Skip to content
กลับสู่ ข่าวสด
เส้นทางเศรษฐี
  • SMEs
    • Inspiration
    • Exclusive
    • SMEs เกษตร
    • รอบโลก
  • How to
    • หลักสูตรเรียนฟรี
    • ชี้เป้าแหล่งซื้อขาย
    • แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
    • Leadership
    • กฏหมายธุรกิจ
    • เคล็ดลับผู้ประกอบการ
  • แฟรนไชส์
    • แฟรนไชส์บริการ
    • แฟรนไชส์อาหาร – เครื่องดื่ม
    • แฟรนไชส์ เบเกอรี – ของหวาน
    • แฟรนไชส์ประจำเดือน
  • การเงิน และการตลาด
  • ETC.
    • สุขภาพ
    • เสริมดวงเศรษฐี
  • PR News
  • Video Content
ข่าววันนี้

“อุตตม” จัดขบวนทัพนักลงทุนญี่ปุ่นกว่า 300 ราย ส่องทำเลทอง “อีอีซี” เตรียมเร่งดัน 5 บิ๊กโปรเจ็กต์หนุน 10 อุตฯ เป้าหมาย พร้อมดึงโบอิ้ง แอร์บัสร่วมทุน ปี 61

21 กันยายน 2560 เจี๊ยบ

 กระทรวงอุตสาหกรรมนำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจการค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ และคณะนักลงทุนกว่า 300 ราย ลงพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  เผยขณะนี้กำลังเร่งผลักดันให้เกิดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 5 โครงการหลักเพื่อให้มีความพร้อมต่อการลงทุนเร็วที่สุด ได้แก่ 1. การก่อสร้างสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์แห่งที่ 3  2. การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน   3. การพัฒนา 3 ท่าเรือ  4. โครงการดึงดูดอุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 5. การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ พร้อมชี้ 5 เดือนแรกของการตั้งสำนักงานอีอีซีมีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนไปแล้วทั้งสิ้น 160 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 23,400 ล้านบาท และเป็นคำขอใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายกว่า 14,200 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังมีสัญญาณที่ดีที่คาดว่าจะมีการลงนามในสัญญาร่วมทุนกับบริษัทโบอิ้ง และทีจีแอร์บัสในเดือนมีนาคม 2561 รวมทั้ง บริษัทไมโครซอฟท์ อเมซอนดอทคอม ไอบีเอ็ม ที่คาดว่าจะลงนามความร่วมมือในเดือนกันยายน ปี 2560 ใน EEC ดิจิทัลพาร์ค

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า รัฐบาลและหน่วยงานเศรษฐกิจของไทยมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมากที่จะผลักดันยุทธศาสตร์การปฏิรูปอุตสาหกรรม การส่งเสริมการค้าและการลงทุน ตลอดจนการเชื่อมโยงความร่วมมือกับผู้นำทางเศรษฐกิจของโลกด้วยการใช้พื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การต่อยอดการพัฒนาโครงสร้างด้านอื่นๆ ของประเทศ ซึ่งในช่วง 6 เดือนตั้งแต่มีนาคม – สิงหาคมที่มีการจัดตั้งสำนักงาน EEC ขึ้นอย่างเป็นทางการนั้น ภาพของโครงการก็เริ่มมีความชัดเจนและเริ่มเห็นสิ่งที่จะเกิดในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ขณะนี้ได้เร่งผลักดันให้เกิดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญเพื่อให้ EEC เป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมในการเป็นทำเลที่ตั้งที่แข็งแกร่งและดีที่สุดต่อการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน โดยยังมุ่งให้เป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ มีความเชื่อมโยงด้านการคมนาคม ประกอบกับการมีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างที่พักอาศัยและสถานที่ทำงานในเมืองแห่งอุตสาหกรรมและเมืองแห่งการท่องเที่ยวระดับโลก ด้วย 5 โครงการหลัก คือ

