Skip to content
กลับสู่ ข่าวสด
เส้นทางเศรษฐี
  • SMEs
    • Inspiration
    • Exclusive
    • SMEs เกษตร
    • รอบโลก
  • How to
    • หลักสูตรเรียนฟรี
    • ชี้เป้าแหล่งซื้อขาย
    • แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
    • Leadership
    • กฏหมายธุรกิจ
    • เคล็ดลับผู้ประกอบการ
  • แฟรนไชส์
    • แฟรนไชส์บริการ
    • แฟรนไชส์อาหาร – เครื่องดื่ม
    • แฟรนไชส์ เบเกอรี – ของหวาน
    • แฟรนไชส์ประจำเดือน
  • การเงิน และการตลาด
  • ETC.
    • สุขภาพ
    • เสริมดวงเศรษฐี
  • PR News
  • Video Content
ข่าววันนี้

7 วิธี กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในองค์กร

14 สิงหาคม 2560 เจี๊ยบ

ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังพยายามมุ่งหน้าพัฒนาประเทศเป็น Thailand 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีจุดเน้นที่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital economy) เศรษฐกิจที่เน้นความรู้เป็นฐาน (Knowledge-based economy) และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative economy) ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการสร้างนวัตกรรม ตลอดจนสิ่งแปลกใหม่ที่สามารถเพิ่มคุณค่าและขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจให้แก่ธุรกิจต่างๆ โดยจะเห็นได้ว่าความคิดสร้างสรรค์ถือเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยเพื่อก้าวสู่โมเดล Thailand 4.0 ได้อย่างตรงเป้าหมาย

ดังนั้นจึงทำให้องค์กรธุรกิจในยุคปัจจุบันต่างต้องการความคิดสร้างสรรค์มาช่วยให้คนและองค์กรสามารถขับเคลื่อนภารกิจสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ได้ ตลอดจนสามารถสร้างสรรค์ผลงานให้มีความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง แม้จะอยู่ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าคนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการนำเอาความคิดสร้างสรรค์มาใช้ในธุรกิจนั้นเป็นหน้าที่ของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เช่น ฝ่ายการตลาด ครีเอทีฟโฆษณา ฯลฯ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่สามารถบ่มเพาะขึ้นมาได้ และเป็นเรื่องที่ทุกคนในองค์กรควรฝึกฝน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นหัวหน้างาน เพราะนอกจากจะต้องเป็นผู้นำในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แล้ว ยังต้องทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นและส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้แก่คนในทีมอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com)  จึงได้นำแนวคิด 7 ข้อง่ายๆ ที่องค์กรหรือหัวหน้างานทุกคนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างสุดยอดพนักงานที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และพร้อมจะช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้า ดังนี้

·        เปิดกว้างเพื่อการเปลี่ยนแปลง – หากต้องการสร้างพนักงานที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ สิ่งที่สำคัญมากคือต้องเปิดใจให้กว้าง และเลิกยึดติดกับการทำงานรูปแบบเก่า เพราะวิธีการที่เคยใช้แล้วได้ผลดี ไม่ได้แปลว่าจะใช้ได้ไปตลอด ดังนั้นต้องให้เวลากับทีมงานในการทดลองทำสิ่งใหม่ๆ และกล้าเสี่ยงที่จะล้มเหลวบ้าง โดยอย่าลืมว่า  ไอเดียเจ๋งๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ กว่าจะได้มาก็ต้องแลกกับการลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน

·        กำหนดเป้าหมาย แต่ไม่กำหนดวิธีการ – หากมัวแต่คอยกำกับว่าพนักงานต้องทำอะไรบ้าง แล้วจะคาดหวังให้ได้งานหรือผลลัพธ์ที่แปลกใหม่จากพนักงานได้อย่างไร ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือ การบอกให้พนักงานเข้าใจถึงเป้าหมาย พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานเสนอแนวทางการทำงานที่แตกต่าง แต่สามารถไปถึงเป้าหมายได้เช่นกัน ซึ่งการทำแบบนี้อาจได้เห็นแนวคิดดีๆ ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยก็ได้

·        สร้างค่านิยมแห่งการสร้างสรรค์ พร้อมปลูกฝังเข้าไปในทีม – การสร้างค่านิยมแห่งการสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถือเป็นตัวกำหนดแนวทางการทำงานให้พนักงานทุกคน เช่น ใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในทุกชิ้นงาน โดยหัวหน้าหรือองค์กรต้องหมั่นสื่อสารให้พนักงานได้ตระหนักและรับรู้ ซึ่งสามารถทำได้โดยการทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง ตลอดจนคอยกระตุ้นให้ทุกคนยึดถือแนวคิดนี้ในการทำงานอยู่เสมอ

·        สร้างบรรยากาศแห่งความคิดสร้างสรรค์ – บรรยากาศในการทำงานเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เช่น การตกแต่งออฟฟิศให้มีสีสันสดใส มีห้องนั่งเล่นให้พนักงานได้ผ่อนคลายในยามที่เครียด หรือมีกิจกรรมสนุกๆ ให้พนักงานร่วมกันทำ อาทิ ให้พนักงานช่วยกันตกแต่งโต๊ะทำงานตามเทศกาล โดยให้รางวัลกับผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่สุด หรือบางองค์กรอาจใช้วิธีให้พนักงานออกมาบอกเล่าเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร เทคโนโลยี เทรนด์ใหม่ๆ ของโลก ตลอดจนเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งวิธีการนี้ยังเป็นเหมือนการอัพเดทความรู้ใหม่ๆ ให้กับพนักงานคนอื่นด้วย

·        ระดมสมองประลองปัญญากันอย่างสร้างสรรค์ – การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอาจจะฟังดูเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครก็ใช้กันเวลาที่ต้องการไอเดียใหม่ๆ แต่หัวหน้าหรือองค์กรต้องสื่อสารให้ทุกคนรู้ว่าการเสนอความคิดเห็นไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด ยิ่งคนเสนอความคิดมากเท่าไหร่ ยิ่งดีกว่าไม่มีใครเสนอเลย นอกจากนี้ต้องใส่ใจรายละเอียดในเรื่องเล็กๆ ด้วยเช่นกัน เพราะบางครั้งความคิดเห็นที่ฟังดูแล้วไม่น่าสนใจ ในอนาคตอาจกลายมาเป็นชิ้นส่วนสำคัญของสุดยอดไอเดียก็ได้ สุดท้ายคือเสริมได้แต่อย่าติ เพราะถ้าไม่ชอบในสิ่งที่พนักงานนำเสนอแล้วติทันที คงไม่มีพนักงานคนไหนกล้าแสดงความคิดเห็นออกมาอีกแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือพยายามถามในสิ่งที่ยังสงสัย และนำไอเดียเหล่านั้นไปเสริมหรือต่อยอด

  • อย่ารีบด่วนตัดสินใจ ให้มองหาความคิดอื่นมาเปรียบเทียบเสมอ – หลายครั้งที่พนักงานมักจะพลาดโอกาสในการสร้างผลงานที่ดีกว่าได้ เพียงเพราะหัวหน้าหรือองค์กรรีบตัดสินใจ ดังนั้นควรมองหาหรือนำความคิดอื่นมาเปรียบเทียบเพิ่มเติม แต่บางสถานการณ์ที่ต้องการความรีบด่วนก็อาจจะใช้วิธีนี้ไม่ได้ ซึ่งก็ต้องปรับใช้กันไปตามความเหมาะสม
  • อย่าปล่อยให้พนักงานจมอยู่กับสิ่งเดิมๆ นานเกินไป – บางครั้งการอยู่ในบรรยากาศหรือการทำงานร่วมกับคนเดิมๆ ก็อาจจะทำให้พนักงานขาดความคิดสร้างสรรค์ได้ เพราะภายนอกยังมีอีกหลายสิ่งมากมายให้ออกไปเจอและศึกษาค้นคว้า ดังนั้นหากหัวหน้าหรือองค์กรสามารถให้พนักงานออกไปเปิดโลกทัศน์ เช่น การไปศึกษาดูงาน อาจทำให้พนักงานได้แนวคิดใหม่ๆ และนำกลับมาใช้กับการทำงานในองค์กรได้

ความคิดสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นได้ ถึงแม้ว่าพนักงานบางคนอาจจะไม่ได้มีความคิดที่โดดเด่นมากนัก แต่ในรูปแบบของการทำงานเป็นทีมนั้น แค่บางส่วนของความคิดเห็นก็สามารถปะติดปะต่อกลายเป็นไอเดียที่ดีเยี่ยมได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของหัวหน้างานที่จะต้องเชื่อมต่อไอเดียเล็ก ๆ เหล่านั้นให้กลายเป็นรูปเป็นร่างที่สมบูรณ์แบบ หรือนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไปได้ ดังนั้นการเปิดโอกาสหรือส่งเสริมให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์ ก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้องค์กรเดินหน้าต่อไปและประสบความสำเร็จ นางสาวแสงเดือน กล่างทิ้งท้าย

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) โทรศัพท์ 02-353-6999 หรือเข้าไปที่ www.jobthai.com/reach

Latest Posts

"ข้าวแช่นารา" จับใจจู "จูเลีย มอร์ลีย์" ชิมครั้งแรกติดใจ
Featured ข่าววันนี้
“ข้าวแช่นารา” จับใจจู “จูเลีย มอร์ลีย์” ชิมครั้งแรกติดใจ ยอดขายทะลุ 10,000 เซ็ต ดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยสู่เวทีนางงามโลก

กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง  นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์  ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท

16 พฤษภาคม 2569
Featured รอบโลก
‘จาง จุนเจี๋ย’ อดีตเด็กกำพร้าเร่ร่อน สู่มหาเศรษฐีหมื่นล้านในวัย 33 ปี เจ้าของ CHAGEE แบรนด์ชานมยอดฮิต ขยายไปแล้วกว่า 6,000 สาขา

เรียกได้ว่ากระแสร้านชาในปัจจุบัน ได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก อีกทั้งหลายแบรนด์ยังมีการปรับรสชาติให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น อาทิ CHAGEE (ชาจี) แบรนด์ชานมเจ้าดังจากจีน ที่ขยายสาขาไปแล้วกว่า 6,000 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเข้ามาบุกตลาดไทยสาขาแรก ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ โดย บริษัท อีสบริดจ์ จำกัด และ บริษัท ที เนชั่น จำกัด   จากอดีตเด็กกำพร้า-ลูกมือร้านชานมไข่มุก Zhang Junjie (จาง จุนเจี๋ย) มหาเศรษฐีผู้สร้างตัวด้วยตัวเอง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ CHAGEE (ชาจี) แบรนด์ชานมระดับโลก  ย้อนกลับไปตอนที่เขาอายุเพียง 10 ขวบ เขาต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่จนกลายเป็นเด็กกำพร้าหลังจากที่พ่อและแม่ของเขาเสียชีวิต  โดยเขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน และต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่บนท้องถนนนานถึง 7 ปี โดยไม่มีบ้านอยู่เป็นหลักแหล่งและไม่ได้รับการศึกษาในระบบ ต่อมา จาง จุนเจี๋ย เคยทำงานเป็นลูกมือในร้านชานมไข่มุกมาก่อน และทำให้เขาได้รับประสบการณ์ด้านการดูแลกิจการ ขณะทำงานที่บริษัทสตาร์ทอัปแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ หลังจากนั้นจึงได้ก่อตั้งแบรนด์ CHAGEE ขึ้น  กำเ

30 สิงหาคม 2569
PR News
เปิดใจ 2 ร้านสุดปัง โกยออร์เดอร์ทะลุล้าน-ยอดขายโต 10 เท่า ถอดสูตรความสำเร็จดีลิเวอรีพร้อมลุย “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40”

ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก่อนที่จะเปิดให้ร้านอาหารลงทะเบียนเลือกเข้าร่วมแพลตฟอร์มดีลิเวอรีในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ หลายแพลตฟอร์มได้ทำแคมเปญพิเศษเพื่อขานรับโครงการ อย่างแกร็บฟู้ดที่มีการลดค่าคอมมิชชันให้เหลือ 9% แถมด้วยแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ถึง 10 เด้งเพื่อสนับสนุนเหล่าร้านอาหาร ซึ่งหากย้อนดูความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อปีที่ผ่านมา มีร้านอาหารหลายแห่งที่สามารถต่อยอดโอกาสจากโครงการดังกล่าวจนสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ที่สามารถสร้างรายได้ทะลุหลักล้าน และ “PREP & POUR by Kitchen 501” ที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่องสูงเกือบ 10 เท่าแม้จะจบโครงการไปแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในการเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสใหญ่ที่กำลังจะมาถึง “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ราคาดี ระบบเป๊ะ สูตรลับยอดขายโตทะลุล้าน  สำหรับร้าน “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ภายใต้การดูแลของ นุ้ย – อรุณี เอื้อวิทยาศุภร เบื้องหลังยอดขายทะลุล้านมาจากแนวคิด “อาหารคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้” รวมถึงการใช้กลยุทธ์เพิ่มมู

4 มิถุนายน 2569
Featured รอบโลก
เด็กจีน ม.2 เขียนโค้ดไม่เป็น ใช้ AI สร้างแอปเฝ้าเด็กขณะทำการบ้าน สร้างรายได้เฉียดแสนใน 3 วัน

ในปัจจุบันกับโลกยุค AI เพียงแค่คุณมีไอเดีย กำแพงเรื่องทักษะการเขียนโค้ดก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เหมือนกับเรื่องราวของ จู ชูหาน (Zhu Shuhan) เด็กสาววัย 13 ปีในประเทศจีน ได้กลายเป็นกระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์ หลังจากที่เธอสามารถพัฒนาแอปจาก AI จนสร้างรายได้ถึง 18,000 หยวน (ประมาณ 90,000 บาท) ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 วัน ทั้งที่ไม่มีทักษะด้านการเขียนโค้ดเลยแม้แต่น้อย จู ชูหาน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากนครเซี่ยงไฮ้ ได้เข้าร่วมการแข่งขันการตลาดผลิตภัณฑ์ AI ระดับชาติ ณ เมืองหังโจว ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคมที่ผ่านมา การแข่งขันครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่ไม่มีกรรมการสายเทคนิคมาตัดสิน แต่ใช้วิธีวัดผลผู้ชนะจากรายได้จริง ที่แอปพลิเคชันสร้างได้ภายในระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน ผลปรากฏว่า เธอสามารถคว้าอันดับที่ 3 พร้อมเงินรางวัล 5,000 หยวน จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดกว่า 50 คน  โดยแอปพลิเคชันที่เธอสร้างขึ้นมีชื่อว่า Zai Chang แปลว่า On Site หรืออยู่ตรงนี้ สามารถกวาดคำสั่งซื้อได้ถึง 90 รายการ และทำยอดขายรวมสูงถึง 18,000 หยวน ระบบการทำงานของแอปพลิเคชันนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาของผู้ปกครองยุคใหม่ เพียงแค่ผู้ปกค

7 กันยายน 2569

Tags

Related Posts

PR News ข่าววันนี้
ฟิตเนส เฟิรส์ท เผยเทรนด์คนเมืองยุคใหม่เลือกออกกำลังกาย ‘สั้นแต่เข้มข้น’ ใช้เวลาน้อยแต่ผลลัพธ์ชัด

เมื่อเวลาและไลฟ์สไตล์ของคนเมืองกลายเป็นโจทย์สำคัญในการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายในวันนี้จึงไม่ได้วัดกันที่ใช้เวลานานแค่ไหน แต่คือเวลาที่ใช้ให้ผลลัพธ์ได้มากแค่ไหน ส่งผลให้การออกกำลังกายแบบ “สั้นแต่เข้มข้น” ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะการออกกำลังกายรูปแบบ HIIT (High Intensity Interval Training) ที่ผสานช่วงการออกกำลังกายความเข้มข้นสูงเข้ากับช่วงพักหรือการออกแรงในระดับที่เบาลง ช่วยให้การฝึกมีความท้าทายและสามารถพัฒนาสมรรถภาพร่างกายได้ในระยะเวลาที่กระชับ จากข้อมูลของ ฟิตเนส เฟิรส์ท พบว่า จำนวนผู้เข้าร่วมคลาส HIIT เฉลี่ยอยู่ที่ 17,000 คนต่อเดือน เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10% เมื่อเทียบกับปี 2025 สะท้อนความสนใจของคนออกกำลังกายที่มองหาคลาสที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องเวลาและประสิทธิภาพ โดยความหลากหลายของคลาส HIIT ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายของตนเองได้ ตั้งแต่การสร้างความแข็งแรง ความอึด ไปจนถึงการพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย  คุณพาขวัญ สุพานิชรัตนา National Health and Fitness Manager บริษัท อีโวลูชั่น เวลล์เนสส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า โจทย์ของการออกกำลังกายยุคนี้ไม่ใช่แค่สุขภาพดี แต่คือการใช้เวลาให้คุ้ม

7 กันยายน 2569
ข่าววันนี้
ทีวียังไม่ตาย แต่กำลังเปลี่ยนผ่าน จากยุคไล่ล่าเรตติ้ง สู่จอโฆษณาที่สร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์

“ผมไม่คิดว่าทีวีจะไม่มีวันตาย แต่ทีวีต้องเปลี่ยนแน่นอน โจทย์ใหม่ของสถานีโทรทัศน์และนักการตลาดในวันนี้ไม่ใช่การวิ่งไล่ตามตัวเลขเรตติ้งแบบเดิม ๆ แต่คือการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Demand Generator หรือผู้สร้างความต้องการซื้อ ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าทางธุรกิจ (Brand Equity) ให้แก่แบรนด์ โดยใช้ทีวีเป็นฐานในการสร้างความน่าเชื่อถือ และใช้สื่อออนไลน์ในการปิดการขาย” -ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) เผยมุมมองการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมสื่อในงานเสวนา TV Demand Generator 2026 จัดขี้นโดย สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย), สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และ สภาวิชาชีพกิจการการแพร่ภาพและการกระจายเสียง (ประเทศไทย) โดย MAT ชี้ชัด “ทีวียังไม่ตาย” แต่กำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคการไล่ล่าเรตติ้ง สู่โจทย์ใหม่ในการเป็นเครื่องมือสร้างความต้องการซื้อ (Demand Generator) และสร้างความไว้วางใจเพื่อสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้แก่แบรนด์ในระยะยาว ชู 3 จุดแข็ง “Universal – Companion – Trusted” ที่สื่อออนไลน์ไม่สามารถทดแทนได้ หวังกระตุ้นนักการตล

7 กันยายน 2569
ถอดกลยุทธ์ “นีเวีย” แบรนด์เยอรมัน เริ่มจากร้านขายยาเล็กๆ สู่ครีมตลับน้ำเงิน ขายแล้ว 1.1 แสนล้านตลับทั่วโลก
Featured ข่าววันนี้
ถอดกลยุทธ์ “นีเวีย” แบรนด์เยอรมัน เริ่มจากร้านขายยาเล็กๆ สู่ครีมตลับน้ำเงิน ขายแล้ว 1.1 แสนล้านตลับทั่วโลก

หลายคนคงคุ้นตากับ “ครีมตลับน้ำเงิน” ของ NIVEA (นีเวีย) ที่อยู่คู่ผู้บริโภคทั่วโลกมาอย่างยาวนาน โดยขายไปแล้วกว่า 1.1 แสนล้านตลับทั่วโลก หรือเฉลี่ย 5 ตลับต่อวินาที โดยปี 2025 สามารถดึงดูดผู้บริโภครายใหม่ได้ถึง 2.6 ล้านคนทั่วโลก ย้อนตำนานนีเวียครองตลาดไทยครบ 100 ปี คุณวราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ก่อนเข้าสู่ประเทศไทยในปี 1926 นีเวียเริ่มมาจากร้านขายยาเล็กๆ ในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี โดย Mr. Paul C. Beiersdorf ทำงานร่วมกับ Dr. Paul Unna แพทย์ผิวหนัง ปี 1882 และ Oscar Troplowitz เภสัชกร เข้ามารับช่วงต่อในปี 1890 ก่อตั้งบริษัท Beiersdorf ขึ้นมา  กระทั่งในปี 1900 ได้มีการคิดค้นสารที่ชื่อว่า Eucerit ขึ้นมาเป็นครั้งแรกของโลก ทำให้น้ำและน้ำมันรวมตัวกันเป็นครีมได้ นับเป็นจุดต้นกำเนิดของการพัฒนาครีมในปัจจุบัน  โดยตั้งชื่อแบรนด์ว่า นีเวีย มาจากภาษาละติน แปลว่า ขาวเหมือนหิมะ ล้อไปกับ NIVEA Creme Tin ที่มีความขาวเนียน ละเอียดเหมือนหิมะ  ซึ่งก่อนจะเป็นครีมตลับเงินอันเป็นภาพจำของผู้บริโภคทั่วโลก แพ็กเกจจิ้งรุ่นแรก คือการใช้ลวดลายแบบ Art Nouveau

