วันที่ 26 ก.ย. มาสเตอร์การ์ดเผย ผลสำรวจจากดัชนีเมืองจุดหมายปลายทางยอดนิยมทั่วโลก ประจำปี 2017 (Mastercard Global Destinations Cities Index 2017) ปรากฏว่า กรุงเทพมหานคร ครองแชมป์ เมืองจุดหมายปลายทางยอดนิยมของโลกเป็นปีที่ 2 แซงหน้าเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของโลกอื่นๆ ทั้ง กรุงลอนดอน กรุงปารีส และนครนิวยอร์ก ส่วนสิงคโปร์ รั้งอันดับที่ 5
สำหรับเมืองจุดหมายปลายทางยอดนิยมประจำปี 2017 ผลสำรวจ 10 อันดับแรกมีดังนี้
1. กรุงเทพ ประเทศไทย
2. กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
3. กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
4. ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
5. สิงคโปร์
6. นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
7. กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
8. กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
9. กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
10. อิสตันบูล ประเทศตุรกี
Latest Posts
กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท
เรียกได้ว่ากระแสร้านชาในปัจจุบัน ได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก อีกทั้งหลายแบรนด์ยังมีการปรับรสชาติให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น อาทิ CHAGEE (ชาจี) แบรนด์ชานมเจ้าดังจากจีน ที่ขยายสาขาไปแล้วกว่า 6,000 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเข้ามาบุกตลาดไทยสาขาแรก ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ โดย บริษัท อีสบริดจ์ จำกัด และ บริษัท ที เนชั่น จำกัด จากอดีตเด็กกำพร้า-ลูกมือร้านชานมไข่มุก Zhang Junjie (จาง จุนเจี๋ย) มหาเศรษฐีผู้สร้างตัวด้วยตัวเอง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ CHAGEE (ชาจี) แบรนด์ชานมระดับโลก ย้อนกลับไปตอนที่เขาอายุเพียง 10 ขวบ เขาต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่จนกลายเป็นเด็กกำพร้าหลังจากที่พ่อและแม่ของเขาเสียชีวิต โดยเขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน และต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่บนท้องถนนนานถึง 7 ปี โดยไม่มีบ้านอยู่เป็นหลักแหล่งและไม่ได้รับการศึกษาในระบบ ต่อมา จาง จุนเจี๋ย เคยทำงานเป็นลูกมือในร้านชานมไข่มุกมาก่อน และทำให้เขาได้รับประสบการณ์ด้านการดูแลกิจการ ขณะทำงานที่บริษัทสตาร์ทอัปแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ หลังจากนั้นจึงได้ก่อตั้งแบรนด์ CHAGEE ขึ้น กำเ
ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก่อนที่จะเปิดให้ร้านอาหารลงทะเบียนเลือกเข้าร่วมแพลตฟอร์มดีลิเวอรีในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ หลายแพลตฟอร์มได้ทำแคมเปญพิเศษเพื่อขานรับโครงการ อย่างแกร็บฟู้ดที่มีการลดค่าคอมมิชชันให้เหลือ 9% แถมด้วยแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ถึง 10 เด้งเพื่อสนับสนุนเหล่าร้านอาหาร ซึ่งหากย้อนดูความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อปีที่ผ่านมา มีร้านอาหารหลายแห่งที่สามารถต่อยอดโอกาสจากโครงการดังกล่าวจนสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ที่สามารถสร้างรายได้ทะลุหลักล้าน และ “PREP & POUR by Kitchen 501” ที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่องสูงเกือบ 10 เท่าแม้จะจบโครงการไปแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในการเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสใหญ่ที่กำลังจะมาถึง “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ราคาดี ระบบเป๊ะ สูตรลับยอดขายโตทะลุล้าน สำหรับร้าน “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ภายใต้การดูแลของ นุ้ย – อรุณี เอื้อวิทยาศุภร เบื้องหลังยอดขายทะลุล้านมาจากแนวคิด “อาหารคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้” รวมถึงการใช้กลยุทธ์เพิ่มมู
เวลาบนท้องถนนทุกนาทีล้วนมีค่า โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์ เพราะนั่นคือโอกาสทองในการสร้างรายได้ แต่มีไรเดอร์กลุ่มหนึ่งที่เลือก “เสียสละ” เวลาในการหารายได้เพื่อช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน โดยไม่เคยคาดหวังคำขอบคุณหรือค่าตอบแทนใดๆ พวกเขาเหล่านี้เรียกตัวเองว่า “GrabRanger” กลุ่มไรเดอร์จิตอาสา ที่จะคอยช่วยเหลือกันในคอมมูนิตี้คนขับ รวมถึงผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ ที่พวกเขาพบเห็น แม้จะมีเส้นทางชีวิตที่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ GrabRanger มีเหมือนกันคือ “จิตสาธารณะ” ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ ซึ่งช่วยเติมเต็มวันดีๆ ให้กับพวกเขาและส่งต่อพลังบวกให้เกิดขึ้นในสังคมในฐานะ “ฮีโร่แห่งท้องถนน” จากวันที่ไม่มีใครหยุดช่วย…สู่คนที่ไม่เคยละเลยใคร จุดเริ่มต้นกลุ่ม GrabRanger เริ่มจาก “ประสบการณ์ตรง” ของ เชิดชัย ภานุวงศ์ หรือ “พี่เชิด” ไรเดอร์วัย 58 ปี หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง GrabRanger ที่เคยเผชิญปัญหาบนถนนเพียงลำพัง “ตอนนั้นผมน้ำมันหมดกลางทาง ต้องเข็นรถบนถนนอยู่คนเดียวไกลมากๆ มีรถเป็นร้อยๆ คันที่ขับผ่านมาก็ขับผ่านไปเฉยๆ ไม่มีใครช่วยเลย มันรู้สึกท้อใจมาก แต่แล้วก็มีคนหนึ่งยอมจอดลงมาช่วยเข็นรถผมไปด้วยกันจนถึงปั๊มใกล้เคียง วินาทีนั้นผม