·  การก่อสร้างสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์แห่งที่ 3 โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มจำนวนผู้โดยสารเป็น 15 ล้านคนในระยะ 5 ปี ซึ่งเฟสแรกอาจพัฒนาเป็นแอร์พอร์ตซิตี้ มีอาคารผู้โดยสาร รันเวย์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบิน เช่น อุตสาหกรรมการซ่อมอากาศยาน ส่วนเฟสที่ 2 มีเป้าหมายในการพัฒนาให้เป็นมหานครการบินที่รองรับจำนวนผู้โดยสารได้ 30 ล้านคนในอีก 10 ปี และ 60 ล้านคนในอีก 15 ปี โดยสนามบินนี้จะใช้ประโยชน์ได้ทั้งทางคมนาคม โลจิสติกส์ ผนวกเข้ากับการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

·    การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นแผนงานที่รองรับโครงการพัฒนาด้านโลจิสติกส์เพื่อให้เกิดการเดินทางโดยรถไฟความเร็วสูงที่ไร้รอยต่อ สามารถรองรับความต้องการการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น

·    การพัฒนาท่าเรือ 3 ท่าเรือ (แหลมฉบัง-สัตหีบ-มาบตาพุด) โดยการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะ 3 เพื่อให้เกิดศักยภาพในการรองรับการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น อาทิ การส่งออกรถยนต์ 3 ล้านคัน/  รองรับเรือขนส่งขนาดความจุ 1.6 แสนตัน ขณะที่ท่าเรือมาบตาพุดระยะ 3 จะพัฒนาเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของสาธารณูปโภคหลักในการรองรับการขนส่งสินค้าเหลว ก๊าซธรรมชาติ และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และท่าเรือสัตหีบ   จะปรับปรุงให้สามารถรองรับด้านการท่องเที่ยวเรือขนาดใหญ่ที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไว้ด้วยกัน

·  โครงการดึงดูด 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งจะใช้การเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงกับประเทศชั้นนำต่างๆ และจัดตั้งโซนพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรม S – Curve เข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังคาดหวังอานิสงส์ที่ญี่ปุ่นอาจลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในไทยมาก่อน โดยในระยะเวลา 5 ปีแรกคาดการณ์ไว้ว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 14 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 5 แสนล้านบาท โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต การบิน หุ่นยนต์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแพทย์ครบวงจร และปิโตรเคมีและเคมีชีวภาพ

·        การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco–Cities)  โดยจะพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนด้วยการจัดระบบอนุรักษ์ ฟื้นฟูและป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติไม่ให้กระทบกับประชาชน ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ยังได้กำหนดแนวความคิด Smart ที่จะนำมาปรับใช้ในการพัฒนาเมือง 3 รูปแบบคือ Smart City (เมืองอัจฉริยะ) ซึ่งจะเป็นเมืองที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ เพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น Smart Growth โดยออกแบบให้เป็นเมืองกระชับ มีการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสานและประชากรสามารถเดินและใช้จักรยานได้ และ Low Carbon Society (LCS) หรือสังคมที่ร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซาร์บอนไดออกไซด์จากชีวิตประจำวันและอุตสาหกรรม ทั้งนี้ มีการประเมินงบการลงทุน รวมทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนภายในระยะเวลา 5 ปีแรกว่า โครงการต่างๆ ที่จะถูกพัฒนาขึ้นมานั้นน่าจะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท

ดร.อุตตม กล่าวเสริมว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของการจัดตั้งโครงการ EEC อย่างเป็นทางการ (มี.ค. – ก.ค.) ได้มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนไปแล้วทั้งสิ้น 160 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 23,400 ล้านบาท เป็นคำขอใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายกว่า 14,200 ล้านบาท และมีการประกาศเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในพื้นที่อีก 1,466 ไร่ ในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดจังหวัดระยอง ที่อยู่ในความดูแลของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ในส่วนของขั้นตอนการติดตามและชักชวนนักลงทุนยังได้มีการเสนอนโยบายไปยังธุรกิจยักษ์ใหญ่ต่างๆ อาทิ บีเอ็มดับเบิ้ลยู นิสสัน หัวเหว่ย ซัมซุง อาลีบาบากรุ๊ป ฟูจิฟิล์ม แอร์เอเชีย สำหรับกลุ่มบริษัทที่อยู่ระหว่างทำการศึกษาและวิเคราะห์รายละเอียดโครงการลงทุนร่วมกับนักลงทุนนั้น ได้แก่ โบอิ้ง และแอร์บัส และคาดว่าจะมีการลงนามในสัญญาร่วมทุนในเดือนมีนาคม 2561 ส่วนทางด้านลาซาด้ากรุ๊ป ได้มีการจัดทำมาตรการส่งเสริมแล้วเสร็จและกำลังอยู่ระหว่างเจรจารอบสุดท้าย และในส่วนของการประสานความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลในการชักชวนให้เกิดการลงทุนใน EEC ดิจิทัลพาร์ค ยังคาดว่าจะมีทั้งบริษัทไมโครซอฟท์ อเมซอนดอทคอม ไอบีเอ็ม คาเลสติก้า ลงนามความร่วมมือในเดือนกันยายน ปี 2560

ส่วนความคืบหน้าของนโยบายต่างๆ อาทิ โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายแล้ว 17 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ กระบวนการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการการกำหนดลักษณะเงื่อนไขซึ่งจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี ทางด้านการท่องเที่ยว ได้กำหนดลักษณะของ 3 เมืองที่มีการวางแผนอย่างสมบูรณ์แล้วคือ Thai Way of Life (ฉะเชิงเทรา) Modern of The East (ชลบุรี) และ Biz City (ระยอง) การกำหนดเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) และเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก  (EECi) กำลังอยู่ในช่วงหาคู่สัญญา ส่วน 2 ปัจจัยสำคัญอย่างน้ำประปาและพลังงาน มีการวางแผนที่สมบูรณ์และได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว นอกจากนี้ในเรื่องของกฎหมาย EEC จะถูกนำเข้ารัฐสภาในเดือนถัดไป ดร.อุตตม กล่าวปิดท้าย

เมื่อเร็วๆนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังได้นำนายฮิโรชิเกะ เซโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจการค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น พร้อมด้วยผู้นำหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ และคณะนักลงทุนอีกกว่า 300 ราย ร่วมรับฟังนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา พร้อมสำรวจพื้นที่ที่เอื้อต่อการลงทุนในเขตนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง นิคมอุตสาหกรรมเหมราช สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ และสำนักงานวิทยสิริเมธี โดยหลังจากร่วมรับฟังนโยบายดังกล่าวแล้ว คาดว่าจะมีนักลงทุนญี่ปุ่นให้ความสนใจขอลงทุนในพื้นที่โครงการฯ ได้อย่างแน่นอน

Latest Posts

"ข้าวแช่นารา" จับใจจู "จูเลีย มอร์ลีย์" ชิมครั้งแรกติดใจ
Featured ข่าววันนี้
“ข้าวแช่นารา” จับใจจู “จูเลีย มอร์ลีย์” ชิมครั้งแรกติดใจ ยอดขายทะลุ 10,000 เซ็ต ดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยสู่เวทีนางงามโลก

กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง  นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์  ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท

16 พฤษภาคม 2569
Featured รอบโลก
‘จาง จุนเจี๋ย’ อดีตเด็กกำพร้าเร่ร่อน สู่มหาเศรษฐีหมื่นล้านในวัย 33 ปี เจ้าของ CHAGEE แบรนด์ชานมยอดฮิต ขยายไปแล้วกว่า 6,000 สาขา

