยะยาว 1. ทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง 2. สมรรถภาพปอดลดลง 3. เพิ่มอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอด เนื่องจากฝุ่นขนาดเล็กเหล่านี้ถือเป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ ฝุ่น PM2.5 จะเป็นตัวกระตุ้นให้อาการต่างๆ ของผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคภูมิแพ้เรื้อรัง กำเริบขึ้นได้ ซึ่งการดูแลสุขภาพในสถานการณ์ PM2.5 กลุ่มคนที่มีปัญหาเรื่องภูมิแพ้เรื้อรังอยู่แล้วควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้อุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจ ควรล้างจมูกเพื่อชะล้างฝุ่นละอองท
ฤทธิ์ร้าย ฝุ่นจิ๋ว! PM2.5 ไม่ได้ทำร้ายแค่ ปอด แต่เพิ่มความเสี่ยง เส้นเลือดหัวใจอุดตัน ด้วย เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา บรรยากาศทึมเทาเหมือนฤดูหนาว แต่จริงๆ แล้วนั่นคือ ฝุ่น PM2.5 ที่ปกคลุมชั้นบรรยากาศ ทำให้หลายคนเกิดอาการหายใจไม่สะดวก คันตามร่างกาย ตาแดง ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งหลายคนอาจจะทราบดีอยู่แล้วว่า ฝุ่น PM2.5 นั้น หากสูดดมเข้าไปมากๆ จะส่งผลเสียต่อปอด เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha เกี่ยวกับอันตรายจาก ฝุ่น PM2.5 ที่นอกจากจะส่งผลต่อปอดแล้วยังส่งผลต่อหัวใจด้วย โดยระบุว่า “ฝุ่นจิ๋วพิษเจอไม่นาน…หัวใจวาย” เจอฝุ่นจิ๋วพิษ 2.5 และจิ๋วใหญ่ PM10 กับไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เพียงแค่วันถึงสองวันโอกาสเสี่ยงตายสูงจากเส้นเลือดหัวใจตัน (acute MI) เป็นการรายงานในวารสารของสมาคมโรคหัวใจ (Journal of American College of Cardiology) วันที่ 26 มกราคม 2021 รวมทั้งบทบรรณาธิการ ทั้งนี้ ทุกๆ ปริมาณของฝุ่นเล็กจิ๋วและจิ๋วใหญ่ที่เพิ่ม
จะดูแลตัวเองอย่างไร เมื่อ PM2.5 ของไทย ขึ้นอันดับต้นของโลก “เมืองฝุ่นเยอะที่สุด” ผ่านมา 3 วัน ที่ค่าฝุ่น PM2.5 ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากกว่า 150 ไมโครกรัม ถือว่าเป็นเมืองอันดับต้นๆ ของโลกที่มีค่าฝุ่นเกินกว่าค่าที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้ตลอด 3 วันมานี้ มีการพูดถึงปัญหา วิธีการจัดการ และการแก้ปัญหาต่างๆ อย่างมากมาย เมื่อค่าฝุ่นมีปริณมาณสูงจะส่งผลเสียต่อร่างกายในหลายด้าน ทั้งเรื่องของทางเดินหายใจและปอดจะเกิดอาการระคายเคือง ไอ จาม มีเสมหะ หากสูดดมมากเกินไปก็ก่อให้เกิดมะเร็งได้ นอกจากนี้ ยังรวมถึงภัยต่อหัวใจ ภัยต่อสมอง ทั้งหมดนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ วิธีการหลีกเลี่ยงฝุ่น ควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อลดความเสี่ยงในการสูดดมฝุ่น PM2.5 หากจำเป็นต้องออกข้างนอกหรือในพื้นที่ที่มีปริมาณค่าฝุ่นสูงควรใส่หน้ากาก N95 หรือแมสก์ที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกตามความเหมาะสม ทั้งนี้ หากอยู่ในบ้านก็สามารถหาต้นไม้ฟอกอากาศที่ใช้งบประมาณไม่สูงมาทดแทนชั่วคราวได้ หรือกรณีที่มีปัจจัยที่เหมาะสม เครื่องฟอกอากาศ ก็เป็นวิธีการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพที่จะพ
PM2.5 กลับมาแล้ว! How To รับมือภัยร้ายใกล้ตัว ให้ปลอดภัยจากมลภาวะ ช่วงปลายปี นอกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว อีกหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่เมืองไทยต้องเผชิญทุกปีก็คือมลภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งมีปริมาณเกินมาตรฐานในช่วงฤดูหนาวของทุกปี ทั้งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทุกเพศทุกวัยในวงกว้าง โดยเฉพาะจังหวัดในเขตภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย PM2.5 คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่าเส้นผมของคนเราถึง 20 เท่า เมื่อสูดหายใจเข้าไปจึงสามารถผ่านเข้าสู่ถุงลม ปอด และหลอดเลือดได้อย่างง่ายดาย เบื้องต้นอาจส่งผลให้เกิดอาการไอ จาม หรือเป็นลมพิษ ซึ่งอาจลุกลามจนเกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด ฯลฯ หรือทำให้โรคเหล่านี้กำเริบร้ายแรงขึ้น หากได้รับ PM2.5 ในปริมาณมากหรือติดต่อกันเป็นเวลานาน ฝุ่นพิษเหล่านี้จะสะสมในเนื้อเยื่อปอดทำให้การทำงานของปอดเสื่อมลงและเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคมะเร็งปอด นอกจากนี้ มลพิษทางอากาศนี้ยังส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ทำให้ทารกแรกเกิดมีน้ำหนักน้อยกว่าปกติ โคเวย์ ในฐานะแบรนด์เครื่องฟอกอากาศอ
เจ๋ง! วิศวะจุฬาฯ พัฒนา Sensor for All ระบบตรวจวัดสภาพอากาศและมลภาวะ สู้ PM2.5 เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2563 ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า โครงการ Sensor for All ปีที่ 3 นี้ เป็นหนึ่งในโครงการที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นตามวิสัยทัศน์และพันธกิจของคณะวิศวะจุฬาฯ ที่ว่าการอุทิศองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมมาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สังคมเพื่อความยั่งยืน ด้วยความร่วมมือกับหลายภาคส่วนผ่านโครงการความร่วมมือระหว่างคณะวิศวะ กับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหา PM2.5 และมลภาวะทางอากาศตลอดจนภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ วิศวะจุฬาฯ จึงได้เป็นแกนหลักในการผนึกพลังทุกภาคส่วนที่เห็นถึงปัญหาเดียวกันนำศาสตร์ด้านวิศวกรรมมาช่วยหาสาเหตุ เก็บข้อมูลอันเป็นประโยชน์นำมาวิเคราะห์เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาคุณภาพอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงระหว่างเดือนธันวาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี ซึ่งการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพจะต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งนี้โครงกา
ขสมก. ยืนยัน เครื่องกรองอากาศบนหลังคารถเมล์ ลด PM2.5 ได้จริง เมื่อวันที่ 17 ก.พ. นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปิดเผยว่า ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว กรณีที่นักวิชาการบางท่าน ได้แสดงความคิดเห็นเชิงลบเกี่ยวกับการที่ ขสมก. ติดตั้งเครื่องกรองอากาศบนหลังคารถโดยสาร ของ ขสมก. ว่า เป็นเรื่องลวงโลกเช่นเดียวกับเครื่อง GT 200 นั้น ขสมก. จึงขอชี้แจงข้อมูล ดังนี้ 1. กระทรวงคมนาคม มีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงได้ทดสอบการติดตั้งเครื่องกรองอากาศต้นแบบ บนหลังคารถโดยสารของ ขสมก. เพื่อทดลองกรองอากาศในการดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ขณะรถโดยสารวิ่งให้บริการประชาชน 2. การทำงานของเครื่องต้นแบบ ใช้หลักการกวาดอากาศที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งเเขวนลอยอยู่บนถนน ที่มีการจราจรหนาเเน่นในกรุงเทพมหานคร ในระดับความสูงไม่เกิน 5 เมตร เมื่อรถวิ่ง อากาศจะปะทะเข้าหน้ารถ และผ่านเข้าเครื่องกรองโดยอัตโนมัติ ซึ่งวิธีการดังกล่าว สามารถกรองอากาศได้ โดยไม่สิ้นเปลืองพลังงาน เนื่องจากไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการดูดลมเข้าเครื่อ
จะจนหรือรวย! ก็ไม่ควรมีเด็กคนไหนต้องสูดฝุ่นพิษ จากการละเลยของผู้ใหญ่ เมื่อวันก่อน ผู้ปกครองท่านหนึ่ง ได้เริ่มเรื่องรณรงค์ผ่าน Change.org เพื่อร้องเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพฯ โดยสรุปสาระสำคัญได้ว่า เธอเป็นแม่ของเด็กชายวัยอนุบาล ที่ต้องฝ่าฟันฝุ่นพิษ PM2.5 ไปโรงเรียนเหมือนกับเด็กหลายคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ ไม่เฉพาะในกรุงเทพฯ แต่ค่าฝุ่นพิษ ที่สูงเกือบทั้งประเทศทำให้เด็กทั่วไทยต้องหายใจเอาฝุ่นเข้าไปทำร้ายร่างกายทุกวัน เพียงเพราะไปโรงเรียน แต่โชคดีที่โรงเรียนของลูกเธอ มีมาตรการเรื่องนี้ชัดเจนจากการกดดันของผู้ปกครองและครูหลายคนที่มีลูกเล็กในโรงเรียนเดียวกัน มีการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องเรียนติดแอร์ และมีการวัดค่าอากาศเป็นระยะๆ บรรดาผู้ปกครองพยายามทำงานร่วมกับครู ให้ครูคอยกำชับ ให้ความรู้เด็กๆ เตือนเด็กๆ ให้ใส่หน้ากาก ยกเลิกกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด และไม่อนุญาตให้เด็กออกมาวิ่งเล่นข้างนอกถ้าไม่ใส่หน้ากาก “โรงเรียนของลูกดิฉัน บอกเลยค่ะว่าค่าเทอมโหดมาก แต่พอมองดูโรงเรียนอื่นๆ ทั้งผ่านข่าวและฟังจากเพื่อนๆ แล้ว ภาพที่เห็นเหมือนคนละโลก นอกจากเด็กจะต้องเดินทางฝ่าฝุ่นไปโรงเรียนแล้ว พอไปถึงโรงเร
