Shopee
Shopee แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน และบราซิล ตอกย้ำความเป็นผู้นำในหมวดสินค้ามอเตอร์ไซค์ เผยข้อมูลอินไซต์ล่าสุดของนักบิดยุคใหม่ที่หันมาเลือกซื้อสินค้าเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์บนออนไลน์อย่างต่อเนื่อง สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่า ความสะดวก และความมั่นใจในการซื้อ พร้อมเตรียมเปิดตัวแคมเปญพิเศษ “ซิ่งก่อน ผ่อนทีหลัง” ตลอดเดือนกันยายนนี้ เจาะ 3 เทรนด์ใหญ่ของนักบิดไทย ที่สะท้อนความเชื่อมั่นต่อ Shopee จากผลสำรวจผู้บริโภคบน Shopee ในปีที่ผ่านมาพบ 3 เทรนด์หลักของนักช้อปสายมอเตอร์ไซค์ ได้แก่ – Shopee ครองใจนักบิดในฐานะแพลตฟอร์มยืนหนึ่งสำหรับการซื้อสินค้ามอเตอร์ไซค์ เมื่อผู้บริโภคต้องการซื้อสินค้ามอเตอร์ไซค์ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อย่าง อะไหล่ต่างๆ อุปกรณ์เสริมแต่ง แบตเตอรี่ หรือรถมอเตอร์ไซค์ ช้อปปี้เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ซื้อนึกถึงก่อนเสมอเมื่อต้องการซื้อสินค้าหมวดหมู่นี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในความครบครัน และความน่าเชื่อถือของสินค้า – นักช้อปสายมอเตอร์ไซค์ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการซื้อสินค้า โดยเฉพาะการใช้ โค้ดส่วนลดหลายต่อควบคู่กัน ไม่ว่าจะเ
แม้สนามการแข่งขันสกินแคร์จะดุเดือด การส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพคือสิ่งที่ยืนยาวที่สุดในการสร้างความผูกพันกับลูกค้า และเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ไทยเติบโตและขยายฐานได้กว้างขึ้นผ่าน Shopee โดยแบรนด์ Moleculogy ไม่ได้มองแค่ปัญหาที่อยู่ในกระแส แต่เลือกหยิบปัญหาที่คนมองข้าม มาคิดค้นทางออกที่จับต้องได้จริง Moleculogy by Diamond Grains หากเอ่ยถึง Moleculogy by Diamond Grains หลายคนอาจคิดว่าแบรนด์นี้เริ่มต้นจากการทำสกินแคร์ แต่ความจริงแล้วจุดกำเนิดมาจาก Supplement ภายใต้ร่มใหญ่ของ Diamond Grains ที่เริ่มธุรกิจด้านอาหารเพื่อสุขภาพ ขนม และสแน็ก ก่อนจะแตกไลน์มาสู่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การทำงานกับ Health Food และ Supplement ทำให้ทีมคุ้นเคยกับความซับซ้อนของการดูแลสุขภาพจากภายใน และนั่นนำไปสู่การมองเห็นโอกาสต่อยอดสู่ Skincare โดยมี คุณอูน-ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ ผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก เธอมองว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ดี ต้องไม่ใช่เพียงแค่ “สูตรสวยหรู” แต่ต้อง “ดีจริง ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และแก้ปัญหาเชิงลึกที่ตลาดยังขาด” ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ Whitening ที่คุณอูนต้องการ ไม่ใช่แค่ทำให้ผิวดูสว่
