เมื่อเวลา 23.25 น. วันที่ 5 ตุลาคม ที่ท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดคัดกรองประชาชนเข้ากราบพระบรมศพทั้ง 2 จุด ได้แก่ จุดพระแม่ธรณีบีบมวยผม และจุดโรงเรียนรักษาดินแดน จะปิดพร้อมกันในเวลา 24.00 น. เช่นเดียวกับพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทที่จะปิดไม่ให้ประชาชนเข้ากราบในเวลาเดียวกัน โดยสำนักพระราชวังจะจัดให้ประชาชนที่ผ่านจุดคัดกรองก่อนเวลา 24.00 น. แต่ยังเดินมาไม่ถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ให้กราบพระบรมศพที่บริเวณกำแพงแก้วด้านหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทจนหมด ทั้งนี้ ขณะนี้ยังมีประชาชนเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง โดยมาถึงได้นั่งที่เต็นท์รอคอยทันที ก่อนใช้เวลาไม่นานได้เข้ากราบพระบรมศพ
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ประชาชนบางส่วนนำดอกไม้มาวางข้างกำแพง พระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายสักการะพระบรมศพเป็นครั้งสุดท้าย


ที่มา มติชนออนไลน์
Latest Posts
อยากเปิดร้าน “แซนด์วิชฟาร์มเฮ้าส์” มาทางนี้! เริ่มต้นง่ายๆ ไม่มีประสบการณ์ก็ทำได้ บอกทุกขั้นตอนตั้งแต่เลือกทำเล-ฝึกอบรม ใครหลายคนคงคุ้นเคยกับเพลง “ฟาร์มเฮ้าส์…สดใหม่ทุกเช้า ฟาร์มเฮ้าส์หอมกรุ่นจากเตา” เป็นอย่างดี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นแบรนด์ขนมปังอันดับ 1 ในใจคนไทย ด้วยความอร่อย สดใหม่ และราคาเข้าถึงง่าย นอกจากขนมปังแล้ว ฟาร์มเฮ้าส์ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ ด้วยแฟรนไชส์แซนด์วิชที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน แซนด์วิช เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ด้วยความสะดวก รวดเร็ว และอร่อย ทำให้แซนด์วิชกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับมื้ออาหารหลากหลายมื้อ ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า มื้อกลางวัน หรือแม้แต่ของว่างระหว่างวัน ดังนั้น การลงทุนแฟรนไชส์แซนด์วิชฟาร์มเฮ้าส์ จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ ด้วยแบรนด์ที่แข็งแกร่ง การสนับสนุนจากทางบริษัท และสูตรเด็ดเฉพาะของฟาร์มเฮ้าส์ ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจแซนด์วิชเป็นเรื่องง่ายและมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง แฟรนไชส์คนไทย ร้อยสาขา จัดโปร ลงทุน 0 บาท เงินประกัน เลิกขายได้คืน โ
“อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงซอฟต์พาวเวอร์ของไทย แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ทว่าในขณะที่อุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังเติบโต ตลาดแรงงานกลับเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากร โดยคาดว่าช่วงปี 2568-2572 ไทยจะต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและ Future Food มากกว่า 47,000 คน ช่องว่างดังกล่าวจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคการศึกษาในการเร่งสร้างบุคลากรคุณภาพ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย และผลักดัน “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ให้เกิดขึ้นได้จริง นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกลุ่มดุสิตธานีในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการคือ การสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการผลิตบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ระดับโลก ขณะเดียวกัน ยังเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ สอดรับกับนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” เนื่องจากประเทศไทยมีข้อได้เปรียบในฐานะแหล่งผลิตวัตถุดิบและอาหาร แต่ที่ผ่านมาอาจจะยังขาดการยกระดับไปสู่ตลาดโลกและกลุ่มอา
กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท
หากการเปิดร้านอาหาร ไม่ได้เป็นเพียงการส่งต่อความอร่อย แต่ยังเป็นการส่งต่อ “วัฒนธรรมที่กินได้” ควบคู่ไปกับการ “สร้างคุณค่าและโอกาสให้ผู้สูงวัย” ได้มีอาชีพ มีรายได้ และกลับมามองเห็นคุณค่าในตัวเอง “เราเห็นแววตาเขาเปลี่ยน โฟนว่ามันเป็นมิชชั่นอันหนึ่งคือการทำให้คนกลับมาเห็นคุณค่าตัวเอง มันมีความหมายมากกว่าแค่เปิดร้านอาหารขึ้นมาหนึ่งร้านเพื่อรักษาสูตรที่จะหายไป” นี่คือเรื่องราวของ “Hub-rare” (หาบเร่) ร้านอาหารพื้นบ้านอยุธยาหรือฟาสต์ฟู้ดสไตล์ชาวบ้าน ของ คุณโฟน-เนตรนภางค์ หงษ์อุปถัมภ์ไชย ร้านเล็กที่ให้คุณค่ากับทุกคนที่อยู่เบื้องหลังอาหารทุกจาน “หาบเร่” ฟาสต์ฟู้ดสไตล์อยุธยา คุณโฟนเติบโตมาในจังหวัดอ่างทอง เพราะครอบครัวดำเนินกิจการโรงอิฐอยู่ในอำเภอป่าโมก ขณะเดียวกันยังมีธุรกิจร้านอาหาร Grand Chaopraya (แกรนด์เจ้าพระยา) ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบ้านเกิดของคุณแม่ที่หลงใหลในการทำอาหาร จึงเปิดให้บริการร้านนี้มามากกว่า 10 ปี จากนั้นได้ต่อยอดธุรกิจสู่โครงการThe Wine Ayudhya (เดอะไวน์ อยุธยา) และ The Artisans Ayutthaya (ดิ อาร์ทิซานส์ อยุธยา) ซึ่งในตอนแรกตั้งใจพัฒนาเป็นโรงแรม แต่ความคิดนั้นได้เปลี่ยนไป