เรียกได้ว่ากระแสร้านชาในปัจจุบัน ได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก อีกทั้งหลายแบรนด์ยังมีการปรับรสชาติให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น อาทิ CHAGEE (ชาจี) แบรนด์ชานมเจ้าดังจากจีน ที่ขยายสาขาไปแล้วกว่า 6,000 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเข้ามาบุกตลาดไทยสาขาแรก ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ โดย บริษัท อีสบริดจ์ จำกัด และ บริษัท ที เนชั่น จำกัด   จากอดีตเด็กกำพร้า-ลูกมือร้านชานมไข่มุก Zhang Junjie (จาง จุนเจี๋ย) มหาเศรษฐีผู้สร้างตัวด้วยตัวเอง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ CHAGEE (ชาจี) แบรนด์ชานมระดับโลก  ย้อนกลับไปตอนที่เขาอายุเพียง 10 ขวบ เขาต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่จนกลายเป็นเด็กกำพร้าหลังจากที่พ่อและแม่ของเขาเสียชีวิต  โดยเขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน และต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่บนท้องถนนนานถึง 7 ปี โดยไม่มีบ้านอยู่เป็นหลักแหล่งและไม่ได้รับการศึกษาในระบบ ต่อมา จาง จุนเจี๋ย เคยทำงานเป็นลูกมือในร้านชานมไข่มุกมาก่อน และทำให้เขาได้รับประสบการณ์ด้านการดูแลกิจการ ขณะทำงานที่บริษัทสตาร์ทอัปแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ หลังจากนั้นจึงได้ก่อตั้งแบรนด์ CHAGEE ขึ้น  กำเ

30 สิงหาคม 2569
PR News
เปิดใจ 2 ร้านสุดปัง โกยออร์เดอร์ทะลุล้าน-ยอดขายโต 10 เท่า ถอดสูตรความสำเร็จดีลิเวอรีพร้อมลุย “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40”

ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก่อนที่จะเปิดให้ร้านอาหารลงทะเบียนเลือกเข้าร่วมแพลตฟอร์มดีลิเวอรีในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ หลายแพลตฟอร์มได้ทำแคมเปญพิเศษเพื่อขานรับโครงการ อย่างแกร็บฟู้ดที่มีการลดค่าคอมมิชชันให้เหลือ 9% แถมด้วยแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ถึง 10 เด้งเพื่อสนับสนุนเหล่าร้านอาหาร ซึ่งหากย้อนดูความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อปีที่ผ่านมา มีร้านอาหารหลายแห่งที่สามารถต่อยอดโอกาสจากโครงการดังกล่าวจนสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ที่สามารถสร้างรายได้ทะลุหลักล้าน และ “PREP & POUR by Kitchen 501” ที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่องสูงเกือบ 10 เท่าแม้จะจบโครงการไปแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในการเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสใหญ่ที่กำลังจะมาถึง “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ราคาดี ระบบเป๊ะ สูตรลับยอดขายโตทะลุล้าน  สำหรับร้าน “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ภายใต้การดูแลของ นุ้ย – อรุณี เอื้อวิทยาศุภร เบื้องหลังยอดขายทะลุล้านมาจากแนวคิด “อาหารคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้” รวมถึงการใช้กลยุทธ์เพิ่มมู

4 มิถุนายน 2569
PR News
เปิดใจ “GrabRanger” กลุ่มไรเดอร์จิตอาสา เจ้าของฉายา “ฮีโร่แห่งท้องถนน” กับภารกิจส่งต่อสิ่งดีๆ ในสังคม

เวลาบนท้องถนนทุกนาทีล้วนมีค่า โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์ เพราะนั่นคือโอกาสทองในการสร้างรายได้ แต่มีไรเดอร์กลุ่มหนึ่งที่เลือก “เสียสละ” เวลาในการหารายได้เพื่อช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน โดยไม่เคยคาดหวังคำขอบคุณหรือค่าตอบแทนใดๆ พวกเขาเหล่านี้เรียกตัวเองว่า “GrabRanger” กลุ่มไรเดอร์จิตอาสา ที่จะคอยช่วยเหลือกันในคอมมูนิตี้คนขับ รวมถึงผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ ที่พวกเขาพบเห็น แม้จะมีเส้นทางชีวิตที่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ GrabRanger มีเหมือนกันคือ “จิตสาธารณะ” ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ ซึ่งช่วยเติมเต็มวันดีๆ ให้กับพวกเขาและส่งต่อพลังบวกให้เกิดขึ้นในสังคมในฐานะ “ฮีโร่แห่งท้องถนน” จากวันที่ไม่มีใครหยุดช่วย…สู่คนที่ไม่เคยละเลยใคร จุดเริ่มต้นกลุ่ม GrabRanger เริ่มจาก “ประสบการณ์ตรง” ของ เชิดชัย ภานุวงศ์ หรือ “พี่เชิด” ไรเดอร์วัย 58 ปี หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง GrabRanger ที่เคยเผชิญปัญหาบนถนนเพียงลำพัง “ตอนนั้นผมน้ำมันหมดกลางทาง ต้องเข็นรถบนถนนอยู่คนเดียวไกลมากๆ มีรถเป็นร้อยๆ คันที่ขับผ่านมาก็ขับผ่านไปเฉยๆ ไม่มีใครช่วยเลย มันรู้สึกท้อใจมาก แต่แล้วก็มีคนหนึ่งยอมจอดลงมาช่วยเข็นรถผมไปด้วยกันจนถึงปั๊มใกล้เคียง วินาทีนั้นผม

19 พฤษภาคม 2569

Tags

Related Posts

PR News ข่าววันนี้
ฟิตเนส เฟิรส์ท เผยเทรนด์คนเมืองยุคใหม่เลือกออกกำลังกาย ‘สั้นแต่เข้มข้น’ ใช้เวลาน้อยแต่ผลลัพธ์ชัด

เมื่อเวลาและไลฟ์สไตล์ของคนเมืองกลายเป็นโจทย์สำคัญในการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายในวันนี้จึงไม่ได้วัดกันที่ใช้เวลานานแค่ไหน แต่คือเวลาที่ใช้ให้ผลลัพธ์ได้มากแค่ไหน ส่งผลให้การออกกำลังกายแบบ “สั้นแต่เข้มข้น” ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะการออกกำลังกายรูปแบบ HIIT (High Intensity Interval Training) ที่ผสานช่วงการออกกำลังกายความเข้มข้นสูงเข้ากับช่วงพักหรือการออกแรงในระดับที่เบาลง ช่วยให้การฝึกมีความท้าทายและสามารถพัฒนาสมรรถภาพร่างกายได้ในระยะเวลาที่กระชับ จากข้อมูลของ ฟิตเนส เฟิรส์ท พบว่า จำนวนผู้เข้าร่วมคลาส HIIT เฉลี่ยอยู่ที่ 17,000 คนต่อเดือน เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10% เมื่อเทียบกับปี 2025 สะท้อนความสนใจของคนออกกำลังกายที่มองหาคลาสที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องเวลาและประสิทธิภาพ โดยความหลากหลายของคลาส HIIT ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายของตนเองได้ ตั้งแต่การสร้างความแข็งแรง ความอึด ไปจนถึงการพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย  คุณพาขวัญ สุพานิชรัตนา National Health and Fitness Manager บริษัท อีโวลูชั่น เวลล์เนสส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า โจทย์ของการออกกำลังกายยุคนี้ไม่ใช่แค่สุขภาพดี แต่คือการใช้เวลาให้คุ้ม

7 กันยายน 2569
ข่าววันนี้
ทีวียังไม่ตาย แต่กำลังเปลี่ยนผ่าน จากยุคไล่ล่าเรตติ้ง สู่จอโฆษณาที่สร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์

