ข่าววันนี้
สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพรปีใหม่ 2562 ปวงชนชาวไทย ขอให้ประสบแต่ความสุขความเจริญ เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 28 ธันวาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปยังด้านหน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทรงบาตรพระสงฆ์จำนวน 100 รูป เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2562 โอกาสนี้ เลขาธิการสภากาชาดไทยทูลเกล้าฯ ถวายของขวัญ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ทูลเกล้าฯ ถวายปฏิทินประจำปี 2562 จากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพรปีใหม่ แก่บุคลากรสภากาชาดไทย ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่เฝ้าฯ รับเสด็จ เพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดปี ความว่า “เนื่องในโอกาสวันส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ ที่เรียกว่าหมาไปหมูมา ในคราวนี้ก็เหมือนเดิม ขออวยพรให้ทุกๆ ท่านประสบแต่ความสุขความเจริญ ทั้งอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ มีอะไรอยากได้อะไรก็ได้สมความปรารถนา สมกับที่ได้ช่วยงานกันมา จนเหนื่อยกันมามาก ตลอดปีนี้ก็มีสิ่งที่ดีที่เพิ่มขึ้นมาด้วยความช่วยเหลือของทุกๆ ท่าน บุญทั้งหลายนี
ลมฟ้าแปรปรวน ต้อนรับปีใหม่ อุณหภูมิลดฮวบ 5-8 องศา แถมมีฝน! ประกาศ กรมอุตุนิยมวิทยา “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบถึงวันที่ 2 มกราคม 2562)” ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2561 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศลาว และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่เข้าปกคลุมภาคกลางและภาคตะวันออกในวันพรุ่งนี้ และจะปกคลุมประเทศไทยตอนบนถึงวันที่ 2 มกราคม 2562 ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือในช่วงวันที่ 28-30 ธันวาคม 2561 ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีผลกระทบ ดังนี้ ในช่วงวันที่ 28-29 ธันวาคม 2561 ประเทศไทยตอนบน จะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 29 ธันวาคม 2561 – 2 มกราคม 2562 อากาศจะหนาวเย็นลง อุณหภูมิลดลง 5-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ที่จะเกิดขึ้น และดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่
ดวงประจำวันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2561 ราศีใดยังรื่นเริงสุขสบาย ราศีใดมีชัยชนะทางการงาน : ดวงใครดวงมัน โดย หมอทรัพย์ สวนพลู ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านได้รับเชิญไปในงานรื่นเริงที่ญาติมิตรหรือเพื่อนบ้านจัดขึ้น โดยไม่มีความหวาดเกรงต่อภัยอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น แม้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นท่านก็ไม่เป็น อันตรายใดๆ ยังคงรื่นเริงสุขสบายดี ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านได้รับความช่วยเหลือจากญาติมิตรที่มีอำนาจอิทธิพลในสังคมเดียวกัน มีความสงสารญาติมิตรที่จะต้องห่างไกลกันระยะหนึ่ง ผู้ที่ท่านเคยช่วยเหลือจะติดต่อกลับมาหา แต่บัดนี้เขาช่วยตนเองได้แล้ว ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. ท่านอาจจะมีปากเสียงเถียงทะเลาะกับผู้ใหญ่ คนที่จะเข้ากับท่านนั้นหายากเต็มที แต่ได้รับการช่วยเหลือในด้านการเงิน การงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ชัยชนะทางการงานเป็นของท่าน ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค. ท่านได้รับความนิยมยินดีจากญาติมิตร ผู้ที่เคยเป็นศัตรูก็เปลี่ยนท่าทีเป็นมิตร สตรีที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง จะเอื้อเฟื้อต่อท่านในเรื่องอาชีพต่างๆ ผู้มีบริวารมากจะแบ่งคนมาให้ท่านใช้สอยด้วย ราศ
