ข่าววันนี้

คาดวันแม่เงินสะพัดกว่า 1.3 หมื่นล.เพิ่มขึ้นจากปีก่อนแต่ยังไม่ดีเท่าอดีตเหตุคนยังระวังจับจ่าย

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ได้สำรวจทัศนคติและพฤติกรรมของประชาชนเกี่ยวกับวันแม่ สำรวจ 1,229 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2560 พบว่า คาดว่าจะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 13,054 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่ 12,711 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาว คนจึงเดินทางพาครอบครัวและแม่ไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด มีการใช้จ่ายตามร้านอาหารและร้านค้า อย่างไรก็ตามแม้มูลค่าเงินสะพัดจะสูงสุดตั้งแต่ทำสำรวจมาปี 2552 แต่ปีนี้ถือว่ายังไม่คึกคักนัก เพราะอัตราการขยายตัวของเงินสะพัดไม่สูง ต่ำกว่า 3% ซึ่งไม่ปกติ ต่างจากปี 2554 ที่ขยายตัวถึง 12.7% และปี 2555 ขยายตัว 5.7% แต่พอมีความกังวลทางการเมืองก็ขยายตัวน้อยกว่า 4% มาตั้งแต่ปี 2556 สะท้อนขณะนี้ประชาชนยังระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย และสอดคล้องกับความเห็นส่วนใหญ่ของกลุ่มตัวอย่างที่ระบุว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้และปีหน้า

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 67.7% ใช้จ่ายช่วงวันแม่เพิ่มขึ้นเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากเป็นวันพิเศษ รายได้เพิ่มขึ้น และคาดว่าเศรษฐกิจกำลังจะดีขึ้น แต่อีก 19.7% ใช้จ่ายลดลง เพราะต้องการประหยัด มีรายได้ลดลง เห็นว่าเศรษฐกิจยังไม่ดี จึงยังไม่อยากใช้เงิน และอีก 12.6% ใช้เท่ากับปีที่ผ่านมา สำหรับการใช้จ่ายเฉลี่ยในกิจกรรมยอดนิยมในวันแม่ แยกเป็นพาไม่ไปทำบุญ 1,964 บาท พาแม่ไปรับประทานอาหาร 1,876 บาท พาไปเที่ยวต่างจังหวัดแบบไม่ค้างคืน 4,531 บาท พาลูกและครอบครัวไปรับประทานอาหาร 3,652 บาท พาแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัดค้างคืน 9,155 บาท ส่วนของขวัญยอดนิยมที่จะมอบให้ในช่วงวันแม่ อันดับแรกคือให้เงินสด หรือทอง ให้พวงมาลัยหรือดอกไม้ เครื่องดื่มบำรุงร่างกาย และเครื่องนุ่งห่มหรือรองเท้า ตามลำดับ

Related Posts

ถอดกลยุทธ์ “นีเวีย” แบรนด์เยอรมัน เริ่มจากร้านขายยาเล็กๆ สู่ครีมตลับน้ำเงิน ขายแล้ว 1.1 แสนล้านตลับทั่วโลก
Trip.com Group เผยเทรนด์ตลาดเช่ารถขับเองทั่วโลกโต 81% ไทยติดกลุ่มตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด