ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต คลอดลูกชายฝาแฝดแล้วในช่วงบ่ายวันนี้ (6 ก.ย.) โดย แฝดคนพี่ มีชื่อว่า ธันเดอร์-สายฟ้า รังษีสิงห์พิพัฒน์ น้ำหนัก 2.66 กิโลกรัม ส่วนแฝดคนน้องชื่อว่า น้องสตอร์ม-พายุ รังษีสิงห์พิพัฒน์ น้ำหนัก 2.56 กิโลกรัม คลอดห่างกัน 1 นาที ส่วนลำตัวมีความยาวเท่ากันคือ 47.5 เซนติเมตร
ทำเอาคุณพ่อน็อต-วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ ยิ้มแก้มฉีก แถมมีกำลังใจดีๆ จากคุณย่าคุณยายและแก๊งเพื่อนสนิทที่พร้อมใจกันมาต้อนรับแน่นโรงพยาบาลเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ชมพู่จะเปิดแถลงข่าวในวันเสาร์ที่ 9 กันยายนนี้ ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์
นอกจากนี้ คุณพ่อน็อตยังได้เผยถึงที่มาของชื่อ สายฟ้า-พายุ ให้ฟังด้วยว่า
https://www.instagram.com/p/BYr1p9dlElm/
ขอบคุณภาพและคลิปจาก araya.vogue
Latest Posts
กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท
เรียกได้ว่ากระแสร้านชาในปัจจุบัน ได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก อีกทั้งหลายแบรนด์ยังมีการปรับรสชาติให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น อาทิ CHAGEE (ชาจี) แบรนด์ชานมเจ้าดังจากจีน ที่ขยายสาขาไปแล้วกว่า 6,000 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเข้ามาบุกตลาดไทยสาขาแรก ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ โดย บริษัท อีสบริดจ์ จำกัด และ บริษัท ที เนชั่น จำกัด จากอดีตเด็กกำพร้า-ลูกมือร้านชานมไข่มุก Zhang Junjie (จาง จุนเจี๋ย) มหาเศรษฐีผู้สร้างตัวด้วยตัวเอง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ CHAGEE (ชาจี) แบรนด์ชานมระดับโลก ย้อนกลับไปตอนที่เขาอายุเพียง 10 ขวบ เขาต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่จนกลายเป็นเด็กกำพร้าหลังจากที่พ่อและแม่ของเขาเสียชีวิต โดยเขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน และต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่บนท้องถนนนานถึง 7 ปี โดยไม่มีบ้านอยู่เป็นหลักแหล่งและไม่ได้รับการศึกษาในระบบ ต่อมา จาง จุนเจี๋ย เคยทำงานเป็นลูกมือในร้านชานมไข่มุกมาก่อน และทำให้เขาได้รับประสบการณ์ด้านการดูแลกิจการ ขณะทำงานที่บริษัทสตาร์ทอัปแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ หลังจากนั้นจึงได้ก่อตั้งแบรนด์ CHAGEE ขึ้น กำเ
ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก่อนที่จะเปิดให้ร้านอาหารลงทะเบียนเลือกเข้าร่วมแพลตฟอร์มดีลิเวอรีในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ หลายแพลตฟอร์มได้ทำแคมเปญพิเศษเพื่อขานรับโครงการ อย่างแกร็บฟู้ดที่มีการลดค่าคอมมิชชันให้เหลือ 9% แถมด้วยแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ถึง 10 เด้งเพื่อสนับสนุนเหล่าร้านอาหาร ซึ่งหากย้อนดูความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อปีที่ผ่านมา มีร้านอาหารหลายแห่งที่สามารถต่อยอดโอกาสจากโครงการดังกล่าวจนสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ที่สามารถสร้างรายได้ทะลุหลักล้าน และ “PREP & POUR by Kitchen 501” ที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่องสูงเกือบ 10 เท่าแม้จะจบโครงการไปแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในการเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสใหญ่ที่กำลังจะมาถึง “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ราคาดี ระบบเป๊ะ สูตรลับยอดขายโตทะลุล้าน สำหรับร้าน “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ภายใต้การดูแลของ นุ้ย – อรุณี เอื้อวิทยาศุภร เบื้องหลังยอดขายทะลุล้านมาจากแนวคิด “อาหารคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้” รวมถึงการใช้กลยุทธ์เพิ่มมู
ในปัจจุบันกับโลกยุค AI เพียงแค่คุณมีไอเดีย กำแพงเรื่องทักษะการเขียนโค้ดก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เหมือนกับเรื่องราวของ จู ชูหาน (Zhu Shuhan) เด็กสาววัย 13 ปีในประเทศจีน ได้กลายเป็นกระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์ หลังจากที่เธอสามารถพัฒนาแอปจาก AI จนสร้างรายได้ถึง 18,000 หยวน (ประมาณ 90,000 บาท) ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 วัน ทั้งที่ไม่มีทักษะด้านการเขียนโค้ดเลยแม้แต่น้อย จู ชูหาน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากนครเซี่ยงไฮ้ ได้เข้าร่วมการแข่งขันการตลาดผลิตภัณฑ์ AI ระดับชาติ ณ เมืองหังโจว ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคมที่ผ่านมา การแข่งขันครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่ไม่มีกรรมการสายเทคนิคมาตัดสิน แต่ใช้วิธีวัดผลผู้ชนะจากรายได้จริง ที่แอปพลิเคชันสร้างได้ภายในระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน ผลปรากฏว่า เธอสามารถคว้าอันดับที่ 3 พร้อมเงินรางวัล 5,000 หยวน จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดกว่า 50 คน โดยแอปพลิเคชันที่เธอสร้างขึ้นมีชื่อว่า Zai Chang แปลว่า On Site หรืออยู่ตรงนี้ สามารถกวาดคำสั่งซื้อได้ถึง 90 รายการ และทำยอดขายรวมสูงถึง 18,000 หยวน ระบบการทำงานของแอปพลิเคชันนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาของผู้ปกครองยุคใหม่ เพียงแค่ผู้ปกค
