ข่าววันนี้
การออม การลงทุน เรื่องใกล้ตัว ไม่ใช่งานยาก เร่งติดอาวุธ กระตุกต่อมคิด ให้เยาวชน ตามที่ กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ร่วมกับ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD จัดทำ โครงการคาราวานความรู้ตลาดทุนรุกสู่ภูมิภาคและบ่มเพาะต้นแบบคนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดทุน หรือ Fin Lab มีกิจกรรมตลาดนัดความรู้ เผยแพร่ความรู้ด้านการเงินการลงทุนให้แก่กลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 13-18 ปี ระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ให้สามารถเข้าถึงและสร้างการตระหนักรู้ด้านการเงินการลงทุนและสามารถต่อยอดได้ในอนาคต โดยจะมีการจัดกิจกรรมในพื้นที่ 8 จังหวัด ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ขอนแก่น นครราชสีมา จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ภูเก็ต และ ยะลา ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2567 โดยประเดิมจัดกิจกรรมครั้งแรก เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศูนย์การเรียนรู้เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ หรือ OKMD กล่าวว่า โครงการนี้ มุ่งสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีสมรรถนะและทักษะด้านการเงินการลงทุน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ในภูมิภาคต่างๆ ที่มีความสนใจ โ
แนะวิจัยต่อยอด ใบมะละกอ รักษามะเร็ง กัญชา กระท่อม รักษาคนติดยาบ้า เมื่อเร็วๆ นี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดอาคารนวัตกรรม เปรม ชินวันทนานนท์ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัย นวัตกรรมสมุนไพร สอดรับกับนโยบาย IGNITE THAILAND เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งล่าสุดได้วิจัยต่อยอดผลิตภัณฑ์มะระขี้นก เพื่อผลักดันส่งออกสู่ตลาดโลก รวมทั้งศึกษาวิจัยตำรับสมุนไพรเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ป่วยในการรักษา นายสมศักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้สร้างอาคารนวัตกรรม เปรม ชินวันทนานนท์ นี้เพื่อเป็นสถานที่วิจัยและพัฒนา ตลอดจนสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับสมุนไพร ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ป่วยแล้ว ยังสร้างโอกาสให้กับเครือข่ายนักวิจัย ตลอดจนกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตวัตถุดิบสมุนไพร ที่มีส่วนช่วยยกระดับการพัฒนาสมุนไพรไทยให้แข่งขันได้ในตลาดสากล นอกจากนี้ ขอฝากคนไทย ช่วยสนับสนุนการใช้สมุนไพรภายในประเทศตามแนวคิด “เจ็บป่วยคราใด ใช้ยาไทย ก่อนไปหาหมอ” เพื่อกระตุ้นให้คนไทยใช้สมุนไพรเสริมการรักษาแผนปัจจุบันให้มีประส
รัฐบาล พร้อมปักหมุดประเทศให้โลกรับรู้ ไทย มีศักยภาพในการผลิตสินค้าฮาลาล เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอุตสาหกรรมฮาลาลแห่งชาติ (กอฮช.) เป็นประธานการประชุม กอฮช. ครั้งที่ 1/2567 โดยมี นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมฮาลาลเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง นายเศรษฐา กล่าวในที่ประชุมว่า ตนได้ลงนามในคำสั่งจัดตั้ง คณะกรรมการอุตสาหกรรมฮาลาลแห่งชาติ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 โดยได้มอบหมายให้ ดร.นลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย รับผิดชอบภารกิจที่เกี่ยวกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาล และ รมว.อุตสาหกรรม เป็นรองประธาน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นเลขานุการ พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานที่มีบทบาทสําคัญในแวดวงฮาลาลไทย อีก 21 หน่วยงาน เพื่อทําหน้าที่กําหนดนโยบายและแนวทางในการพัฒนาสินค้าฮาลาล โดยเชื่อมโยงเอกลักษณ์ Soft Power ของไทย รวมถึงบูรณาการแนวทาง มาตรการ แผนงานด้านการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลของประเทศ ให้เกิดการดําเนินงานอย่าง
อาชีพเดียวไม่พอ กัปตันหนุ่มนามสกุลดัง เปิดร้านกาแฟ หารายได้ช่วงวิกฤต วิกฤตโควิด-19 สอนให้รู้ว่า การมีอาชีพเดียวถึงแม้จะเป็นอาชีพที่คิดว่ามีรายได้ค่อนข้างดี หาคนทดแทนยาก เป็นอาชีพที่มั่นคง ยังได้รับผลกระทบและไม่มั่นคงอีกต่อไป จึงเป็นที่มาของการเปิดร้านกาแฟ Cuppitano Coffee คาเฟ่สไตล์โฮมมี่ ฟีลกินกาแฟบ้านเพื่อน by กัปตันจอห์น ภมรมนตรี ศิษย์เก่าสถาบันการบิน (RSU02) มหาวิทยาลัยรังสิต คุณจอห์น ภมรมนตรี เล่า เขาเป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ตอนนั้นได้รับเงินเดือนเพียงเล็กน้อย บวกกับได้รับเงินชดเชยจากประกันสังคม หากเปรียบเทียบกับรายได้ปกติยอมรับว่าแตกต่างกันมาก เลยมองหาอาชีพเสริมที่จะหารายได้อีกทางหนึ่ง ส่วนตัวชอบดื่มกาแฟ ศึกษาเรื่องกาแฟ จึงนำความชอบตรงนี้มาเปิดร้านเล็กๆ ในแบบที่ชอบ และอยากให้คนที่ชอบกาแฟได้สัมผัสบรรยากาศเหมือนมากินกาแฟบ้านเพื่อน ร้านตั้งอยู่ในหมู่บ้านเมืองเอก ใกล้กับมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ เรียนจบที่นี่รู้สึกผูกพัน เลยนำสิ่งที่ชอบ สิ่งที่เป็น มาตั้งเป็นชื่อร้าน Cuppitano Coffee “โตมาในครอบครัวนักบิน จึงเดินตามรอยคุณพ่อ ช่วงนั้นสถาบันการ
ผลสำรวจชี้ คนไทย 59% ไม่อยากลงทุนทำธุรกิจ เพราะกลัวเจ๊ง ข้าวของราคาแพง และไม่มีเงินทุน กรุงเทพโพลล์ ร่วมกับ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความเห็นประชาชนเรื่อง “คนไทยคิดอย่างไรกับโอกาสในการเป็นเจ้าของธุรกิจ ประจำไตรมาส 2 ของปี 2567” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,228 คน โดยได้เปรียบเทียบกับการสำรวจคร้ังที่ผ่านมา ช่วงเดือน มี.ค. 2567 ในประเด็นต่างๆ พบว่า ประชาชนเห็นโอกาสหรือความพร้อมสำหรับการเริ่มธุรกิจในอนาคตมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 43.9 ลดลงร้อยละ 8.4 รองลงมาคือ มีความตั้งใจที่จะประกอบธุรกิจในอนาคตข้างหน้า คิดเป็นร้อยละ 42.6 ลดลงร้อยละ 2.5 และมีความรู้ความสามารถรวมถึงทักษะและประสบการณ์ที่จำเป็นในการที่จะเริ่มทำธุรกิจใหม่ คิดเป็นร้อยละ 38.7 ลดลงร้อยละ 5.9 ขณะที่เห็นว่าไม่อยากลงทุนทำธุรกิจเพราะกลัวความล้มเหลว คิดเป็นร้อยละ 59.9 เพิ่มขั้นร้อยละ 3.5 ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่กล้าเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง พบว่า ร้อยละ 50.4 กลัวความล้มเหลว กลัวขาดทุน รองลงมาคือ ปัญหาข้าวของราคาแพง ค่าครองชีพสูง คิดเป็นร้อยละ 45.1 รองลงมาคือ ไม่มีเงินทุนมากพอ คิดเป็นร้อย