“ผมไม่คิดว่าทีวีจะไม่มีวันตาย แต่ทีวีต้องเปลี่ยนแน่นอน โจทย์ใหม่ของสถานีโทรทัศน์และนักการตลาดในวันนี้ไม่ใช่การวิ่งไล่ตามตัวเลขเรตติ้งแบบเดิม ๆ แต่คือการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Demand Generator หรือผู้สร้างความต้องการซื้อ ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าทางธุรกิจ (Brand Equity) ให้แก่แบรนด์ โดยใช้ทีวีเป็นฐานในการสร้างความน่าเชื่อถือ และใช้สื่อออนไลน์ในการปิดการขาย” -ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) เผยมุมมองการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมสื่อในงานเสวนา TV Demand Generator 2026 จัดขี้นโดย สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย), สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และ สภาวิชาชีพกิจการการแพร่ภาพและการกระจายเสียง (ประเทศไทย) โดย MAT ชี้ชัด “ทีวียังไม่ตาย” แต่กำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคการไล่ล่าเรตติ้ง สู่โจทย์ใหม่ในการเป็นเครื่องมือสร้างความต้องการซื้อ (Demand Generator) และสร้างความไว้วางใจเพื่อสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้แก่แบรนด์ในระยะยาว ชู 3 จุดแข็ง “Universal – Companion – Trusted” ที่สื่อออนไลน์ไม่สามารถทดแทนได้ หวังกระตุ้นนักการตล

7 กันยายน 2569
ถอดกลยุทธ์ “นีเวีย” แบรนด์เยอรมัน เริ่มจากร้านขายยาเล็กๆ สู่ครีมตลับน้ำเงิน ขายแล้ว 1.1 แสนล้านตลับทั่วโลก
Featured ข่าววันนี้
ถอดกลยุทธ์ “นีเวีย” แบรนด์เยอรมัน เริ่มจากร้านขายยาเล็กๆ สู่ครีมตลับน้ำเงิน ขายแล้ว 1.1 แสนล้านตลับทั่วโลก

หลายคนคงคุ้นตากับ “ครีมตลับน้ำเงิน” ของ NIVEA (นีเวีย) ที่อยู่คู่ผู้บริโภคทั่วโลกมาอย่างยาวนาน โดยขายไปแล้วกว่า 1.1 แสนล้านตลับทั่วโลก หรือเฉลี่ย 5 ตลับต่อวินาที โดยปี 2025 สามารถดึงดูดผู้บริโภครายใหม่ได้ถึง 2.6 ล้านคนทั่วโลก ย้อนตำนานนีเวียครองตลาดไทยครบ 100 ปี คุณวราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ก่อนเข้าสู่ประเทศไทยในปี 1926 นีเวียเริ่มมาจากร้านขายยาเล็กๆ ในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี โดย Mr. Paul C. Beiersdorf ทำงานร่วมกับ Dr. Paul Unna แพทย์ผิวหนัง ปี 1882 และ Oscar Troplowitz เภสัชกร เข้ามารับช่วงต่อในปี 1890 ก่อตั้งบริษัท Beiersdorf ขึ้นมา  กระทั่งในปี 1900 ได้มีการคิดค้นสารที่ชื่อว่า Eucerit ขึ้นมาเป็นครั้งแรกของโลก ทำให้น้ำและน้ำมันรวมตัวกันเป็นครีมได้ นับเป็นจุดต้นกำเนิดของการพัฒนาครีมในปัจจุบัน  โดยตั้งชื่อแบรนด์ว่า นีเวีย มาจากภาษาละติน แปลว่า ขาวเหมือนหิมะ ล้อไปกับ NIVEA Creme Tin ที่มีความขาวเนียน ละเอียดเหมือนหิมะ  ซึ่งก่อนจะเป็นครีมตลับเงินอันเป็นภาพจำของผู้บริโภคทั่วโลก แพ็กเกจจิ้งรุ่นแรก คือการใช้ลวดลายแบบ Art Nouveau

