Shopee
Shopee (ช้อปปี้) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน และเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มชั้นนำในบราซิล เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การช้อปออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดที่มุ่งส่งมอบคุณค่าให้กับผู้ใช้งานมากกว่าความคุ้มค่าด้านราคา ผ่านการพัฒนาบริการและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการลงทุนอย่างต่อเนื่องในระบบนิเวศด้านโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างประสบการณ์การช้อปที่สะดวก รวดเร็ว และเชื่อถือได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง คุณธัญญธร เหล่าวัชระ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในยุคที่ผู้บริโภคคาดหวังจากอีคอมเมิร์ซมากกว่าความคุ้มค่าของสินค้า แต่ยังให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว ความสะดวก และความน่าเชื่อถือในทุกขั้นตอนของการช้อปปิ้งออนไลน์ สิ่งเหล่านี้กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของประสบการณ์การช้อปที่ดี ช้อปปี้จึงเดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศด้านอีคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงสินค้าที่หลากหลาย ระบบการชำระเงินที่สะดวก และเครือข่ายโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ควบคู
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ช้อปปี้ (Shopee) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน และเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มชั้นนำในบราซิล เดินหน้าตอกย้ำพันธกิจด้าน Digital Inclusion สร้างโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเท่าเทียม โดยทำหน้าที่เป็น “สะพานดิจิทัล” เชื่อมโยงผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้ากับโอกาสบนโลกออนไลน์ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาคตลอดระยะเวลากว่า 1 ทศวรรษที่ผ่านมา ล่าสุด คณะผู้บริหารจาก Shopee และ Sea ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแพลตฟอร์มฯ ได้เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อหารือถึงแนวทางการสนับสนุนและพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศผ่านระบบนิเวศของแพลตฟอร์มช้อปปี้ พร้อมรายงานความคืบหน้าของโครงการสำคัญ ได้แก่ โปรแกรม ‘ไทยช่วยไทยกับช้อปปี้: สนับสนุนการเติบโตร้านค้าไทยรายย่อย (Thai MSME Growth Support Program)’ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการ MSMEs ไทย พร้อมขับเคลื่อนการเข้าถึงโอกาสทางดิจิทัลอย่างทั่วถึง เพื่อตอบสนองความต้องการของท
หมดยุคแปะลิงก์ผ่านสตอรี่ไอจีแล้ว เพราะตอนนี้ Instagram เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ให้เหล่าครีเอเตอร์ป้ายยาสินค้าผ่านคลิป Reels Shopee x Meta เปิดตัว Affiliate Partnership อย่างเป็นทางการ ต่อยอดความสำเร็จจาก Facebook สู่ Instagram เปิดประตูใหม่ให้ครีเอเตอร์ “เปลี่ยนคอนเทนต์เป็นรายได้” ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม เชื่อมบัญชี Shopee Affiliate เข้ากับ Instagram Professional Account เลือกสินค้าแล้วแนะนำผ่าน Reels และ Feed พร้อมรับค่าคอมมิชชันเมื่อเกิดการซื้อสำเร็จ ใครสามารถเป็นพาร์ตเนอร์ Affiliate ได้บ้าง หากต้องการปักตะกร้าผ่าน Reels จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ 1. มีอายุ 18 ขึ้นไป 2. มีบัญชี Instagram แบบ Creator หรือ Professional บน Instagram และเป็นบัญชีสาธารณะ 3. มีผู้ติดตาม 1,000 คนขึ้นไป 4. อยู่ในประเทศที่รองรับ (ขึ้นอยู่กับการเปิดให้บริการ) 5. ปฏิบัติตามนโยบายการสร้างรายได้ของ Meta และนโยบายการสร้างรายได้ของพาร์ตเนอร์ การเริ่มต้นใช้งาน ขั้นตอนที่ 1 : ลงทะเบียน Shopee Affiliate ผ่านลิงก์ https://affiliate.shopee.co.th/ ขั้นตอนที่ 2 : เชื่อมต่อ Affiliate Partnership บน Instagram 1. ไปที่ Profil
ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ช้อปปี้ (Shopee) เดินหน้าสู่อีกขั้นกับบทบาทสำคัญในฐานะ “แพลตฟอร์มที่ช่วยผลักดันการเติบโต” ของผู้ประกอบการไทยที่ให้เป็นมากกว่าแค่ช่องทางการขาย แต่คือฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในยุคการขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียนผ่านระบบนิเวศดิจิทัลที่แข็งแกร่ง INGU ประกาศศักดา T-Beauty หนึ่งในแบรนด์ไทยแถวหน้าสู่วงการสกินแคร์โลก บทพิสูจน์ศักยภาพ T-Beauty ที่น่าจับตามองที่สุดคือการเติบโตของ แบรนด์ INGU (อิงกุ) ภายใต้การนำของ คุณกีรธัช กิติยาดิศัย Co-founder and managing Director INGU และ คุณอิ๊ง ชยธร กิติยาดิศัย ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ มีจุดเริ่มต้นจากการเป็นยูทูบเบอร์ช่อง “พลิกหลังกล่อง” ขยายสู่ภาพของการเป็น Content Creator ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ก่อนก้าวสู่บทบาทเจ้าของแบรนด์ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถครองความนิยมทั้งในและต่างประเทศ กับความท้าทายในการนำพาแบรนด์ INGU ให้สามารถเปลี่ยนภาพจำของสินค้าความงามไทยให้กลายเป็น T-Beauty ที่ม
ชูความร่วมมือกับแหล่งดอกไม้ใหญ่ที่สุดของไทย “ตลาดยอดพิมานและปากคลองตลาด” ที่อยู่เคียงข้างคนไทยมากว่า 73 ปี ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ค้นหาและสั่งซื้อดอกไม้ผ่านออนไลน์ พร้อมดันผู้ประกอบการท้องถิ่นเติบโตบนแพลตฟอร์ม Shopee ช้อปปี้ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเบอร์ 1 เพื่อผู้ประกอบการ พันธมิตรธุรกิจ เดินหน้าขยายอีโคซิสเต็ม Online to Offline (O2O) ของไทย ด้วยการเปิดตัวหมวดหมู่ใหม่ “ดอกไม้สด” บนแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่สั่งซื้อดอกไม้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่อกุหลาบและของขวัญวาเลนไทน์ ด้วยโอกาสนี้ ช้อปปี้ จึงเปิดหมวดหมู่ “ดอกไม้สด” เพื่อให้นักช้อปสามารถค้นหา เปรียบเทียบ และสั่งซื้อจากร้านค้าหลากหลายได้ในที่เดียว พร้อมสร้างโอกาสให้ร้านดอกไม้ไทย เข้าถึงฐานอย่างแพร่หลาย ภายใต้กลยุทธ์ Online to Offline (O2O) สำหรับหมวดหมู่ “ดอกไม้สด” จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่ม assortment บนแพลตฟอร์มเท่านั้น แต่ทำให้ ช้อปปี้คือปลายทางสำคัญของนักช้อปออนไลน์ ในทุกช่วงเวลา และครั้งนี้ช้อปปี้จับมือกับ ตลาดยอดพิมานและปากคลองตลาด ศูนย์ค้าส่งและค้าปลีกดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดของไทย
ช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ด้วยการจัดแคมเปญปลายปี 12.12 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการท้องถิ่นและกลุ่มธุรกิจ MSMEs ในประเทศไทย ด้วยการมอบส่วนลดรวมกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท ควบคู่กับการสร้างแรงขับเคลื่อนของยอดขายที่แข็งแกร่งบนแพลตฟอร์ม คงกฤช ล้อเลิศรัตนะ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในโอกาสครบรอบ 10 ปี ช้อปปี้ยังคงมุ่งมั่นเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นและธุรกิจ MSMEs ไทย ผ่านเครื่องมือดิจิทัล และพลังของคอนเทนต์คอมเมิร์ซ ที่ช่วยให้เข้าถึงผู้ซื้อได้ง่ายขึ้นและเติบโตได้อย่างยั่งยืน ขยายการเข้าถึงทางการตลาด ให้ร้านค้าสามารถเชื่อมต่อกับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สถิติของแคมเปญ 12.12 ปีนี้สะท้อนความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม Shopee ต่อการเติบโตของผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยภายใน 2 ชั่วโมงแรกของวันที่ 12 เดือน 12 ผู้ประกอบการท้องถิ่นและธุรกิจ MSMEs ไทย สามารถทำยอดขายเติบโตมากกว่า 14 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในวันปกติ สะท้อนศักยภาพของช้อปปี้ในการสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิ
ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยังเป็นสิ่งใหม่สำหรับผู้ประกอบการไทย จนกระทั่งเกิดการระบาดของวิกฤต COVID-19 กลายเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการจำนวนมากปรับตัว สร้างช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ และขยายไปสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างกว้างขวาง Shopee จึงกลายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เข้ามาเป็น ‘สะพานดิจิทัล’ ช่วยเชื่อมต่อผู้ผลิตท้องถิ่นกับผู้บริโภค และเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้สินค้าไทยเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี Shopee จึงอยากถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จของ 4 ผู้ประกอบการไทย ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเติบโตจากออนไลน์สู่โอกาสระดับประเทศ พร้อมสร้างงานแก่คนในชุมชน จุดเริ่มต้น Plearn Herbal Cosmetics คุณโต้ง-ธนิตศักดิ์ ศรีสัมฤทธิ์ ผู้ก่อตั้ง Plearn Herbal Cosmetics ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางสมุนไพรและน้ำมันมะพร้าวจากจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ทำมานานกว่า 10 ปี ที่ถูกนำเสนอเป็นกรณีศึกษาภายในรายงาน Shopee : A Decade of Impact for Sellers รวมถึงปรากฏในสารคดีชุดใหม่ “Shopee : Keeping Cultures Alive” หรือ “ช้อปปี้ : สืบสานวัฒนธรรมให้คงอยู่” ที่จัดทำขึ้นในโอกาสฉลองครบรอบ 10 ปีของ Shopee “มะพ