ครึ่งปีแรก 67 พิษเศรษฐกิจ ทำ ผปก. ปิดกิจการกว่า 6,039 ราย กทม. ครองอันดับ 1 เชียงใหม่ ปิดตัว 926 ราย ด้วยสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลให้ธุรกิจห้างร้าน โรงงาน ผู้ประกอบการร้านอาหารทั้งรายใหญ่และรายย่อย ต่างก็ได้รับความเดือดร้อนกันไปอย่างหนักหน่วง บางรายอาจมีการลดจำนวนสาขาลง หรือปรับลดการจ้างพนักงาน เพื่อความอยู่รอดของกิจการ แต่บางรายก็ถึงขั้นที่ปิดกิจการลง เพราะสู้ต่อไปไม่ไหวในสถานภาพแบบนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดข้อมูลการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ มีจำนวน 1,004 ราย เพิ่มขึ้น 194 ราย คิดเป็น 23.95% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2567 และลดลง 230 ราย คิดเป็น -18.64% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2566 โดยมีทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 54,804.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49,707.54 ล้านบาท คิดเป็น 975.26% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2567 และเพิ่มขึ้น 46,564.47 ล้านบาท คิดเป็น 565.11% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2566 จากสถิติการจดทะเบียนรายปี จำแนกตามสถานะ และประเภทนิติบุคคล ตั้งแต่เดือน ม.ค. – มิ.ย. 2567 ข้อมูล ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2567 มีการจดทะเบียนเลิกกิจการทั้งหมด 6,039 ราย โดยแบ่งตามภูมิภาคแล
แข่งราคาจีน ไม่ไหว SMEs ไทย ต้องสู้ด้วย คุณภาพ วอนรัฐ ช่วยเสริม 4 ทาง จากกรณี สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 มี 4 ปัจจัยเสี่ยงหลัก เรียกย่อๆ ว่า GERM ซึ่งประกอบด้วย G – Geo-politics – ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังป่วนโลก E – Elections – การเลือกตั้งในหลายประเทศที่อาจเปลี่ยนขั้วการเมือง R- Interest Rate – อัตราดอกเบี้ยทรงตัวในระดับสูงและลากยาว M – Manufacturing – ภาคการผลิตอาจหดตัวต่อเนื่อง โดยข้อมูลตอนหนึ่งจากสำนักวิจัยดังกล่าว ระบุชัด จากการที่จีน ยังคงระดับการผลิตสินค้าเพื่อรักษาระดับการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้อุปสงค์ในประเทศชะลอและเผชิญสงครามการค้ากับชาติตะวันตก ซึ่งที่จริงจีน น่าจะผลิตลดลง แต่กลับนำผลผลิตส่วนเกินมาระบายในตลาดอาเซียน โดยเฉพาะไทย หากเป็นเช่นนี้ต่อเนื่อง ภาคการผลิตของไทย โดยเฉพาะโรงงานในกลุ่ม SMEs ที่ขาดความสามารถในการแข่งขันอาจต้องปิดตัวลง จนกระทบการจ้างงานและการบริโภคของคนไทยอีกทอดหนึ่ง ซึ่งหวังว่ารัฐบาลไทย จะมีความชัดเจนในการแก้ปัญหาสินค้าจีนที่ทะลักเข้ามา และเร่งให้ SMEs ไทย ปรับตัวได้ในไม่ช้า อ่านเรื่
ซื้อบ้านยุคนี้ ต้องคิดให้รอบคอบ! ผลสำรวจชี้ ภาระหนี้ครัวเรือน-ค่าใช้จ่ายสูง ทำให้คนไทยชะลอซื้อบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ไม่ถึง 5 หมื่นบาท! ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC เปิดผลสำรวจ SCB EIC Real estate survey 2024 สะท้อนความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย พบว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ภาระหนี้ครัวเรือน ภาระค่าใช้จ่ายที่ยังอยู่ในระดับสูง ยังกดดันการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อเดือน โดยความต้องการซื้อในช่วงไม่เกิน 2 ปีข้างหน้า มีสัดส่วนลดลงจากการสำรวจปีก่อนหน้า ขณะที่ความต้องการซื้อส่วนใหญ่ยังอยู่ในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า