7 กันยายน 2569
Trip.com Group เผยเทรนด์ตลาดเช่ารถขับเองทั่วโลกโต 81% ไทยติดกลุ่มตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด
Featured ข่าววันนี้
เปิดเทรนด์นักเดินทางยุคใหม่ “เช่ารถขับเอง” ญี่ปุ่นครองแชมป์ยอดจองโต 119%

Trip.com Group เผยข้อมูลจากรายงานพบว่า นักเดินทางจำนวนมากขึ้นเลือกที่จะสำรวจจุดหมายปลายทางในแบบของตัวเอง โดยการเช่ารถขับเอง ซึ่งเป็นตัวช่วยให้สามารถเดินทางได้อย่างอิสระ เดินทางไปได้ไกลกว่าเส้นทางเดิมๆ และยังได้ค้นพบสถานที่ใหม่ๆ ที่อาจจะเข้าถึงได้ยากกว่าเดิม เทรนด์ประเทศไทย ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นทั้งจุดหมายปลายทางในการเช่ารถขับเองที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นตลาดต้นทางที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยยอดจองรถเช่าเพื่อเดินทางในประเทศไทยเติบโตขึ้น 59% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ยอดจองของนักเดินทางไทยที่มุ่งหน้าไปต่างประเทศพุ่งสูงถึง 78% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดขาออกที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค ผลสำรวจผู้บริโภคตอกย้ำโมเมนตัมนี้อย่างชัดเจน โดย Trip.com เป็นแบรนด์เช่ารถรายเดียวที่มีอัตราการรับรู้แบรนด์สูงกว่า 60% ทั้งในกลุ่มผู้ที่เคยเช่ารถแล้วและกลุ่มที่กำลังพิจารณาเช่ารถ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ไม่มีแพลตฟอร์มอื่นใดในตลาดทำได้ นอกจากนี้ในกลุ่มผู้ใช้งาน Trip.com ที่กำลังตัดสินใจเลือกเช่ารถครั้งต่อไป Trip.com ยังเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ให้การตอบร

5 กันยายน 2569
Featured ข่าววันนี้
SaWaDiKa เพลงใหม่ “ลิซ่า” ขนความเป็นไทยมาจัดเต็ม ทั้ง มวยไทย รถตุ๊กตุ๊ก ว่าวจุฬา

หากจะพูดถึงไอคอนแห่ง Soft Power ไทยที่สร้างอิมแพ็กระดับโลก คงต้องยกให้ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ผู้สร้างปรากฏการณ์ไวรัลได้ทุกครั้งที่ปล่อยผลงาน ตั้งแต่การสอดแทรกอัตลักษณ์ไทย อย่าง ‘ปราสาทพนมรุ้ง’ ในเพลง LALISA หรือการเนรมิต ‘ย่านเยาวราช’ ให้กลายเป็นหมุดหมายระดับโลกในเพลง ROCKSTAR จนมาถึงผลงานล่าสุดอย่าง SaWaDiKa ที่ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมการปักหมุดโลเคชันถ่ายทำในไทยแบบจัดเต็มยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเพลง SaWaDiKa เป็นซิงเกิลแรกจากอัลบั้ม “PRESS PLAY” ที่สร้างปรากฏการณ์ความแรงแบบฉุดไม่อยู่ ด้วยการทำยอดวิวทะลุ 2 ล้านวิวภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง การคัมแบ็กครั้งนี้ ลิซ่า ได้พาเอกลักษณ์ความเป็นไทยไปเฉิดฉายบนเวทีโลกอย่างจัดเต็ม โดยเฉพาะการเลือกใช้ชื่อเพลงว่า “สวัสดีค่ะ” ที่เป็นคำทักทายของคนไทย ภายใน MV ได้มีการสอดแทรกวัฒนธรรมและสัญลักษณ์เด่นของไทยไว้มาครบ ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย, รถตุ๊กตุ๊ก, ว่าวจุฬา, งานผ้าไทย ไปจนถึง ลายไทยประยุกต์ ที่นำมาปรับใช้ให้เข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ด้านเนื้อเพลงมีการสอดแทรกคีย์เวิร์ดภาษาไทยและคำศัพท์ติดหูที่คนต่างชาติคุ้นเคยและเข้าใจง่าย เช่น คำว่า geng mak (เก่งมาก) รวมถึงคำว

