ข่าววันนี้
หลังจากเจ้าหน้าที่มีคำสั่งย้ายผู้ไม่เกี่ยวข้อง สื่อมวลชน ออกจากปากถ้ำหลวง ภายในเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ก.ค. รวมทั้งพ่อแม่ของน้องๆ 3 ชีวิต ด้วย ขณะที่กั้นพื้นที่ทำงาน โดยรถและเจ้าหน้าที่ระดมเข้าพื้นที่ เต็มกำลัง ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00 น. 13ชีวิต ลุ้นออกจาก ถ้ำหลวง ก่อนน้ำท่วมหนัก ล่าสุด เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 8 ก.ค. ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งให้สื่อมวลชนขนของย้ายออกจากพื้นที่โดยรอบนั้น ทางเจ้าหน้าที่ทหาร ได้พาคุณแม่ ของ ด.ช.มงคล หรือ น้องมลคล บุญเปี่ยม อายุ 13 ปี มาที่บริเวณหน้าถ้ำหลวง ก่อนที่คุณแม่ จะรีบวิ่งเข้าไปในศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ แก่สื่อมวลชน น้องมงคล ทีมหมูป่า ติด ถ้ำหลวง จับตา จนท. พาแม่ รีบวิ่งเข้าถ้ำ เป็นที่น่าจับตา ว่า อาจมีการนำเด็ก ทยอย ออกมาได้หรือไม่ หรือ มีเหตุใดเกิดขึ้นหรือไม่ อย่างไร ต้องรอการแถลงจาก ผอ.ศอร. แถลงข่าวเช้านี้ อย่างเป็นทางการอีกครั้
จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือ หน่วยซีล กู้ภัย และอื่นๆ ที่ร่วมภารกิจปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า และผู้ฝึกสอน รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย อย่างแข็งขันตลอด 24 ชั่วโมง โดยช่วงบ่ายวันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อช่วงค่ำวานนี้ในที่ประชุมกู้ภัยค้นหาทีมหมูป่าทั้ง 13 ทีม มีความเห็นตรงกันคือ ซีล ทหารบก อุทยาน สื่อสาร กู้ภัย และทีมทำงานอาสาจากต่างประเทศระบุตรงกันว่าเคยเห็นแสงลอดเข้าไปในบริเวณถ้ำ ทางเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพิกัดในพื้นที่พบว่าจุดที่แสงลอดเข้าไปดังกล่าวห่างจากเนินนมสาวไปประมาณ 400-500 เมตร โดยคาดว่าจุดที่แสงลอดเข้ามานั้นเป็นโพรงที่ใกล้กับเนินนมสาวมากที่สุด อาจมีเถาวัลย์หรือซากกิ่งไม้ปิดบังอยู่ หากทีมสำรวจพบโพรงดังกล่าวจะเป็นการร่นระยะทางและเวลาในการเข้าช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต จากนั้นช่วงดึก บริเวณหน้าถ้ำหลวง ทหารนำผ้าใบแสลนกันแดดสีเขียว มาปิดล้อมบริเวณทางเข้าวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนนางนอนโดยรอบ โดยเป็นการขยายพื้นที่จา
วันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 55 ม.6 ต.ขอนแตก อ.สังขะ จ.สุรินทร์ พบ 2 ยายหลาน ชื่อน้องส้ม หรือนางสาวจินห์จุฑา ทาจันทร์ อายุ 16 ปี อาศัยอยู่กับคุณยายลาย ทาจันทร์ อายุ 75 ปี มีฐานะยากจน อาศัยอยู่ในบ้านไม้ใต้ถุนสูง หลังเก่าสภาพทรุดโทรม ฝาบ้านทำจากเศษไม้ไม่มิดชิด มุงสังกะสีเก่าๆ หากฝนตกหนักลมแรง ต้องหาที่หลบฝนเพราะหลังคารั่ว สภาพภายในบ้านที่น้องส้มอาศัยอยู่ อีกทั้งคุณยายลาย ป่วยเป็นโรคเบาหวานสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ซึ่ง “น้องส้ม” จะคอยดูแลทุกอย่างภายในบ้าน โดยน้องส้มเรียนอยู่ชั้น ปวช.ปี 1 วิทยาลัยการอาชีพสังขะและมีผลการเรียนดีในอันดับต้นๆของห้อง ทุกวันก่อนไปโรงเรียน น้องส้มจะเป็นคนหุงหาอาหารให้ยายทานทุกวัน และรีบกลับจากโรงเรียนเพื่อมาดูแลยาย จากการสอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า น้องส้มอาศัยอยู่กับยาย มาตั้งแต่เกิด เนื่องจากพ่อของน้องเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนแม่มีสามีใหม่ไม่เคยติดต่อมา มีเพียงรายได้จากเบี้ยผู้สูงอายุของยายและรายได้ที่น้องส้มไปรับจ้างรำในช่วงวันหยุด เวลาไปโรงเรียนก็จะห่อข้าวจากที่บ้านไปกิน วันไหนไม่มีกับข้าวก็ต้องกินข้าวเปล่า เพื่อนบ้านสงสารก็แบ่งปันอาหารช่วยเหลือบ้าง ส่
วันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดสำรวจกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยทหารหน่วยรบพิเศษ ทีมเก็บหารังนก เข้าสำรวจพื้นที่บริเวณคาดว่าจะเป็นแนวเชื่อมต่อไปยังบริเวณเนินนมสาวภายในถ้ำหลวง จุดที่ทั้ง 13 ชีวิตติดอยู่ เบื้องต้นพบโพรง 3 จถด โพรงที่ 1 ลึก 2 เมตร โพรงที่ 2 ลึก 60 เมตร และโพรงที่ 3 ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ โดยเจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการในวันที่ 8 ก.ค. ขณะเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสำรวจได้พบกับชุดกู้ภัย ตำรวจ ทหาร ชาวบ้าน เจ้าที่ป่าไม้ของประเทศพม่า ประมาณ 40 คน ซึ่งเดินสำรวจโพรงถ้ำในฝั่งประเทศพม่าเช่นกัน เบื้องต้นไม่พบโพรง ตรงที่เชื่อมต่อกับดอยผาหมี ซึ่งเจ้าหน้าที่พม่าแจ้งว่าจะช่วยสำรวจอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยเหลือเด็กๆทั้ง 13 คนได้ออกมาจากถ้ำ
จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือ หน่วยซีล กู้ภัย และอื่นๆ ที่ร่วมภารกิจปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า และผู้ฝึกสอน รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย อย่างแข็งขันตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 7 ก.ค. เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสาน ปภ.หน้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน รับแจ้งเหตุรถของเจ้าหน้าที่กู้ภัยเสียหลักตกเหว 1 คัน บริเวณทางขึ้นดอยผาหมี ขณะเดินทางไปโรยตัวค้นหาปล่องช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดในถ้ำหลวง ทำให้มีผู้บาดเจ็บรวม 4 ราย ในจำนวนนี้เจ็บสาหัส 1 รายเป็นคนขับรถ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมรถพยาบาล พบจุดเกิดเหตุอยู่จุดชมวิวผาหมี พบรถกู้ภัยออฟโรดตกลงไปในเหวลึก เจ้าหน้าที่บาดเจ็บรวม 4 ราย ในจำนวนนี้เจ็บสาหัส 1 รายเป็นคนขับรถ จึงลงไปช่วยเหลทือขึ้นมาแล้วนำตัวส่งรพ.แม่สาย เบื้องต้นคาดสาเหตุไม่ชินเส้นทาง ทำให้ขับตกเหวดังกล่าว
วันที่ 7 ก.ค. วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหารชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีการช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ว่า ส่งกำลังใจและภาวนา “หน่วย Seal -นรข.-นักดำน้ำหลายชาติ” วางแผนและซักซ้อมแผนพา “ทีมหมูป่าฯ” ออกจากถ้ำแล้ว รอประเมินสถานการณ์น้ำ เผยเด็กๆ ฝึกดำน้ำได้ในระดับหนึ่งแล้ว คาดอาจปฏิบัติการพรุ่งนี้หรือเร็วๆนี้ มีรายงานข่าวจากกองทัพเรือ ว่า การปฏิบัติของหน่วยงานต่างๆเร่งดำเนินการพร่องน้ำจากถ้ำหลวง ชุดปฏิบัติการพิเศษ (ชปพ.นสร.) หรือหน่วย Seal และ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) ร่วมกับนักดำน้ำต่างชาติ อยู่ระหว่างวางแผนและเตรียมการ เข้าช่วยเหลือ “ทีมหมูป่าฯ” ที่จุดเนินนมสาว เพื่อนำออกจากถ้ำหลวง โดยรอประเมินสถานการณ์น้ำในวันนี้และพรุ่งนี้ ขณะที่เด็กๆแข็งแรงดีและได้รับการฝึกสอนทักษะในการดำน้ำได้ในระดับหนึ่งแล้ว หากทุกอย่างพร้อมอาจปฏิบัติการได้ในวันพรุ่งนี้ หรือ 1-2 วันนี้ นอกจากนี้ หน่วยซีลยังจัดชุดสำรวจหาโพรงจากบนเขาอยู่ระหว่างปฏิบัติงานและจะลงมาบก.หน้าถ้ำ เพื่อรายงานผลช่วงค่ำ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซ้อมแผนการเคลื่อนย้าย ผู้ประสบภัยกรณีช่วยเหลือออกจากถ้ำ
จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือ หน่วยซีล กู้ภัย และอื่นๆ ที่ร่วมภารกิจปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า และผู้ฝึกสอน รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย อย่างแข็งขันตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเจ้าหน้าที่ระดมหาโพรงเหนือถ้ำหลวง เพื่อช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ศูนย์ประสาน ปภ.หน้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน รับแจ้งว่า รถของเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เสียหลักตกเหว 1 คัน บริเวณทางขึ้นดอยผาหมี ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายรายและเจ้าหน้าที่กำลังเข้าช่วยเหลือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (7 ก.ค.) ที่วัดเวียงแก้ว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง อัญเชิญผ้าไตรพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 13 ชุด ถวายแด่พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร โดยจัดขึ้นเป็นการภายใน ทั้งนี้ภายในพิธีพระราชทาน มีตำรวจ ทหาร เหล่ากาชาดจังหวัด และเหล่าจิตอาสานับร้อยคนเข้าร่วมภายในพระอุโบสถ รวมกระทั่ง ชาวบ้าน และคณะศิษย์ของพระครูบาบุญชุ่ม จากไทย-เมียนมา-สปป.ลาว ที่ทราบข่าวเดินทาง มาร่วมพิธีกันอย่างคับคั่ง “ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร” หลังรับพระราชทานผ้าไตร จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันเดียวกันนี้ครูบาบุญชุ่มห่มจีวรสีเหลือง ซึ่งแตกต่างต่างจากทุกครั้งที่ห่มจีวรสีฝาด โดยหลังพิธีเสร็จสิ้น ครูบาบุญชุ่ม กลับไปจำวัด ทำสมาธิอยู่ในกุฏิกลางน้ำ โดยไม่ได้กล่าวทักทายลูกศิษย์แต่อย่างใด ท่ามกลางกระแสข่าวที่ระบุว่า “ครูบาบุญชุ่ม” อาจจะเดินทางไปยังวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อีกครั้ง
จากปฏิบัติการระดมค้นหานักฟุตบอลเยาวชน ทีมหมูป่าอะคาเดมี รวมผู้ฝึกสอนอีก รวม 13 ชีวิต ที่สูญหายไปขณะเข้าไปเที่ยวภายใน ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทั่งเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีล ได้ค้นหาและให้การช่วยเหลือได้เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนตามมาด้วยปฏิบัติการนำทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำ แต่ต้องรอฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงก่อน ซึ่งคาดว่าขั้นตอนการกู้ภัยออกมานี้ น่าจะใช้ระยะเวลานาน และเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด หลังจากพบทั้ง13ชีวิตแล้ว จากกรณีนี้นอกจากเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน จากทั้งในและต่างประเทศ ที่ร่วมแรงร่วมใจกันเรียกได้ว่า “เกินร้อย” ให้กับปฏิบัติการกุ้ภัยทั้ง13ชีวิต ในครั้งนี้แล้ว อีกสิ่งหนึ่ง ที่เปรียบเสมือน “ความหวัง” และ “ที่พึ่งทางใจ” ในการค้นหาทั้ง1ชีวิต ก็คือ “พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร แห่งวัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา เกจิดังล้านนา ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธหลายประเทศ” ซึ่งพระครูบาบุญชุ่ม ก็ได้มาเป็นขวัญ และกำลังใจ รวมทั้งเป็นอีกหนึ่ง “ความหวัง” และ “ที่พึ่งทางใจ” ของญาติทั้ง13ชีวิต และคนจำ
เพจ PR.Chiangrai ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ได้โพสต์ภาพ ระบุว่า พระอาทิตย์ทรงกลด @ ถ้ำหลวง 13.30 น. ทุกครั้งที่เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดขึ้น ตามความเชื่อของคนไทยก็จะมีเสียงพูดกันปากต่อปากกันว่า วันนี้เป็นวันดี เป็นลางดี พระอาทิตย์ทรงกลดเป็นแสงแห่งชัยชนะ ภาวนาให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ผ่านพ้นวิกฤตได้ ส่วนสถานการณ์การช่วยเหลือนั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รับแจ้งจากในถ้ำว่า ก่อนหน้านี้เคยเห็นแสงลอดเข้ามาในถ้ำ จึงได้นำแผนที่มากางตรวจสอบหาพิกัด พร้อมออกสำรวจพบโพรงจุดหนึ่ง ลักษณะเป็นโพรงอากาศ เมื่อเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจพบทางสามารถลงไปได้ โดยขณะนี้ตชด.กำลังเร่งโรยตัวลงไปยังโพรงจุดนี้ว่าสามารถลงไปถึงจุดเนินนมสาวที่ทั้ง 13 ชีวิตติดอยู่หรือไม่ พบโพรงอากาศ แสงลอดเข้าถ้ำ เจ้าหน้าที่ลงไปได้ ลุ้นถึงตัว 13 ชีวิต
