ข่าววันนี้
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 18 ก.ค. 61 ที่อาคารคชสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย มีการแถลงข่าว “ส่งหมูป่ากลับบ้าน” ผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทย ท่ามกลางสื่อมวลชนหลายสำนักทั้งไทยและต่างประเทศ และทีมแพทย์ โดยเยาวชนทีมหมูป่าทั้ง 12 คน รวมทั้งโค้ชเอก หรือนายเอกพล จันทะวงษ์ มีการสวมชุดนักฟุตบอลรวมทั้งมีการจัดห้องแถลงข่าวให้เป็นสนามฟุตบอลจำลอง ทั้งนี้เด็กๆ ทั้ง 12 คน มีการวอมร่างกายและทักทายเพื่อนๆ ท่ามกลางการปรมมือเสียงดังกึกก้อง ณ ห้องแถลง ก่อนการแถลงข่าวมีการเปิดคลิปของน้องๆ ทีมหมูป่า โดยนายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เเผยว่า หมูป่าพร้อมจะกลับบ้านแล้ว ร่างกายแข็งแรงดีแล้ว ทีมแพทย์จาก รพ.เชียงรายฯ บอกว่า ตอนนี้เด็กๆ และโค้ชสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติแล้ว เพราะจากการประเมินทางร่างกายและจิตใจ ผ่านกิจกรรมบำบัด พบว่า น้องๆ ทุกคนจิตใจแข็งแกร่ง และร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่งของงานแถลง น้องมงคล บุญเปี่ยม บอกว่า ช่วงที่อยู่ในถ้ำ อยากกลับบ้านมาก กลัวแม่ด่า ไม่น่าหลง ด้านน้องตี๋ นายพรชัย คำหลวง บอกว่า ตลอดเวลาที่อยู
วันที่ 18 กรกฎาคม นายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มมหาสารคาม ประกาศปฏิญญามหาสารคาม เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2561 ขอให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้โครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ทุกโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป ข้อ 2 ลูกหนี้ ช.พ.ค. จำนวน 4.5 แสนคน จะยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสินตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป ว่า ตนทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และเข้าใจว่า อาจเป็นความเดือดร้อนของครู แต่การที่ครูจะเบี้ยวหนี้ คงไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้การกู้ยืมมีการทำสัญญา ระหว่างครูซึ่งเป็นผู้กู้กับธนาคารออมสิน และในการกู้แต่ละโครงการ ผู้กู้จะทราบดีว่า ตนต้องจ่ายดอกเบี้ยจำนวนเท่าใด และต้องทำสัญญาใดบ้าง ดังนั้นก็ต้องชำระหนี้ตามกฎหมาย จะเบี้ยวหนี้ไม่ได้ ยกเว้นคนที่ตั้งใจจะไม่ใช้หนี้จริงๆ ซึ่งก็จะต้องถูกดำเนินการทางกฎหมาย “ก่อนที่กลุ่มนี้จะออกมาประกาศปฏิญญามหาสารคาม ก็มีครูบางส่วนเบี้ยวหนี้อยู่แล้ว ซึ่งก็เข้าข่ายผิดจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพครู คือ 1.ถือว่าไม่มีวินัยในตนเอง ใ
18 ก.ค. เพจ China Xinhua News รายงานว่า เร็วๆ นี้ นายลู่ตงฝู ผู้จัดการทั่วไปบริษัทการรถไฟจีน (China Railway Corporation) ประกาศว่า จีนเตรียมจะใช้ระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-ticket สำหรับโดยสารรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศในปี 2019 ผู้โดยสารสามารถเข้าหรือออกจากสถานีรถไฟได้โดยแสดงตั๋วผ่านโทรศัพท์มือถือหรือบัตรประชาชน โดยไม่ต้องพกตั๋วกระดาษอีกต่อไป