4 กันยายน 2569
Featured ข่าววันนี้
กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 1 เมืองที่มีสถานบันเทิงยามค่ำคืน ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026

Time Out สื่อและนิตยสารระดับโลกด้านไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ได้เผยการจัดอันดับ Time Out’s Best Cities for Nightlife 2026 หรือเมืองที่มีสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2026 การจัดอันดับนี้จัดทำขึ้นหลังจากสอบถามความคิดเห็นจากผู้คนกว่า 24,000 คนทั่วโลก เพื่อให้คะแนนวัฒนธรรมยามค่ำคืนในเมืองของตนเอง สอบถามคนท้องถิ่นเกี่ยวกับทุกเรื่อง ตั้งแต่คลับและบาร์ค็อกเทลไปจนถึงค่าใช้จ่ายในการเที่ยวกลางคืน คุณภาพโดยรวมของสถานบันเทิงยามค่ำคืน ความง่ายในการหาชุมชน และความรู้สึกปลอดภัย น่าตื่นเต้น เป็นมิตร และหลากหลายของเมืองนั้นๆ ปรากฏว่า กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 1 มาครอง โดยส่วนใหญ่บอกว่าหาเพื่อนฝูงได้ง่ายในกรุงเทพฯ โดยให้คะแนนสูงถึง 95% เลยทีเดียว นั่นอาจเป็นเพราะความหลากหลายที่มีให้เลือกมากมาย ชีวิตกลางคืนของกรุงเทพฯ ไม่ได้มีแค่คลับใหญ่ๆ เท่านั้น ยังมีบาร์บนดาดฟ้า ร้านค็อกเทลเล็กๆ บาร์ริมทาง ร้านอาหารเปิดดึก และย่าน LGBTQ+ ที่มีชีวิตชีวาเป็นที่รู้จักกันดี ส่วนเบอร์ลินตามมาเป็นอันดับที่ 2 ตามด้วยนิวยอร์กซิตี้ในอันดับที่ 3 โดยมีเมลเบิร์นและเซาเปาโลติด 5 อันดับแรก  เมเดยินครองอันดับที่ 6

3 กันยายน 2569

สำนักงาน บริษัท ข่าวสด จำกัด
หนังสือพิมพ์ข่าวสด - ข่าวสดออนไลน์
ที่อยู่ เลขที่ 40/10 ถนนเทศบาลนิมิตใต้ หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 02-589-0020

ติดต่อโฆษณา
อีเมล: [email protected]
โทร : 02-580-0021 ต่อ 1606

  • SMEs
    • Inspiration
    • Exclusive
    • SMEs เกษตร
    • รอบโลก
  • How to
    • หลักสูตรเรียนฟรี
    • ชี้เป้าแหล่งซื้อขาย
    • แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
    • Leadership
    • กฏหมายธุรกิจ
    • เคล็ดลับผู้ประกอบการ
  • แฟรนไชส์
    • แฟรนไชส์บริการ
    • แฟรนไชส์อาหาร – เครื่องดื่ม
    • แฟรนไชส์ เบเกอรี – ของหวาน
    • แฟรนไชส์ประจำเดือน
  • การเงิน และการตลาด
  • ETC.
    • สุขภาพ
    • เสริมดวงเศรษฐี
  • PR News
  • Video Content