Seasonal Affective Disorder
บทความโดย สุภัทรา “เขาว่าฝนมันทำให้คนเหงา หรือเพราะฟ้าที่มองช่างว่างเปล่า ความอ้างว้างมันเกิดจากลมหนาว หรือดาวที่มองดูอ่อนแรง” เคยไหม วันที่ฟ้าครึ้มติดกันหลายวัน ฝนตกพรำจนแสงแดดหายไปจากชีวิต แล้วอยู่ ๆ เราก็รู้สึกเหนื่อยโดยไม่มีเหตุผล ง่วงทั้งวัน ไม่อยากเจอใคร งานที่เคยทำได้สบาย ๆ กลับหนักอึ้ง หรือจะในวันที่ลมหนาวพัดผ่านมา ความอ้างว้างในใจก็เพิ่มขึ้น มีคนที่อารมณ์เปลี่ยนไปตามฤดูกาลเช่นนี้อยู่จริง และไม่ได้เป็นแค่ความขี้เกียจ แต่ในทางการแพทย์เรียกอาการนี้ว่า Seasonal Affective Disorder หรือ SAD ภาวะซึมเศร้าชนิดหนึ่งที่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล SAD คืออะไร SAD คือภาวะซึมเศร้าที่มีรูปแบบซ้ำตามฤดูกาล เริ่มและหายไปในช่วงเวลาใกล้เคียงกันทุกปี อาการมักกินเวลาราว 4-5 เดือนต่อปี แบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบหลัก 1. แบบฤดูหนาว (Winter-pattern SAD) พบได้บ่อยที่สุด อาการเริ่มช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงถึงต้นฤดูหนาว และค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง 2. แบบฤดูร้อน (Summer-pattern SAD) พบน้อยกว่า อาการเริ่มปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน แต่ SAD จะแตกต่างจาก “holiday blues” หรือความเศร้า-เครียดจากเทศกา
อากาศร้อนๆ แบบนี้ อาจจะส่งผลถึง ‘สุขภาพใจ’ แบบไม่รู้ตัว เช่น บางคนมีอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิในการทำงาน ไม่อยากพบเจอผู้คน ไม่อยากออกจากบ้าน แต่รู้หรือไม่ อาการเหล่านี้อาจจะเป็นสัญญาณของ ‘อาการซึมเศร้า’ จะคล้ายๆ กับคนที่รู้สึกเศร้า หดหู่ หรือรู้สึกเหงาๆ ช่วงหน้าหนาว หลายคนอาจมองว่า แค่เหนื่อยหรือตัวเองเป็นคนขี้ร้อนเฉยๆ แต่รู้หรือไม่ว่า อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ ‘ภาวะซึมเศร้าตามฤดูกาล’ หรือที่เรียกทางการแพทย์ว่า SAD (Seasonal Affective Disorder) โดยทั่วไป คนมักจะพูดถึงอาการ SAD ในช่วงฤดูหนาว เพราะด้วยอากาศที่เย็นและมีแดดน้อย ทำให้รู้สึกหดหู่ แต่ในประเทศไทย จะมาในรูปแบบตรงกันข้าม นั่นคือ “Summer Depression” หรือภาวะซึมเศร้าในช่วงฤดูร้อนนั่นเอง อาการของ Summer Depression – นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท – เบื่ออาหาร น้ำหนักลด – กระสับกระส่าย หงุดหงิดง่าย – รู้สึกเครียด วิตกกังวลแบบไร้สาเหตุ – บางครั้งอาจมีพฤติกรรมรุนแรงหรือก้าวร้าว – ขาดสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดได้นาน โดยอุณหภูมิที่สูงและแสงแดดที่แผดเผา มีผลต่อการทำงานข