เกษตรจี้จ่ายเงินชาวสวนยาง ให้ทันฉลองปีใหม่ ล็อตแรก 27-29 ธ.ค. กยท.ประเดิมงวดแรก 161 ล้านบาท นายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในทีประชุมผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯว่า ได้สั่งการให้เร่งจ่ายเงินให้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ที่ได้ลงทะเบียนไว้กับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ประมาณ 10% หรือประมาณ 1 แสนรายทั่วประเทศ ภายในวันที่ 27-29 ธ.ค.2561 เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ช่วยเหลือสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพเกษตรกรชาวสวนยางและคนกรีดยางภายใต้วงเงินเกือบ 1.8 หมื่นล้านบาท โดยช่วยเหลือเป็นเงิน 1,800 บาทต่อไร่ ไม่เกินรายละ 15 ไร่ ให้แบ่งจ่ายกับเจ้าของสวน 1,100 บาท และคนกรีด 700 บาท “รอบแรกที่ลงทะเบียนแล้วควรจ่ายเงินให้ชาวสวนก่อนปีใหม่ ภายใน 27-29 ธ.ค.นี้ และให้กลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์ที่มีความเข้มแข็งเร่งรวบรวมยางพารา เพื่อปรับตัวเป็นผู้ส่งออก แข่งกับ 5 เสือให้ได้” ด้านนายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการด้านบริหาร กยท.กล่าวว่า หลังรัฐบาลมีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางตลอ
เมื่อก่อนเวลาพูดถึงการท่องเที่ยว มีผู้ให้นิยามสั้นๆ ว่า ขอให้มีองค์ประกอบ “ชม ชิม ช็อป” ถือว่าครบสูตร แต่สมัยนี้ ต้อง “ชม ชิม ช็อป แชะ แชร์” จึงจะครบสูตร เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ใครๆ ก็เป็นช่างภาพได้ สมัยที่โทรศัพท์กับกล้องยังไม่รวมกัน คนที่จะมีกล้องถ่ายรูป ต้องเป็นเรื่องของใจรัก หรือไม่ก็ต้องมีเงินเหลือใช้ ซื้อมาแล้วยังยุ่งยาก ต้องมาเรียนรู้อีกว่า ใช้งานยังไง แม้มีกล้องรุ่น “ปัญญาอ่อน” ออกมาช่วยแก้ปัญหานี้ไปได้บ้าง แต่ยังต้องเรียนรู้ในระดับหนึ่งอยู่ดี คนที่ทำธุรกิจอย่างชาญฉลาด ไม่ปล่อยโอกาสให้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ ผ่านหน้าไปเฉยๆ พวกเขาหยิบฉวยเอามาเป็น “ส่วนเสริม” ให้ธุรกิจมีเสน่ห์ได้อย่างลงตัว เริ่มจากยุคแรก ที่เน้นการจัดบรรยากาศร้านและสภาพแวดล้อมให้พร้อม “ถูกถ่ายรูป” มองมุมไหนก็ดูดีมีความสวยงาม จากที่หวงห้าม ก็กลายเป็นปล่อยให้ถ่ายรูปได้ตามใจชอบ ไปที่ไหน ไม่ให้ถ่ายรูป ดูจะขัดใจลูกค้าอย่างรุนแรง จากนั้นเริ่มพัฒนาการไปสู่ การจัดมุมให้ถ่ายรูป คือ บางทีจัดทั้งพื้นที่คงบาดเจ็บจากค่าใช้จ่าย แต่การเลือกมุมเด็ดมุมโดนแค่ไม่กี่มุม หรือแค่มุมเดียวก็ได้ ทำให้กลายเป็น “มุมห้ามพล
ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ โดยปรับปรุงอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือในกลุ่มสาขาอาชีพช่างเครื่องกล กลุ่มสาขาอาชีพอุตสาหกรรมศิลป์ กลุ่มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ และกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ รวม 19 อาชีพ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพข้อเท็จจริงในปัจจุบัน ทั้งนี้ คณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 20 มีมติในวันที่ 17 ตุลาคม 2561 ให้ปรับปรุงอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือดังกล่าว 19 อาชีพ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป ได้แก่ 1. สาขาอาชีพช่างสีรถยนต์ ระดับ 1 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 440 บาท ระดับ 2 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 550 บาท และระดับ 3 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 585 บาท 2. สาขาอาชีพช่างเคาะตัวถังรถยนต์ ระดับ 1 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 465 บาท ระดับ 2 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 560 บาท และระดับ 3 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 650 บาท 3. สาขาอาชีพช่างซ่อมรถยนต์ ระดับ 1 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 400 บาท ระดับ 2 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 490 บาท และระดับ 3 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 585 บาท 4. สาขาอาชีพช่างเย็บ ระดับ 1 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 345 บาท ระดับ 2 เป็นเงินไ
“ฟาร์มไข่มุก” ไม่ได้ทำกันง่ายๆ เลี้ยงหอย 100 ตัว ได้มุก 30 เม็ด! ปัจจุบัน ฟาร์มไข่มุกกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของภูเก็ตไปเสียแล้ว นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นคนไทย คนต่างชาติ โดยเฉพาะคนจีนจะพากันไปดูการทำฟาร์มไข่มุก ผมเองก็ไปดูไปชมกับเขาเหมือนกัน ฟาร์มไข่มุกที่ว่านี้มีชื่อว่า บริษัท ภูเก็ต เพิร์ล อินดัสทรี จำกัด ตั้งอยู่บริเวณอ่าวระบำทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ตในแถบทะเลอันดามัน เป็นฟาร์มที่ตั้งอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 1 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางด้วยเรือประมาณ 5 นาทีเท่านั้น ที่ฟาร์มจะมีพนักงานของบริษัทให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวและอธิบายถึงการเพาะเลี้ยงไข่มุกจากหอยอย่างคร่าวๆ ให้ทุกคนที่ไปเยี่ยมชมได้รับรู้ วันนั้นเราโชคดีที่มี คุณศรันย์ สมรักษ์ พนักงานระดับหัวหน้าได้เป็นผู้อธิบาย เราจึงได้รู้ว่า ทะเลรอบเกาะภูเก็ตเป็นที่เหมาะสมในการเลี้ยงมุก เพราะมีสภาพแวดล้อมที่มีการขึ้นลงของน้ำ 2 ครั้ง ต่อวัน ทำให้มีผลให้เกิดอาหารของหอยมุกตามธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ อุณหภูมิของน้ำทะเลก็พอเหมาะ หอยมุกชอบ ทำให้ช่วยในการเจริญเติบโตของหอยมุก ที่สำคัญเป็นทะเลเปิด น้ำทะเลหมุนเวียนได้ทั้งปี ทำให
รอคิวข้ามคืน ปล่อยกู้แท็กซี่หมื่นล้านวันแรกแน่น ยันไม่ใช้งบรัฐ อุตตม โผล่เปิดงาน! ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2561 เวลา 08:30 น. ที่อาคารอิมแพคฟอรัม เมืองทองธานี ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ เปิดให้ผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ จองสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ฮัก TAXI เสริมแกร่งแท็กซี่ไทย เป็นวันแรกปรากฏว่า มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมากกว่า 5,000 ราย โดยคิวแรกมาต่อแถวจองสิทธิตั้งแต่ 23:00 น. กว่า 100 คัน ทั้งนี้ โครงการฮัก TAXI เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ขับแท็กซี่ส่วนบุคคลกู้เงินเพื่อซื้อรถใหม่ไปใช้ประกอบอาชีพ 