ข่าววันนี้

อธิการบดีรามฯ หนุน นศ.เกียรตินิยมอันดับ 1-2 ไม่ต้องใช้หนี้

อธิการบดีรามฯ หนุน นศ.เกียรตินิยมอันดับ 1-2 ไม่ต้องใช้หนี้ กยศ. ด้าน ปธ.ทปอ.มทร. ห่วงเหลื่อมล้ำเพิ่ม

กรณีที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะนำเสนอร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) (ฉบับที่…) พ.ศ. …. เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร โดยร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีสาระสำคัญดังนี้ มาตรา 5 กำหนดให้ผู้กู้ยืมเงินภายหลังที่สำเร็จการศึกษา อาจเลือกทำงานให้รัฐแทนการชำระกู้ยืมเงิน และให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นเงินกู้ยืมปลอดดอกเบี้ยนับแต่วันที่ พ.ร.บ. นี้มีผลบังคับใช้ และมาตรา 6 กำหนดให้กรณีที่ผู้กู้ยืมสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา และได้รับผลการศึกษาในระดับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง สามารถแปลงหนี้เงินกู้เป็นทุนการศึกษาโดยไม่ต้องชำระเงินได้นั้น

เมื่อวันที่ 15 กันยายน นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.) เปิดเผยว่า การให้นักศึกษาที่ได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งแปลงหนี้เป็นทุน และไม่ต้องชำระเงินกู้นั้น ถือเป็นนโยบายที่ดี เพราะเป็นการส่งเสริมให้นักศึกษาพยายามพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาทางด้านวิชาการ ที่จะเป็นประโยชน์สำหรับนักศึกษาที่เรียนอยู่ในปัจจุบัน ถ้าเพิ่มข้อนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันต้องหาวิธีการดำเนินงาน ที่ไม่ให้เป็นการกดดันนักศึกษามากนัก

นายวุฒิศักดิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ส่วนมากกลุ่มนักศึกษาที่กู้ยืมเงินจากกองทุน กยศ. จะทำงานประจำ หรือทำงานพาร์ทไทม์ ถือว่านักศึกษากลุ่มนี้มีภาระอยู่พอสมควร ตนอยากเสนอให้นักศึกษาเหล่านี้ที่ได้รับเกียรตินิยมอันดับสอง และได้ผลการเรียนเฉลี่ยเกิน 3.50 ขึ้นไป ที่จะได้รับการแปลงหนี้เงินกู้เป็นทุนการศึกษาโดยที่ไม่ต้องชำระเงิน ถ้าทำได้ถือเป็นการขยายฐานให้กว้างขึ้น จะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาในกลุ่มนี้มาก ที่นอกจากเดือดร้อนเรื่องการเงินแล้ว ยังมีภาระในการทำงานเพื่อหารายได้ด้วย

“ส่วนการกำหนดให้ผู้กู้ยืมหลังจากสำเร็จการศึกษา อาจเลือกทำงานให้รัฐแทนการชำระเงินกู้ได้นั้น ถือเป็นการดี เพราะปัจจุบันอัตราข้าราชการมีน้อยมาก แต่ในขณะเดียวกัน หากจะให้เฉพาะผู้ที่กู้ยืม กยศ. เข้ารับราชการ หรือทำงานให้รัฐ ต้องคิดถึงกลุ่มที่ไม่ได้กู้ยืมเงิน เพื่อความเสมอภาคกันด้วย” นายวุฒิศักดิ์ กล่าว

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า การกำหนดให้ผู้กู้ยืมหลังจากสำเร็จการศึกษา อาจเลือกทำงานให้รัฐแทนการชำระเงินกู้ได้นั้น มีความเป็นไปได้ ตนเห็นด้วยในหลักการ แต่จะมีตำแหน่งรองรับให้นักศึกษาที่จบมาทั้งหมดได้หรือไม่ เชื่อว่าตำแหน่งที่ว่างอยู่อาจมีเพียง 20-30% เท่านั้น ซึ่งมีน้อยกว่าจำนวนนักศึกษาที่จบการศึกษาแน่นอน

“ส่วนการกำหนดให้เงินกู้ยืมนั้น เป็นเงินกู้ยืมปลอดดอกเบี้ย นับแต่วันที่ พ.ร.บ. นี้มีผลบังคับใช้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะนักศึกษาที่กู้ยืมเงินเพื่อเรียนนั้น ยังไม่มีรายได้ ต้องหาคนค้ำประกัน หากวันนี้ต้องมารับภาระเรื่องดอกเบี้ย และถ้านักศึกษารู้ว่าต้องเสียดอกเบี้ยด้วย มีโอกาสที่จะเบี้ยวหนี้สูง ถ้าไม่มีดอกเบี้ย ผมเชื่อว่าผลที่เกิดขึ้นจะเป็นทางบวกมากกว่าทางลบคือ นักศึกษาจะรับผิดชอบหนี้สินมากขึ้นกว่าเดิม” นายวิโรจน์ กล่าว

Related Posts

NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” แบรนด์นมถั่วน้องใหม่ ชื่อปั่น รู้ไหมทำไมต้องตั้งชื่อกำกวม
Tinder เผย 85% คนโสดไทยรู้สึกเหงา แต่ยังเปิดใจสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ และเชื่อว่าจะได้เจอ “คนที่ใช่”
แบรนด์โยเกิร์ตเกิดใหม่เพียบ “Yoguruto” เลยมองหาตลาดใหม่ เปิดตัว “Nuts, Yes!” (นัทส์เยส) ขยายพอร์ตสู่เครื่องดื่มนมถั่ว
รู้จัก 7 สินค้าชุมชนไทย ของดีที่มีเรื่องราวของผู้คนซ่อนอยู่เบื้องหลัง
‘ฉงชิ่ง Model’ เมื่อจีนไม่ได้ต้องการแค่ของถูกอีกต่อไป แล้วไทยได้อะไรจากเรื่องนี้?
ซีพีแรม ขนขบวนเมนูอาหารเจกว่า 50 เมนู พร้อมเปิดเมนูใหม่ รับเทศกาลเจ ’69 สุดคึกคัก