ถือเป็นอีกตลกซุปตาร์ของไทย สำหรับ ‘โหน่ง ชะชะช่า’ หรือ ‘ชูศักดิ์ เอี่ยมสุข’ ที่ตอนนี้นอกจากจะมีผลงานในวงการบันเทิงแล้ว ยังทำธุรกิจส่วนตัวด้วยการเปิดร้านขายบะหมี่โหน่ง ชะชะช่า โดยมีลูกชาย 2 คนคือ เดียร์และบุหรี่ คอยดูแลกิจการ
ซึ่งครอบครัวของตลกซุปตาร์ถือว่าอบอุ่น และอาศัยอยู่ในบ้านหลังงามที่ตกแต่งด้วยสีโดดเด่นมองเห็นแต่ไกล แถมยังมีรถยนต์หลากหลายสไตล์ตามความชื่นชอบ ดูแล้วเป็นบ้านอีกหลังที่น่าอยู่มากๆ
งานนี้เลยขอพาย้อนดูบ้านของตลกดัง ‘โหน่ง ชะชะช่า’ ว่าจะสวยขนาดไหน
ขอบคุณรายการตีท้ายครัว
ที่มา ข่าวสดออนไลน์
Latest Posts
ซีพี ออลล์ จับมือ กระทรวง พม. เปิดตัว “โครงการผู้ใหญ่ใจดี ซีพี ออลล์” เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตวัยเก๋า เปิดรับสมัครผู้สูงอายุ (อายุ 60-75 ปี) จำนวน 1,000 อัตรา ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมรายได้และการมีงานทำอย่างยั่งยืน โครงการผู้ใหญ่ใจดี ใส่ใจทุกช่วงวัย ก้าวไปพร้อมๆ กัน ตำแหน่ง : พนักงานดูแลพื้นที่ขาย คุณสมบัติ ตำแหน่ง : พนักงานดูแลลานจอดรถ คุณสมบัติ รายได้ : 400 บาท/วัน สมัครได้ที่ : https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSf6pwN9lkGC4v1X1rzXTpf-LvvVjgfrXX5wxTnYn8xoR5kjXQ/viewform ช่องทางการติดต่อ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในแง่ผู้ทรงปรีชาสามารถ ทั้งด้านกฎหมาย การทูต การทหาร และงานเพื่อสังคม โดยเฉพาะการทำงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและผู้ต้องขังหญิง ทรงมีบทบาททั้งในระดับประเทศและเวทีนานาชาติพร้อมกันได้อย่างโดดเด่น พระอัจฉริยภาพของพระองค์ ด้านกฎหมาย ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสองสาขา คือ ปริญญานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับสอง และปริญญารัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และเคยทรงปฏิบัติหน้าที่ในสายงานอัยการจริง ตั้งแต่อัยการผู้ช่วย ไปจนถึงอัยการจังหวัด ได้รับขนานพระนามจากสื่อไทยและต่างประเทศในฐานะ “เจ้าหญิงนักกฎหมาย” ด้านการต่างประเทศและสิทธิมนุษยชน พระองค์เคยทรงเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำออสเตรีย และผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา อีกทั้งทรงทำงานร่วมกับ UN ในประเด็นสิทธิสตรีและผู้ต้องขังหญิง จนเกิดแนวทางที่เรียกว่า “Bangkok Rules” ซึ่งเป็นข้อกำหนดสากลเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ด้านการ
หากพูดถึงคาเฟ่ หลายคนอาจนึกถึงร้านกาแฟที่มีบรรยากาศดีและเมนูอร่อย แต่ “พาเฟ่” (PAfé) เป็นมากกว่านั้น พาเฟ่ เป็นร้านกาแฟที่เปิดภายใต้แนวคิด “สุขที่ได้แบ่งปัน” ต่อยอดมาจากภารกิจหลักของ “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ภารกิจหลักของมูลนิธิฯ คือการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด สามารถพึ่งพาตนเองและดำเนินชีวิตได้อย่างยั่งยืน หลายพื้นที่ที่มูลนิธิฯ เข้าไปช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นชุมชนเกษตรกรรม หนึ่งในอาชีพสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่คือ “การปลูกกาแฟ” ที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างต่อเนื่อง และยังเป็นพืชที่ช่วยในการรักษาป่า เพราะสามารถเติบโตได้ดีใต้ร่มไม้ใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ต่อมา เมื่อมูลนิธิฯ ได้ย้ายที่ตั้งสำนักงานมายังอาคารอนุรักษ์ของกรมศิลปากรในปัจจุบัน จึงได้จัดสรรพื้นที่เพื่อสนับสนุนภารกิจก
ตี๋น้อยบาร์บีคิว คือร้านปิ้งย่างภายใต้อาณาจักรสุกี้ตี๋น้อย แต่ทำไม ถึงยังเลือกเปิดร้านปิ้งย่างอีกร้าน จะไม่แย่งลูกค้ากันเองหรือ? คำถามที่หลายคนคงคิดเมื่อเห็นข่าวการเปิดร้านปิ้งย่างใหม่ “นายพรานหมูกระทะ” ในเมื่อสุกี้ตี๋น้อยมี “ตี๋น้อย บาร์บีคิว” อยู่แล้ว ทำไมถึงยังลงทุนเปิด “นายพรานหมูกระทะ” เพิ่มอีกแบรนด์หนึ่ง ทั้งที่ดูเผินๆ แล้วต่างก็เป็นธุรกิจปิ้งย่างบุฟเฟต์เหมือนกัน ในทางการตลาด นี่คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจของแนวคิด Brand Cannibalization หรือ “การกินส่วนแบ่งตลาดกันเอง” ซึ่งปกติแล้วเป็นสิ่งที่หลายบริษัทพยายามหลีกเลี่ยง แต่สำหรับบางองค์กร การยอมให้แบรนด์ในเครือแข่งขันกันเอง อาจเป็นกลยุทธ์ที่ดีกว่าปล่อยให้คู่แข่งจากภายนอกเข้ามาแย่งลูกค้าไป Brand Cannibalization คืออะไร Brand Cannibalization คือสถานการณ์ที่แบรนด์หนึ่งของบริษัทเข้าไปดึงยอดขายจากอีกแบรนด์หนึ่งของบริษัทเดียวกัน ตัวอย่างเช่น หากลูกค้าที่เคยกินตี๋น้อย บาร์บีคิว เปลี่ยนมากินนายพรานหมูกระทะแทน รายได้อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นจริง เพราะเป็นการย้ายเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา โดยปกติแล้ว นักการตลาดมักมองว่าการ Cannibalization เป็นเรื่อง