ในยุคที่โลกดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แรงบันดาลใจเรื่องแฟชั่นไม่ได้มาจากแคตตาล็อกหรือหน้าร้านอีกต่อไป แต่ย้ายมาอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียที่กลายเป็นรันเวย์ให้ทุกคนได้โชว์สไตล์ นี่จึงเป็น “ช่วงเวลาทอง” ที่แบรนด์แฟชั่นไทยจะได้โชว์ตัวตนให้โลกเห็น พร้อมต่อยอดสู่รายได้จริง ผ่านการขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งในตอนนี้ Shopee คือแพลตฟอร์มหลักที่ผู้บริโภคมองหาเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นด้วยจำนวนผู้ใช้งานมหาศาล และพฤติกรรมการค้นหาที่เน้นสินค้าแฟชั่นโดยเฉพาะ โดยผลสำรวจจาก KANTAR ยังเผยให้เห็นว่านักช้อปกลุ่ม Gen Z และกลุ่ม Older Shopper มีพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์สูงลิ่วในหมวดหมู่แฟชั่น โดยมีราคาเฉลี่ยที่ 500–1,500 บาท และมักใช้แพลตฟอร์มนี้เป็นช่องทางหลักในการเลือกซื้อสินค้า Fashion Store จาก Pain Point สู่สินค้าที่ทำให้คนเข้าถึงง่าย เรื่องราวความสำเร็จของ Fashion Store แบรนด์ที่เริ่มต้นจากการหาช่องทางทำเงินด้วยตนเองมาตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปี 4 โดยตั้งชื่อแบรนด์ขึ้นมาเพื่อให้ครอบคลุม การขายสินค้าที่หลากหลาย ด้วยในตอนนั้นยังจับทางไม่ได้ว่า ต้องเน้นสินค้าใ
‘ขนมแม่เอย’ หนึ่งในแบรนด์ OTOP ซึ่งมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการขนมไทย และได้ก้าวสู่ความสำเร็จในตลาดออนไลน์อย่างเต็มตัว การตัดสินใจขยายช่องทางจำหน่ายจากออฟไลน์สู่ออนไลน์ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น และทำให้แบรนด์ได้รับการยอมรับในวงกว้าง จากสูตรขนมครอบครัว สู่แบรนด์ ‘ขนมแม่เอย’ คุณเอย-พิราภรณ์ มาริษชัย ทายาทรุ่น 2 ของแบรนด์แม่เอย เล่าให้ฟังว่า แบรนด์ ขนมแม่เอย เริ่มต้นมาจากคุณพ่อคุณแม่ทดลองทำขนมเปี๊ยะในยุคเศรษฐกิจยากลำบาก ช่วงปี 40 โดยใช้สูตรที่ได้จากนิตยสารและนำมาปรับให้เข้ากับรสนิยมของลูกค้า จากนั้นนำไปขายที่ร้านของฝาก ก่อนขยายธุรกิจไปสู่ห้างสรรพสินค้าและออกบูธงานอีเวนต์ต่างๆ จนมาถึงการเปิดโรงงานผลิตที่จังหวัดนครปฐม โดยมีการนำนวัตกรรมมาใช้ควบคู่กับวัฒนธรรมไทย ทำให้แบรนด์มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และตอบโจทย์ตลาดได้อย่างครบถ้วน ความหลากหลายของขนม มีทั้ง ขนมเปี๊ยะหลากหลายรสชาติ ที่ใช้ผลไม้สด เช่น กล้วย ลำไย สตรอเบอร์รี สับปะรด มะตูม และมันม่วง รวมถึงขนมไทยพร้อมทานหลากหลายชนิด และขนมสำเร็จรูปส่งออก ที่มีอายุการเก็บรักษานานถึง 1 ปี สามาร
โลกที่คอนเทนต์คือพลัง “Gen Z” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ทรงอิทธิพลที่สุด ด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนเกมการช้อปปิ้งออนไลน์อย่างสิ้นเชิง พวกเขาเติบโตมากับแพลตฟอร์มวิดีโอ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอสั้นหรือคลิปยาว ใช้สื่อเหล่านี้ทั้งเพื่อความบันเทิงและเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์อย่างมั่นใจ ไม่ใช่แค่ “ดูแล้วชอบ” แต่ Gen Z พร้อม “กดใส่ตะกร้า” ทันทีเมื่อคอนเทนต์โดนใจ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มแฟชั่น ความงาม และของใช้ดูแลตัวเองที่ครองใจผู้หญิง Gen Z สายเทรนด์ได้อยู่หมัด ส่วนฝั่งหนุ่ม Gen Z ก็อินกับแฟชั่นและแก็ดเจ็ตสุดล้ำไม่แพ้กัน ยิ่งไปกว่านั้น นักช้อป Gen Z ไม่หยุดแค่ ‘ชอบ’ แต่ขอ ‘ใช่’ ด้วย เมื่อเจอกลุ่มสินค้าที่ถูกใจแล้ว สิ่งต่อไปที่ Gen Z ให้ความสำคัญคือ “ความคุ้มค่า” และ “ความน่าเชื่อถือ” โดยมีปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ได้แก่ โปรโมชันสุดคุ้ม, ดีลที่ตรงกับสไตล์ของตัวเอง และ การจัดส่งฟรี ทั้งหมดนี้ต้องตอบโจทย์ได้แบบไม่หลุดไลฟ์สไตล์ที่พวกเขาเลือกเอง พฤติกรรมการช้อปที่ขับเคลื่อนด้วยคอนเทนต์ ไลฟ์สไตล์ และแรงบันดาลใจนี้ ทำให้กลุ่มนี้กลายเป็นกำลังซื้อสำคัญที่แบ
