เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 11 ส.ค. ที่ตลาดบ้านห้วยสัก ต.ทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นักศึกษาอาชีวะ ปวช.ปีที่ 3 ซึ่งเป็นเด็กหญิงแฝด 4 คนช่วยได้ช่วยมารดาคือนางเต็มดวง นำเครือ ทอดไก่ขายทุกวันตอนเช้า บริเวณริมถนนหน้าตลาดห้วยสัก โดยมีน.ส.ดัชนี หรือต้น น.ส.มัชฌิมา หรือกลาง น.ส.อนามิกา หรือนาง และน.ส.กนิษฐา หรือก้อย ทั้งหมดเกิดที่โรงพยาบาลบางสะพาน เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2543 ปัจจุบันอายุ 17 ปี
ในแต่ละวันก่อนที่จะเดินทางไปโรงเรียน “ต้น-กลาง-นาง-ก้อย” สี่สาวฝาแฝด จะช่วยกันทอดไก่ ปั้นข้าวเหนียวใส่ถุง ขายให้กับลูกค้า เพื่อเป็นการช่วยมารดาหารายได้ในการประกอบอาชีพ โดยมารดาจะแบ่งให้ลูกแฝดทั้ง 4 คนไปโรงเรียนวันละ 100 บาท เป็นค่าข้าวค่าน้ำ มือเที่ยง ส่วนที่เหลือ จะให้เป็นค่าใช้จ่ายกิจกรรมของโรงเรียนและใช้จ่ายในสิ่งจำเป็น ก่อนที่จะเดินทางด้วยรถรับส่งภายในหมู่บ้าน ไปที่วิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน ซึ่งทั้ง 4 คนได้เรียนอยู่ในระดับปวช.สาขาวิชาการบัญชี เกรดเฉลี่ยรวมทั้ง 4 คน 3.2 ทุกเทอม
Latest Posts
กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท
เรียกได้ว่ากระแสร้านชาในปัจจุบัน ได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก อีกทั้งหลายแบรนด์ยังมีการปรับรสชาติให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น อาทิ CHAGEE (ชาจี) แบรนด์ชานมเจ้าดังจากจีน ที่ขยายสาขาไปแล้วกว่า 6,000 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเข้ามาบุกตลาดไทยสาขาแรก ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ โดย บริษัท อีสบริดจ์ จำกัด และ บริษัท ที เนชั่น จำกัด จากอดีตเด็กกำพร้า-ลูกมือร้านชานมไข่มุก Zhang Junjie (จาง จุนเจี๋ย) มหาเศรษฐีผู้สร้างตัวด้วยตัวเอง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ CHAGEE (ชาจี) แบรนด์ชานมระดับโลก ย้อนกลับไปตอนที่เขาอายุเพียง 10 ขวบ เขาต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่จนกลายเป็นเด็กกำพร้าหลังจากที่พ่อและแม่ของเขาเสียชีวิต โดยเขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน และต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่บนท้องถนนนานถึง 7 ปี โดยไม่มีบ้านอยู่เป็นหลักแหล่งและไม่ได้รับการศึกษาในระบบ ต่อมา จาง จุนเจี๋ย เคยทำงานเป็นลูกมือในร้านชานมไข่มุกมาก่อน และทำให้เขาได้รับประสบการณ์ด้านการดูแลกิจการ ขณะทำงานที่บริษัทสตาร์ทอัปแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ หลังจากนั้นจึงได้ก่อตั้งแบรนด์ CHAGEE ขึ้น กำเ
ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก่อนที่จะเปิดให้ร้านอาหารลงทะเบียนเลือกเข้าร่วมแพลตฟอร์มดีลิเวอรีในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ หลายแพลตฟอร์มได้ทำแคมเปญพิเศษเพื่อขานรับโครงการ อย่างแกร็บฟู้ดที่มีการลดค่าคอมมิชชันให้เหลือ 9% แถมด้วยแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ถึง 10 เด้งเพื่อสนับสนุนเหล่าร้านอาหาร ซึ่งหากย้อนดูความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อปีที่ผ่านมา มีร้านอาหารหลายแห่งที่สามารถต่อยอดโอกาสจากโครงการดังกล่าวจนสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ที่สามารถสร้างรายได้ทะลุหลักล้าน และ “PREP & POUR by Kitchen 501” ที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่องสูงเกือบ 10 เท่าแม้จะจบโครงการไปแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในการเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสใหญ่ที่กำลังจะมาถึง “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ราคาดี ระบบเป๊ะ สูตรลับยอดขายโตทะลุล้าน สำหรับร้าน “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ภายใต้การดูแลของ นุ้ย – อรุณี เอื้อวิทยาศุภร เบื้องหลังยอดขายทะลุล้านมาจากแนวคิด “อาหารคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้” รวมถึงการใช้กลยุทธ์เพิ่มมู
ในปัจจุบันกับโลกยุค AI เพียงแค่คุณมีไอเดีย กำแพงเรื่องทักษะการเขียนโค้ดก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เหมือนกับเรื่องราวของ จู ชูหาน (Zhu Shuhan) เด็กสาววัย 13 ปีในประเทศจีน ได้กลายเป็นกระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์ หลังจากที่เธอสามารถพัฒนาแอปจาก AI จนสร้างรายได้ถึง 18,000 หยวน (ประมาณ 90,000 บาท) ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 วัน ทั้งที่ไม่มีทักษะด้านการเขียนโค้ดเลยแม้แต่น้อย จู ชูหาน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากนครเซี่ยงไฮ้ ได้เข้าร่วมการแข่งขันการตลาดผลิตภัณฑ์ AI ระดับชาติ ณ เมืองหังโจว ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคมที่ผ่านมา การแข่งขันครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่ไม่มีกรรมการสายเทคนิคมาตัดสิน แต่ใช้วิธีวัดผลผู้ชนะจากรายได้จริง ที่แอปพลิเคชันสร้างได้ภายในระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน ผลปรากฏว่า เธอสามารถคว้าอันดับที่ 3 พร้อมเงินรางวัล 5,000 หยวน จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดกว่า 50 คน โดยแอปพลิเคชันที่เธอสร้างขึ้นมีชื่อว่า Zai Chang แปลว่า On Site หรืออยู่ตรงนี้ สามารถกวาดคำสั่งซื้อได้ถึง 90 รายการ และทำยอดขายรวมสูงถึง 18,000 หยวน ระบบการทำงานของแอปพลิเคชันนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาของผู้ปกครองยุคใหม่ เพียงแค่ผู้ปกค
