PM2.5
เมื่อวันที่ 1 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกแถลงการณ์นายกรัฐมนตรี ถึง“สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน” ใจความว่า ตามที่เกิดสถานการณ์ปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑล 5 จังหวัด รวมถึงจังหวัดสมุทรสงครามด้วย และปัญหาดังกล่าวเริ่ม มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนนั้น กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล ได้แก้ไขปัญหาระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การเข้มงวดตรวจจับรถ ควันดำ การควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง การเร่งคืนพื้นผิวจราจร การควบคุมการเผาในท่ี่โล่ง การตรวจสอบการปล่อยมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม การฉีดพ่นละอองน้าในอากาศ และการล้าง ทำความสะอาดถนน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของฝุ่นละอองPM2.5 ก็ยังไม่คลี่คลายลงเนื่องจากปริมาณการใช้รถเครื่องยนต์ ดีเซลส่วนบุคคลในกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑลมีจำนวนมาก ประกอบกับไม่มีการถ่ายเทของอากาศ จึงทำให้ PM2.5 อยู่ในอากาศปกคลุมเหนือพื้นที่ดังกล่าว แม้จะมีการตรวจจับรถที่ปล่อยควันดำเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดอย่างเข้มข้น รวมทั้งไม่พบการปล่อยมลพิษจากโรงงานเกินกำหนดแต่อย่างใด ดังนั้น รัฐบา
สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ Nannaphat Tansiriwat โพสต์เตือนภัยเรื่องการเลือกซื้อหน้ากากอนามัย พร้อมเปรียบเทียบภาพของจริงและของปลอมให้เห็นอย่างชัดเจน โดยระบุว่า หน้ากาก PM2.5 แค่นี้ต้องปลอมกันด้วย ขนาดหน้ากากยังต้องหลอกกันด้วย ที่สำคัญคือหน้ากากหาซื้อยากมาก หน้ากาก 3M รุ่น 9001V แบบมีวาล์ว ใช้รุ่นนี้เป็นปกติกับชีวิตที่ กทม. ตอนนี้ เมื่อวานไปเจอมาข้างถนนเห็นขาย 50 บาท รีบแย่งซื้อหัวแตกเลย เพราะปกติซื้อ 69 เลยซื้อมาแบบอารมณ์ชั่ววูบ แต่ปรากฏว่าเป็นของปลอมจ้า คือสภาพภายนอก ก็ยังไม่แน่ใจ แต่ที่ทำให้แน่ใจแน่ๆ คือกลิ่นของหน้ากากด้านใน เป็นกลิ่นสารเคมีมากๆ คือถ้าใครไม่รู้ทนใส่ไป อาจจะเป็นลมเพราะกลิ่นนี้แหละ ไม่ใช่เพราะฝุ่นหรอก งงและเบลอมาก ในระหว่างที่ต้องสู้กับอากาศยังต้องสู้กับคนหลอกคนอีก โกรธมาก จริงจังถึงขนาดต้องทำภาพมาโพสต์ใน Facebook มันทำร้ายกันรู้ไหม เพื่อไม่ให้การซื้อของปลอมมาแล้วเอาทิ้งเฉยๆ ไม่มีประโยชน์ เลยเอามาทำรูปโพส ให้คนอื่นเห็นเพื่อเกิดผลงานดีกว่า มาดูกันเลยชัดๆ ข้างหน้า ดูเผลอๆไม่รู้เลยจ้า ต้องสังเกตดีๆ ด้านหลัง อันนี้ชัดเจนต้องดูดีๆ นะ มันมีภาษาจีนที่ไม่เหมือนกัน ตำแหน่งการวาง แล้วก็คุ
วิกฤตสุดๆ ค่าฝุ่นพิษพุ่งปรี๊ด สมุทรสาคร-กรุงเทพฯ หนัก บ่ายนี้สูงขึ้น ยาวถึง 4 ก.พ. วันที่ 30 ม.ค. กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่อากาศในช่วงเช้า พื้นที่ กทม.และปริมณฑล อากาศลอยตัวได้น้อย ลมสงบ ซึ่งจากสภาพเช่นนี้จะทำให้ปริมาณฝุ่นละอองสะสมได้ ส่งผลทำให้สถานการณ์ พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในวันนี้ ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานทุกพื้นที่ ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน (50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) 39 พื้นที่ โดยพื้นที่ริมถนน เกินค่ามาตรฐาน 23 สถานี ส่วนพื้นที่ทั่วไป เกินค่ามาตรฐาน 16 สถานี คาดการณ์ ในช่วงบ่ายของวันนี้ อากาศลอยตัวได้น้อย ลมสงบ ทำให้ปริมาณฝุ่นละอองมีโอกาสสะสมมากขึ้น โดยลักษณะเช่นนี้จะเป็นไปจนถึงวันที่ 4 ก.พ.62 สำหรับรายละเอียดพื้นที่ที่ตรวจพบสารมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐานได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 59-142 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานที่บริเวณ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ, แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ, แขวงดินแดง เขตดิ
สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เผยผลศึกษาวิจัย ควันธูป-กระดาษเงินกระดาษทอง เผาแล้วก่อมลพิษสูง มากกว่า PM 2.5 วอนใกล้ ตรุษจีน ลดการใช้ดีที่สุด ชูป่อเต็กตึ๊งประกาศงดใช้ธูปเทียน วอนศาลเจ้าอื่นๆทำด้วย เมื่อวันที่ 23 ม.ค. นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าหน่วยโรคปอดและทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธกล่าวว่า ขณะนี้ตนเป็นห่วงในเรื่องผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เนื่องจากใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีน จะมีการจุดธูปและเผากระดาษเงินกระดาษทองมาก ซึ่งควันจากธูปและการเผากระดาษเงินกระดาษทอง จะเป็นมลพิษทางอากาศสูง ไม่ใช่แค่ฝุ่นละออง PM 2.5 เท่านั้น นพ.มนูญ กล่าวต่อว่า ซึ่งจากการศึกษาวิจัยร่วมกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เรื่องอันตรายควันธูปมา 11 ปี ทำให้พบว่า ในควันธูปมีสารอันตรายไม่แตกต่างจากบุหรี่ ซึ่งมีสารอันตรายจำนวนมากหลายชนิด ไม่ใช่แค่ฝุ่นละออง PM 2.5 แต่ยังมีสารอื่นๆ ทั้งซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หรือกำมะถัน และไนโตรเจนไดออกไซด์ ล้วนเป็นก๊าซระคายเคืองทั้งสิ้น และยังมีกลุ่มโลหะหนัก สารก่อมะเร็ง สารอินทรีย์ระเหย “ไม่ใช่แค่ควันธูป แต่เรายังมีการศึกษาวิจัยต่อเนื่องเมื่อ 3 ปีที่แล้วเกี่ยวกับกระดาษเงินกระดาษทอง ก็พบว่ามีสารอันตรายไม่
เช้านี้ กทม.-ปริมณฑลอ่วมหนักฝุ่นพิษขึ้นสีแดง 7 จุด-ส้ม 16 จุด เกินมาตรฐานรวม 40 พื้นที่ เหตุลมสงบอากาศลอยตัวไม่ได้ หน่วยงานภาครัฐเร่งงัดมาตรการสู้หวังพรุ่งนี้ลมพัดแรงขึ้น เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 22 มกราคม กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่อากาศในช่วงเช้า อากาศลอยตัวไม่ดี มีสภาพอากาศปิด ลมสงบ ความเร็วลมส่วนใหญ่ต่ำกว่า 2 กม./ชม. ไม่มีฝน ส่งผลทำให้สถานการณ์ PM2.5 พื้นที่กทม. และปริมณฑล คุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับ “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ” (สีส้ม) และ “มีผลกระทบต่อสุขภาพ” (สีแดง) ในบางพื้นที่ โดยมีค่าฝุ่นละอองอยู่ที่ 54-101 มคก./ลบ.ม. ปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม. ) รวม 40 พื้นที่ ปริมาณฝุ่นละอองสูงขึ้นจากเมื่อวาน โดยบริเวณพื้นที่ริมถนน คุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) 7 สถานี พื้นที่ทั่วไป คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) 16 สถานี โดยพื้นที่ที่ตรวจพบค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ได้แก่ บริเวณริมถ.กาญจนาภิเษก
สถานการณ์ฝุ่นยังอยู่ในภาวะที่มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ซึ่งหลายคนต้องหาทางป้องกันตนเองในวันที่ฝุ่นยังไม่บรรเทาไปง่ายๆ หน้ากากอนามัย เป็นหนทางป้องกันตัวทางเดียวที่ประชาชนพอจะทำได้ ซึ่งหน้ากากที่สามารถกันฝุ่นขนาดจิ๋ว PM2.5 ที่แนะนำก็คือ หน้ากาก N95 โดยพบว่า เพจ 1412 Cardiology ซึ่งเป็นเพจเกี่ยวกับการแพทย์ ได้โพสต์เตือนเรื่องหน้ากาก ว่า “ใส่ N95 เดินนานเกินไป อันตรายนะครับ หมดสติหรือเสียชีวิตได้แบบฉับพลัน” โดยให้เหตุผลว่า “หน้ากาก N95 ไม่สามารถใส่ได้เป็นเวลานานๆ ไม่ควรเกินครึ่งชั่วโมง ขณะใส่ไม่ควรออกแรงหรือวิ่งเร็วๆ เพราะขณะใส่หน้ากาก ร่างกายใช้ออกซิเจนมาสันดาปเป็นพลังงานได้จำกัดในระดับการออกแรงที่เท่ากัน เป็นอันตรายในผู้ป่วยที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจหรือโรคปอดอยู่เดิม” (สำหรับแพทย์) N95 เพิ่ม breathing resistance และลด FiO2 เมื่อเทียบกับอากาศภายนอก คล้ายกับ Elevation Training Mask ที่ใช้ในนักกีฬาอาชีพเพื่อเพิ่ม VO2 max หน้ากาก N95 ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ขณะออกแรง เดิน วิ่ง หรือ ปั่นจักรยาน หรือใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เมื่อปอดไม่สามารถทำงานดึงออกซิเจนได้ง่ายเหมือนตอนไม่ใส่หน้ากาก เมื่อ de