ในยุคที่ “คอนเทนต์” คือหัวใจสำคัญของการตลาดดิจิทัล การค้นหาแนวทางที่สอดคล้องกับศักยภาพและสไตล์ของตนเอง คือก้าวแรกสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึก 2 เส้นทางสายคอนเทนต์ ตัวช่วยกำหนดทิศทางการสร้างสรรค์ และเลือกแนวทางที่ใช่ ให้ปังในแบบของคุณ! สายเทรนด์ เร็ว แรง ทะลุเป้า กับโอกาสสร้างรายได้ไม่หยุดนิ่ง สำหรับสายคอนเทนต์ที่พร้อมปรับตัวและตอบสนองทุกความเคลื่อนไหวของเทรนด์ กลยุทธ์คอนเทนต์ตามกระแสคือเวทีที่เปิดโอกาสให้คุณสร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว คอนเทนต์ประเภทนี้อาศัยการเกาะติดประเด็นที่กำลังได้รับความนิยม เพื่อดึงดูดความสนใจในวงกว้าง แต่ขอบอกว่า คอนเทนต์แนวนี้เปรียบเสมือนการวิ่งระยะสั้น ที่ต้องไว พร้อม และแม่นยำ เพื่อคว้าโอกาสจากสิ่งที่กำลังเป็นกระแส สายคอนเทนต์ที่สามารถจับกระแสและผลิตคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องได้อย่างต่อเนื่อง จะมีโอกาสในการสร้างรายได้อย่างไม่หยุดนิ่ง ตราบใดที่ยังสามารถปรับตัวและสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้สอดคล้องกับเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ จุดเด่นของคอนเทนต์สายเทรนด์ เคล็ดลับสำหรับสายเทรนด์ สายพรีเมียม คุณภาพเน้นๆ สร้างความน่าเชื่อถือ กำไรระยะยาวที่มั่นคง หากคุณคือสายค
ในยุคที่โซเชียลมีเดีย ไม่ใช่แค่การโพสต์ชีวิตประจำวันหรือแชร์ไลฟ์สไตล์เพียงอย่างเดียว แต่ทุกคนสามารถสร้างรายได้เสริมด้วยการแปะลิงก์สินค้า ก็สามารถรับ ‘ค่าคอมมิชชัน’ เข้ากระเป๋าได้ทุกวัน ผ่านโปรแกรม ‘Shopee Affiliate’ หรือเครื่องมือสร้างรายได้ แบบไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องสต๊อกสินค้า และไม่ต้องลงแรงอะไรมากมาย แค่รู้ ‘เทรนด์สินค้า’ ที่กำลังมาแรง ‘รู้ช่องทาง’ การแปะลิงก์ และโพสต์ให้ ‘ถูกเวลา’ ที่คนมักเล่นโซเชียล ก็สามารถเปลี่ยนโพสต์ธรรมดาให้กลายเป็นโพสต์ ‘ทำเงิน’ ได้ในทันที ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จัก ‘Tip & เทคนิค โพสต์เดียวก็ได้เงิน! แชร์ลิงก์ยังไงให้ได้ค่าคอมฯ จริง’ มาเริ่มกันที่ เทคนิคการเลือกสินค้า ถ้าเลือกสินค้าได้โดนใจ หรืออยู่ในกระแสโซเชียล ก็จะช่วยให้คนคลิกซื้อสินค้ามากขึ้น โดยสามารถดูได้ที่ ‘ช้อปปี้ป้ายยา’ ฟีเจอร์บนแอปพลิเคชัน Shopee ที่ซ่อนอยู่ในไอคอน ‘ดูเพิ่มเติม’ เมื่อกดเข้าไป จะเจอกับหลายหมวดหมู่ ให้เราสังเกตคำว่า ‘ช้อปปี้ป้ายยา’ กดเข้าไปแล้วจะพบกับ ‘รวมสินค้าฮิตติดทุกเทรนด์’ หรือ ‘แบรนด์ฮิตติดกระแส’ ที่จะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ว่าอยากเลือกสินค้าตัวไหนไปแปะลิงก์
สร้างรายได้เสริมบนเฟซบุ๊ก! เปิดวิธีติดตะกร้าสินค้าใน Reels รับค่าคอมฯ ไม่ต้องลงทุน ในปีที่ผ่านมาหลายคนคงเริ่มรู้จักกับการทำ Affiliate หรือการแปะลิงก์สินค้าสร้างรายได้ โดยไม่ต้องลงทุนสต๊อกสินค้า แต่รับเป็นค่าคอมมิชชันแทน โดยสินค้าแต่ละแบบจะได้รับค่าคอมมิชชันที่ไม่เท่ากัน โดยคลิป Reels ในเฟซบุ๊กได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก ซึ่งตอนนี้สามารถติดตะกร้าสร้างรายได้ผ่านการแปะลิงก์ Affiliate ได้แล้ว แต่จะต้องผ่านเกณฑ์ของเฟซบุ๊กก่อน วิธีเช็กว่าผ่านเกณฑ์หรือไม่ อันดับแรกกดไปที่ “แดชบอร์ดมืออาชีพ” ต่อมากดที่คำว่า “การสร้างรายได้” และเลือกคำว่า “ดาว” เมื่อเลื่อนลงมาจะเห็นคุณสมบัติสำหรับการสร้างรายได้ โดยต้องทำตามขั้นตอนเพื่อผ่านเกณฑ์ก่อน ซึ่งตอนนี้ใน Reels สามารถติดตะกร้าได้เฉพาะลิงก์จากแพลตฟอร์ม Shopee เท่านั้น ขั้นแรกต้องสมัครโปรแกรม Shopee Affiliate ก่อน สามารถดูขั้นตอนได้ที่ : เปิดขั้นตอนสมัคร Shopee Affiliate สร้างรายได้สูงสุดหลักแสน! ส่วนการติดตะกร้า Affiliate ใน Reels ได้ จะต้องตั้งค่าเฟซบุ๊กให้เป็น “โหมดมืออาชีพ” ก่อน โดยมีขั้นตอนการสมัครดังนี้ คลิกที่ ‘รูปโปรไฟล์’ มุมขวาบนของ Facebook จากนั
Shopee Affiliate Marketing 2025 เชื่อมพลังแบรนด์-ช้อปปี้ครีเอเตอร์แนวหน้า ปั้นรายได้ ขยายโอกาสที่ไม่สิ้นสุด งานพบปะสุดอบอุ่นที่จัดขึ้นเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างแบรนด์ชั้นนำและ Shopee Affiliated Creator พร้อมขับเคลื่อนโอกาสทางธุรกิจและขยายรายได้ไปสู่ระดับใหม่ แม้งาน Shopee Matchmaking Event 2025 จะปิดฉากลงไปแล้วเมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา แต่เส้นทางสู่การสร้างรายได้ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเติบโตยิ่งขึ้น จากจำนวน Shopee Affiliated Creator กว่า 500 คน ที่เข้าร่วมงาน เพื่อพบปะกับ 80 แบรนด์ชั้นนำบนแพลตฟอร์มช้อปปี้ บรรยากาศภายในงานคึกคักและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ ทั้งเนื้อหาสาระและพื้นที่พิเศษสำหรับการสร้างความร่วมมือระหว่างแบรนด์และครีเอเตอร์ โดยงานถูกแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก ช่วงแรกเป็นการอัปเดตความสำเร็จของ Shopee Affiliate ในปี 2024 ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการเติบโตของหนึ่งใน Shopee Affiliated Creator ที่สามารถสร้างรายได้จากค่าคอมมิชชันสูงสุดถึง 5 ล้านบาทต่อเดือน ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2025 ช้อปปี้ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้กับครีเอเตอร์ ผ่า
ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยโตแรง! แนะทริกเด็ดเพิ่มยอดขาย การันตียอดปัง ปี 2025 อินไซต์เผยตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากผู้บริโภคไทยที่สนใจเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น และแบรนด์ต่างๆ หันมามุ่งทำตลาดผ่านอีคอมเมิร์ซมากขึ้น เทรนด์การเติบโตนี้จึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับผู้ขาย แต่จำนวนร้านค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ตลาดมีการแข่งขันและความท้าทายสูงเช่นกัน เพื่อช่วยผู้ขายคว้ายอดขายให้ได้ตามเป้า ช้อปปี้ จึงได้รวบรวมทริกและเคล็ดลับจากมือโปร “Shopee Seller Guidebook : ความลับขายดี การันตียอดปัง (บนอีคอมเมิร์ซ) 2025” ดังนี้ Shopee Ads เคล็ดลับเรียกลูกค้า กับการดันยอดการมองเห็นสินค้าสูงถึง 4 เท่า เพียงเลือกยิงแอดสินค้าตัวท็อป เช่น สินค้าที่มียอดขาย-กำไรสุดปัง สินค้าใหม่ สินค้ารีวิวดี และมีโปรโมชันเด็ด แนะนำให้ลงโฆษณาต่อเนื่อง 30-60 วัน รับรองยอดขายพุ่งไม่หยุด Shopee University ถอดสูตรขายดี! เก็บเคล็ดลับจาก “ผู้ขาย” สู่ “ผู้ขาย” เปิดคลาสเจาะลึกไอเดียการขาย พร้อมเผยเทคนิคเด็ดสร้างการเติบโตของธุรกิจจากความสำเร็จของเหล่า Shopee Mentor ร้านค้าดังบนช้อปปี้ที่ได้รับการ