7 กันยายน 2569
Trip.com Group เผยเทรนด์ตลาดเช่ารถขับเองทั่วโลกโต 81% ไทยติดกลุ่มตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด
Featured ข่าววันนี้
เปิดเทรนด์นักเดินทางยุคใหม่ “เช่ารถขับเอง” ญี่ปุ่นครองแชมป์ยอดจองโต 119%

Trip.com Group เผยข้อมูลจากรายงานพบว่า นักเดินทางจำนวนมากขึ้นเลือกที่จะสำรวจจุดหมายปลายทางในแบบของตัวเอง โดยการเช่ารถขับเอง ซึ่งเป็นตัวช่วยให้สามารถเดินทางได้อย่างอิสระ เดินทางไปได้ไกลกว่าเส้นทางเดิมๆ และยังได้ค้นพบสถานที่ใหม่ๆ ที่อาจจะเข้าถึงได้ยากกว่าเดิม เทรนด์ประเทศไทย ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นทั้งจุดหมายปลายทางในการเช่ารถขับเองที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นตลาดต้นทางที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยยอดจองรถเช่าเพื่อเดินทางในประเทศไทยเติบโตขึ้น 59% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ยอดจองของนักเดินทางไทยที่มุ่งหน้าไปต่างประเทศพุ่งสูงถึง 78% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดขาออกที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค ผลสำรวจผู้บริโภคตอกย้ำโมเมนตัมนี้อย่างชัดเจน โดย Trip.com เป็นแบรนด์เช่ารถรายเดียวที่มีอัตราการรับรู้แบรนด์สูงกว่า 60% ทั้งในกลุ่มผู้ที่เคยเช่ารถแล้วและกลุ่มที่กำลังพิจารณาเช่ารถ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ไม่มีแพลตฟอร์มอื่นใดในตลาดทำได้ นอกจากนี้ในกลุ่มผู้ใช้งาน Trip.com ที่กำลังตัดสินใจเลือกเช่ารถครั้งต่อไป Trip.com ยังเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ให้การตอบร

5 กันยายน 2569
Featured ข่าววันนี้
SaWaDiKa เพลงใหม่ “ลิซ่า” ขนความเป็นไทยมาจัดเต็ม ทั้ง มวยไทย รถตุ๊กตุ๊ก ว่าวจุฬา

หากจะพูดถึงไอคอนแห่ง Soft Power ไทยที่สร้างอิมแพ็กระดับโลก คงต้องยกให้ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ผู้สร้างปรากฏการณ์ไวรัลได้ทุกครั้งที่ปล่อยผลงาน ตั้งแต่การสอดแทรกอัตลักษณ์ไทย อย่าง ‘ปราสาทพนมรุ้ง’ ในเพลง LALISA หรือการเนรมิต ‘ย่านเยาวราช’ ให้กลายเป็นหมุดหมายระดับโลกในเพลง ROCKSTAR จนมาถึงผลงานล่าสุดอย่าง SaWaDiKa ที่ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมการปักหมุดโลเคชันถ่ายทำในไทยแบบจัดเต็มยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเพลง SaWaDiKa เป็นซิงเกิลแรกจากอัลบั้ม “PRESS PLAY” ที่สร้างปรากฏการณ์ความแรงแบบฉุดไม่อยู่ ด้วยการทำยอดวิวทะลุ 2 ล้านวิวภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง การคัมแบ็กครั้งนี้ ลิซ่า ได้พาเอกลักษณ์ความเป็นไทยไปเฉิดฉายบนเวทีโลกอย่างจัดเต็ม โดยเฉพาะการเลือกใช้ชื่อเพลงว่า “สวัสดีค่ะ” ที่เป็นคำทักทายของคนไทย ภายใน MV ได้มีการสอดแทรกวัฒนธรรมและสัญลักษณ์เด่นของไทยไว้มาครบ ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย, รถตุ๊กตุ๊ก, ว่าวจุฬา, งานผ้าไทย ไปจนถึง ลายไทยประยุกต์ ที่นำมาปรับใช้ให้เข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ด้านเนื้อเพลงมีการสอดแทรกคีย์เวิร์ดภาษาไทยและคำศัพท์ติดหูที่คนต่างชาติคุ้นเคยและเข้าใจง่าย เช่น คำว่า geng mak (เก่งมาก) รวมถึงคำว