ปัจจุบันผู้โดยสารชาวจีนก็ขึ้นรถเมล์และรถไฟใต้ดินโดยใช้แสดงตั๋วหรือชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือกันอยู่แล้ว แต่สำหรับรถไฟความเร็วสูง ระบบดังกล่าวยังมีอยู่แค่ในบางสถานีและบางสายที่วิ่งผ่านเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น นอกจากนั้นแล้วผู้โดยสารยังต้องใช้ตั๋วกระดาษเพื่อขึ้นรถไฟอยู่ สำนักงานการรถไฟอู่ฮั่นระบุว่า ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ก็จะเริ่มใช้ระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ในหลายสถานีนำร่องแล้ว และจะขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศจีนในปีหน้า ทางด้านชาวเน็ตที่ทราบข่าวหลายคนก็แสดงความคิดเห็นว่า สักวันอาจไม่มีตั๋วกระดาษอีกต่อไป และอาจกลายเป็นแค่ความทรงจำของคนรุ่นหนึ่งก็เป็นได้ https://www.facebook.com/XinhuaNewsAgency.th/photos/a.1660406490842033.1073741828.1660335044182511/213370
เฟซบุ๊ก Army times Thailand ออกมาเปิดเผยคำถามจากสื่อทั่วโลก โดยมีคำถามจากสื่อหลายสำนัก ทั้ง ไทยและต่างประเทศส่งมามากมาย โดยโพสต์ระบุว่า เปิดคำถามสื่อทั่วโลก ถึง หมูป่าอะคาเดมี่ รู้คำตอบ พร้อมกัน พรุ่งนี้ (18 ก.ค.) 18.00 น. ทั่วโลก พรุ่งนี้ทาง รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์จะแถลงข่าวพร้อมเด็กหมูป่า แต่ให้ส่งคำถามก่อน เพื่อให้จิตแพทย์ ประเมินคำถาม ใครถามอะไรบ้างไปดูกัน Aljazeera English: 1. ช่วยอธิบายหน่อยว่า 10 วันแรก ทุกคนเอาตัวรอดทั้งทางใจและกายมาได้อย่างไร 2. นักกู้ภัยบอกอะไรคุณบ้างเรื่องการออกมาจากถ้ำ พวกคุณเตรียมตัวเองอย่างไรกับการเดินทางออกมาที่มีความยากลำบาก 3. คุณเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้ Nine Network Australia: 1. คุณหมอชาวออสเตรเลียมีความสำคัญแค่ไหนในการช่วยพวกคุณออกมาจากถ้ำ 2. คุณเอาตัวรอดโดยไม่มีอาหารและน้ำ 10 วันมาได้อย่างไร Sky News (ถามโค้ชเอก) 1. คุณให้เด็กกินอาหารอย่างไร และให้กำลังใจกันอย่างไรก่อนที่จะมีความช่วยเหลือมาถึง จริงหรือเปล่าที่มีข่าวว่าคุณเอาอาหารของคุณให้เด็กๆ 2. ในฐานะผู้ใหญ่ คุณกังวลแค่ไหนว่าคุณอาจไม่สามารถออกมาได้ 3. คุณรักษาความคิดในแง่บวกไว้ได้อย่างไร (ต
กำลังเป็นกระแส และประเด็นสำหรับผู้ประกอบการ และผู้บริโภคอยู่ในขณะนี้เมื่อเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย “อาหารที่มีไขมันทรานส์” โดยให้มีผลบังคับใช้อีก 180 วัน หรืออีก 6 เดือนข้างหน้า นั้น. ล่าสุดนพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนหรือไขมันทรานส์ และอาหารที่มีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบ เป็นอาหารห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย โดยมีผลบังคับใช้ใน 180 วัน ว่า ไขมันทรานส์เป็นไขมันประเภทอิ่มตัว มักใช้กับอาหารกลุ่มของทอด เช่น โดนัท พัฟ พาย เป็นต้น โดยมีการเอามาใช้ในทางอุตสาหกรรม เพราะทำให้กลิ่นหืนหายไป และเก็บอาหารได้นานขึ้น แต่ภายหลังมีข้อมูลว่า เมื่อรับประทานไปนานๆ จะเกิดการสะสมและเพิ่มความเสี่ยงเรื่องโรคหัวใจ ซึ่งในสหรัฐอเมริกามีการยกเลิกไม่ใช้ไขมันทรานส์ไปแล้ว นพ.วันชัย กล่าวว่า ส่วนในประเทศไทย ที่ผ่านมา อย. ได้หารือร่วมกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์ด้านโภชนาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นจากไขมันทรานส์ เพื่อวางแผนยกเลิกการ