ที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่คาดหวังว่าสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อจะฟื้นตัวมากขึ้น รวมถึงมีความพร้อมทางการเงินมากกว่าในปัจจุบัน นอกจากนั้น ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบครึ่งหนึ่งยังไม่มีแผนจะซื้อที่อยู่อาศัย หรืออาจมีแผนหลังจาก 5 ปีข้างหน้า ผลสำรวจบอกอีกว่า สาเหตุหลักของการไม่มีแผนซื้อที่อยู่อาศัยในช่วง 5 ปีข้างหน้า เนื่องจากตนเองหรือคนในครอบครัว เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว และรายได้หรือภาระค่าใช้จ่ายไม่เอื้ออำนวย ตามลำดับ
สินค้าจีนทะลัก กระทบ SMEs หนัก ถึงขั้นปิดโรงงาน หวัง “เศรษฐา” เร่งแก้ปัญหา ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 มี 4 ปัจจัยเสี่ยงหลัก เรียกย่อๆ ว่า GERM G – Geo-politics – ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังป่วนโลก กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน ต้นทุนขนส่งสินค้าทางเรือจะสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบที่เป็นต้นทุนสำคัญในภาคการผลิตและขนส่ง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่เคยคาดการณ์ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอาจปรับขึ้นไปทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ หากสถานการณ์เลวร้ายและกระทบผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ อย่าง ซาอุดีอาระเบีย และอิหร่าน รวมทั้งความขัดแย้งในยูเครนที่อาจยืดเยื้อและรุนแรงจนกระทบอุปทานน้ำมันของรัสเซีย ตลอดจนความขัดแย้งระหว่างจีนและไต้หวัน หรือเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ที่อาจกระทบห่วงโซ่อุปทานภาคการผลิตจนทำให้ราคาสินค้าบางประเภทโดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับพุ่งขึ้นได้ E – Elections – การเลือกตั้งในหลายประเทศที่อาจเปลี่ยนขั้วการเมือง การเลือกตั้งแม้เป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตัวแทนไปบริ
ค่าไฟฟ้าปลายปี 67 มีแนวโน้มพุ่ง! หน่วยละ 20-40 สตางค์ จากค่าไฟงวดปัจจุบันอยู่ที่หน่วยละ 4.18 บาท เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เตรียมประชุมบอร์ดในวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ หนึ่งในวาระสำคัญจะมีการพิจารณาอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือค่าเอฟที งวดใหม่ ก.ย. – ธ.ค. 67 เบื้องต้นคาดว่าจะต้องปรับเพิ่มขึ้นอีกประมาณหน่วยละ 20-40 สตางค์ จากค่าไฟงวดปัจจุบันอยู่ที่หน่วยละ 4.18 บาท เนื่องจากหลายปัจจัยหลัก โดยเฉพาะการทยอยคืนชำระหนี้ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตัวเลขล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 98,000 ล้านบาท ซึ่ง กฟผ. มีภาระต้องจ่ายค่าดอกเบี้ย และยังมีหนี้ค่าเชื้อเพลิงที่ต้องทยอยคืนให้กับ บมจ.ปตท. ที่ได้รับภาระไปงวดก่อนหน้านี้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงต่อเนื่อง กระทบกับราคาซื้อก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งแนวโน้มความต้องการก๊าซที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาว ส่งผลให้ราคาในตลาดเพิ่มขึ้น จากหลายปัจจัยจึงทำให้ค่าเอฟทีงวดนี้มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ซึ่งหลังจากบอร์ด กกพ. มีมติรับทราบภาระต้นทุนการผลิตไฟฟ้