4 กันยายน 2569
Featured ข่าววันนี้
กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 1 เมืองที่มีสถานบันเทิงยามค่ำคืน ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026

Time Out สื่อและนิตยสารระดับโลกด้านไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ได้เผยการจัดอันดับ Time Out’s Best Cities for Nightlife 2026 หรือเมืองที่มีสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2026 การจัดอันดับนี้จัดทำขึ้นหลังจากสอบถามความคิดเห็นจากผู้คนกว่า 24,000 คนทั่วโลก เพื่อให้คะแนนวัฒนธรรมยามค่ำคืนในเมืองของตนเอง สอบถามคนท้องถิ่นเกี่ยวกับทุกเรื่อง ตั้งแต่คลับและบาร์ค็อกเทลไปจนถึงค่าใช้จ่ายในการเที่ยวกลางคืน คุณภาพโดยรวมของสถานบันเทิงยามค่ำคืน ความง่ายในการหาชุมชน และความรู้สึกปลอดภัย น่าตื่นเต้น เป็นมิตร และหลากหลายของเมืองนั้นๆ ปรากฏว่า กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 1 มาครอง โดยส่วนใหญ่บอกว่าหาเพื่อนฝูงได้ง่ายในกรุงเทพฯ โดยให้คะแนนสูงถึง 95% เลยทีเดียว นั่นอาจเป็นเพราะความหลากหลายที่มีให้เลือกมากมาย ชีวิตกลางคืนของกรุงเทพฯ ไม่ได้มีแค่คลับใหญ่ๆ เท่านั้น ยังมีบาร์บนดาดฟ้า ร้านค็อกเทลเล็กๆ บาร์ริมทาง ร้านอาหารเปิดดึก และย่าน LGBTQ+ ที่มีชีวิตชีวาเป็นที่รู้จักกันดี ส่วนเบอร์ลินตามมาเป็นอันดับที่ 2 ตามด้วยนิวยอร์กซิตี้ในอันดับที่ 3 โดยมีเมลเบิร์นและเซาเปาโลติด 5 อันดับแรก  เมเดยินครองอันดับที่ 6

3 กันยายน 2569

สำนักงาน บริษัท ข่าวสด จำกัด
หนังสือพิมพ์ข่าวสด - ข่าวสดออนไลน์
ที่อยู่ เลขที่ 40/10 ถนนเทศบาลนิมิตใต้ หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 02-589-0020

ติดต่อโฆษณา
อีเมล: [email protected]
โทร : 02-580-0021 ต่อ 1606

  • SMEs
    • Inspiration
    • Exclusive
    • SMEs เกษตร
    • รอบโลก
  • How to
    • หลักสูตรเรียนฟรี
    • ชี้เป้าแหล่งซื้อขาย
    • แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
    • Leadership
    • กฏหมายธุรกิจ
    • เคล็ดลับผู้ประกอบการ
  • แฟรนไชส์
    • แฟรนไชส์บริการ
    • แฟรนไชส์อาหาร – เครื่องดื่ม
    • แฟรนไชส์ เบเกอรี – ของหวาน
    • แฟรนไชส์ประจำเดือน
  • การเงิน และการตลาด
  • ETC.
    • สุขภาพ
    • เสริมดวงเศรษฐี
  • PR News
  • Video Content