พร้อมเปิดตัวสารคดีชุด ‘ช้อปปี้ : สืบสานวัฒนธรรมให้คงอยู่’ ถ่ายทอดเรื่องราวผู้ประกอบการ MSMEs ที่สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนผ่านพลังของอีคอมเมิร์ซ ช้อปปี้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน และบราซิล ฉลองครบรอบ 10 ปี ด้วยการเผยแพร่รายงานฉบับแรก ‘Shopee : A Decade of Impact for Sellers’ หรือ ช้อปปี้ : หนึ่งทศวรรษแห่งการขับเคลื่อนความสำเร็จให้ผู้ประกอบการ พร้อมเปิดตัวสารคดีระดับภูมิภาคชุดใหม่ ‘Shopee : Keeping Cultures Alive หรือ ช้อปปี้ : สืบสานวัฒนธรรมให้คงอยู่’ ซึ่งร่วมกันสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของผู้ประกอบการท้องถิ่นและชุมชนจากทั่วโลก ที่ใช้ Shopee และโอกาสจากเศรษฐกิจดิจิทัลในการต่อยอดธุรกิจ สืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ยกระดับศักยภาพธุรกิจท้องถิ่นในเศรษฐกิจดิจิทัล นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2558 ช้อปปี้มุ่งมั่นสนับสนุนผู้ประกอบการให้ก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเติบโตอย่างยั่งยืน ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ผู้ประกอบการรายย่อย ขนาดเล็ก และขนาดกลาง (MSMEs) สามารถขยายธุรกิจบน Shopee จนสร้างยอดขายรวมกว่า 270,000 ล้านดอลลาร
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ช้อปปี้ (Shopee) ได้จัดงาน Shopee SUMMIT TOGETHER WE GROW เพื่อประกาศวิสัยทัศน์ พร้อมมุ่งสู่การเป็นสะพานดิจิทัล และประตูสู่เศรษฐกิจดิจิทัล คุณพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ได้ผลักดันเศรษฐกิจการค้าไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ จนสามารถผลักดันยอดขายให้ผู้ประกอบการไทยบน Landing Page “สุขใจซื้อของไทย” ซึ่งมีมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท ทั้งนี้ ทางกรมฯ พร้อมเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับ ช้อปปี้ อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยทุกระดับให้มีโอกาสเข้าถึง องค์ความรู้ เทคโนโลยี เครื่องมือทางการตลาด ด้าน คุณฮันดิกา จาห์จา กรรมการผู้จัดการใหญ่ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) เผยว่า “ตลอดเวลากว่าทศวรรษ ช้อปปี้ ได้เข้ามาเปลี่ยนการช้อปปิ้งออนไลน์ของไทยให้สะดวกและเข้าถึงง่าย โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ครบครัน ครอบคลุมทุกหมวดหมู่สินค้า พร้อมดีลพิเศษและแคมเปญใหญ่ตลอดปี รวมถึงระบบการชำระเงินและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุ
เซ้นส์ มอร์ ผนึก ช้อปปี้ อัดกลยุทธ์ Sportainmerce ผุดแคมเปญ “เชียร์เจ้าซีเกมส์ รับโชคแจก 35 ล้าน” ในโอกาสที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปี 2025 โดยประกาศอัดแคมเปญยาวต่อเนื่อง ตั้งแต่ วันที่ 3 พฤศจิกายน – 19 ธันวาคม 2568 และถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีรางวัลสูงสุด มูลค่ารวมกว่า 35 ล้านบาท เพื่อร่วมสร้างกระแสการเชียร์กีฬา และร่วมส่งกำลังใจเชียร์นักกีฬาแต่ละประเทศ เป็นเจ้าซีเกมส์ ครั้งที่ 33 นายวราวุธ เจนธนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ้นส์ มอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปี 2025 หรือ 33 rd SEA GAMES THAILAND 2025 บริษัทฯ จึงมองเห็น โอกาสในการทำตลาด เพื่อสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าของ ZENSE MORE (เซ้นส์ มอร์) ในวงกว้างเพิ่มมากขึ้น ด้วยการผนึกกำลังกับ Shopee (Thailand) (ช้อปปี้ ประเทศไทย) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญเปิดตัวแคมเปญ เชียร์เจ้าซีเกมส์ รับโชคแจก 35 ล้าน ทั้งนี้ แคมเปญ เชียร์เจ้าซีเกมส์ รับโชคแจก 35 ล้าน ลูกค้าสามารถซื้อ E-Wallpaper 11 ลาย จาก 11 ประเทศผู้เข้าแข่งขันกีฬาซีเกมส