ฝนถล่ม ภาคอีสาน ร้อยละ 90 กรมอุตุฯ เตือนพายุ “เซินติญ” เข้าไทยวันนี้ เหนือ-อีสาน อ่วมถึง 21 ก.ค.นี้ ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก กรุงเทพฯ วันนี้ก็หนัก ภาคใต้ตกหนักร้อยละ 80 ทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3 เมตร ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก ฝนถล่ม / เมื่อวันที่ 18 ก.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งจนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2561 อนึ่ง พายุโซนร้อน “เซินติญ” (SON-TINH) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วย
ดวงใครดวงมัน หมอทรัพย์ สวนพลู (ไม่ได้รับทำนายเป็นการส่วนตัว) ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านได้ลาภเป็นสิ่งของพื้นบ้านพื้นเมืองต่างๆ มีการติดต่อทางไกลกับญาติมิตร ได้เครื่องสื่อสารใหม่ๆ เป็นที่พอใจของท่าน อาจจะมีปากเสียงกับผู้ใกล้ชิด ถ้าไม่ออกจากบ้านได้ก็จะเป็นการดี ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านได้รับความกระทบกระเทือนจากชนหมู่มาก การพาแฟนไปไหนด้วยกันไม่ได้รับความสะดวกสบาย เพราะท่านอาจไปมีเรื่องกับใครๆ ก็ได้ มีลาภเป็นเงินสดก้อนหนึ่ง ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. ท่านไม่ควรทำธุรกรรมการเงินใดๆ เช่น การฝากถอนเงินก้อนใหญ่ หรือทำธนบัตรเปียกน้ำแล้วนำมาตากในที่เปิดเผย เป็นเรื่องที่อาจเกิดความยุ่งยากขึ้นได้ เพื่อนเก่าที่โกรธกันไปแล้วไม่ควรคืนดีกันตอนนี้ ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค. ท่านได้รับความกระจ่างแจ้งในปัญหาต่างๆ ที่เคยมีอยู่ มีผลประโยชน์รายได้ต่างๆ สูงขึ้น ได้รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ หรือคำยกย่องต่างๆ มีรายได้และรายจ่ายสูงขึ้น ราศีสิงห์ เกิดตั้งแต่ 17 ส.ค.-16 ก.ย. ท่านที่มีงานบางอย่างเป็นประจำ งานนั้นจะสิ้นสุดยุติลงระยะหนึ่ง แต่รายได้ยังคงเป็นปกติ
หลังเว็บไซต์ราชกิจจาฯ ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย “อาหารที่มีไขมันทรานส์” ในประเทศไทย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 180 วัน โดยปรากฏหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนว่ากรดไขมันทรานส์จากน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ส่งผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดนั้น วงการเบเกอรี่ไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ หลายแบรนด์ดังออกมาแสดงจุดยืนเกี่ยวกับเรื่องนี้กันถ้วยหน้า อย่างล่าสุดแบรนด์เบเกอรี่ดัง Daddy Dough ได้ออกมายืนยันต่อผู้บริโภคผ่านเพจเฟซบุ๊กของแบรนด์ถึงเรื่อง ไขมันทรานส์ว่า “มีหลายๆคนถามเข้ามาเรื่อง ไขมันทรานส์ แอดมินขอบอกเลยว่ามีการวิจัยออกมายืนยันแล้วว่า Daddy Dough คือหนึ่งใน 5 อันดับแรกที่มีปริมาณ “ไขมันทรานส์” ตามมาตราฐานที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ คือสูงสุดไม่เกิน 0.5 กรัม/ หน่วยบริโภค ซึ่ง Daddy Dough มีปริมาณไขมันทรานส์ 0.0729 กรัม/ ชิ้น เท่านั้นเอง และนอกจากโดนัทของเราจะได้มาตราฐานแล้ว Daddy Dough ยังเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องของการเป็นโดนัทที่มีค่าไขมันทรานส์น้อยที่สุดอีกด้วยค่ะ” อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: http://www.nationtv.tv/
พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติพิจารณาการใช้จ่ายวงเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) และแก้ไขปัญหาเพื่อปลดล็อกอุปสรรคของการใช้บัตร ดังนี้คือ กระทรวงพาณิชย์ได้รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ กรณีร้านธงฟ้าเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้บัตรคนจนในการซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค โดยอ้างว่าต้องนำไปจ่ายค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) 7% เรื่องนี้ถือเป็นการฉ้อโกง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซีเรียสเรื่องนี้มาก สั่งให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการเด็ดขาด “กรณีร้านธงฟ้า เรียกเก็บเงินเพิ่มเติมจากผู้ใช้บัตรคนจนซื้อของ โดยอ้างว่าต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เรื่องนี้ นายกฯ สอบถามกระทรวงพาณิชย์ว่าดำเนินการอย่างไร กระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่าเรื่องนี้ได้ยกเลิกสิทธิร้านธงฟ้า และยึดเครื่องรูดบัตรคนจน หรือเครื่องอีดีซี คืนแล้วบางส่วน แต่เรื่องนี้นายกฯ กำชับว่า ไม่ควรดำเนินการเพียงการยึดคืนเครื่อง หรือเรียกคืนสิทธิ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องฉ้อโกง ควรดำเนินการขั้นเด็ดขาด ในคดีการฉ้อโกงด้วย” พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้ ครม. ยังอนุมัติการเชื่อมข้อมูลผู้ถือ
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการชุดพิเศษของธนาคาร ที่มีนายนรินทร์ กัลยาณมิตร รองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน อยู่ระหว่างหารือถึงแนวทางการดำเนินโครงการบ้านประชารัฐสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย หลังละไม่เกิน 1 ล้านบาท คาดจะได้ข้อสรุปกรอบการดำเนินโครงการในเดือนส.ค.นี้ รวมทั้งจะรวบรวมโครงการจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จำนวนไม่ต่ำกว่า 1 แสนหน่วย ออกมาเปิดขายให้ผู้มีรายได้น้อยที่สนใจมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองได้ภายในสิ้นปีนี้ ตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี “ภายในสิ้นปีนี้จะเห็นโครงการดังกล่าวออกมาเป็นของขวัญชิ้นที่ 1 ให้กับรองนายกฯ ที่ได้ขอของขวัญวันเกิดเอาไว้ โดยธอส. จะเตรียมที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ที่จะออกมาขายให้กับประชาชน โดยเฉพาะจะมอบให้คน 3 กลุ่ม ที่รองนายกฯ ให้โจทย์เอาไว้ คือ กลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อย กลุ่มผู้ที่กำลังจะสร้างครอบครัวครั้งแรก และกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งดอกเบี้ยเบื้องต้นที่ตั้งใจเอาไว้ คิดว่า 1 ล้านบาท กู้ 40 ปี จะให้ผ่อนได้เดือนละไม่ถึง 4,000 บาท และดอกเบี้ยอาจคงที่ 5 ปี จากเดิม 3 ปี” ปัจจุ