7 แสน – 1 ล้านบาท ต่อราย โดยธนาคารเตรียมวงเงินไว้ 1 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ย 0.42% ต่อเดือน หรือ 2.5% ต่อปี ให้กู้เต็มวงเงิน 100% ของราคารถรวมทั้งอุปกรณ์ที่ติดตั้งในตัวรถ ไม่ต้องดาวน์ ทำให้สามารถผ่อนชำระน้อยกว่าการจ่ายค่าเช่าแท็กซี่รายวัน เฉลี่ยวันละประมาณ 400-500 บาท โดยวันนี้เปิดให้จองสิทธิ์เป็นวันแรกที่เมืองทองธานี ปรากฏว่า มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้เข้าจองสิทธิ์ต้องเตรียมเอกสาร ได้แก่ บัตรประชาชน กับใบขับขี
ธุรกิจเวดดิ้งคึกคัก เตรียมจัดโปรโมชั่นรับกฎหมายคู่ชีวิต จากกรณีที่มีข่าว ค.ร.ม.เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต หรือ ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต ที่อนุญาตให้เพศเดียวกันสามารถแต่งงานกันได้ เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนนั้น เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการ 3 ร้าน จากร้านต่างๆ ซึ่งประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับ คู่รัก หรือ งานวิวาห์ ได้แก่ ร้านขาย/รับจัดดอกไม้ ร้านขายของชำร่วย และร้านเวดดิ้ง โดยคุณชัยรัตน์ คุรุพรสิริ อายุ 38 ปี เจ้าของร้านดอกไม้ในเพจ Joke&Ple Flower ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนพอทราบข่าวเรื่อง ร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิตอยู่บ้าง โดยส่วนตัวมองว่า หากร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่าน น่าจะขายดอกไม้ได้ดีขึ้น เพราะคนที่รักเพศเดียวกัน จะกล้าแสดงออกมากขึ้น ไม่ต้องปิดบังเหมือนเมื่อก่อน บางครั้งกลุ่มชายรักชายยังไม่กล้าซื้อดอกไม้ให้กัน แต่หากเป็นกลุ่มหญิงรักหญิง สังคมยังยอมรับได้ ว่าผู้หญิงซื้อดอกไม้ให้กันคือเรื่องปกติ ถ้าร่างพ.ร.บ.นี้ผ่านจริง ทางร้านอาจจัดโปรโมชั่นตอบรับลูกค้ากลุ่มนี้ ทางด้านร้านรับทำการ์ดงานแต่งงานและของชำร่วย อย่างร้าน Your Idea at jj ขอ
โบกมือลาชีวิตมนุษย์เงินเดือน ชวนสามีปลูกไผ่ที่อุดรฯ ขายหน่อ-พันธุ์ รายได้เดือนละ 70,000 บาท สองสามี – ภรรยา ที่ชอบค้าขายและความท้าทาย เงินเดือนรวมกันเฉียดแสน ตัดสินใจโบกมือลาชีวิตมนุษย์เงินเดือนในเมืองกรุง ออกเดินทางตามความฝัน ด้วยการปักหมุดสร้างสวนไผ่แห่งความสุข 9 ไร่ ที่จังหวัดอุดรธานี เก็บหน่อไม้ขายวันละ 30 กิโลกรัม ขายกิ่งพันธุ์ร่วมด้วย รายได้เดือนละ 75,000 บาท ชีวิตแฮปปี้ ได้อยู่กับลูกชาย 2 คน ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ แถมได้กินหลากเมนูอร่อยๆ ทำจากหน่อไม้ตลอดทั้งปี คุณเพ็ญศิริ ลลิตวิภาส หรือ คุณโบว์ ภรรยาคุณสมเจตน์ หรือ คุณสิงห์ สองสามีภรรยาเจ้าของสวนไผ่ ณ บ้านทุ่ง ที่จังหวัดอุดรธานี เล่าว่า ฝ่ายสามีเคยทำงานด้านคอมพิวเตอร์ 14 ปี รับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนระบบเซิร์ฟเวอร์ ณ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เงินเดือนราว 60,000 บาท ส่วนตัวเองจบบัญชี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทำธุรกิจส่วนตัว ขายงานศิลปะตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ระบายสี และกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน รวมรายได้ 2 คน ต่อเดือนก็เกือบ 1 แสนบาท อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะดี แต่ภรรยาในวัย 37 ปี บอกว่า ไม่ได้ชื่นชอบวิถีชีวิตในกรุงเทพฯ ตรงกันข้ามวางแผนบั้นปลาย
