ข่าววันนี้
เป็นอุทาหรณ์อีกครั้ง สำหรับคนอยากขาว และพยายามใช้ครีมที่โฆษณาชวนเชิญเกินจริง ว่า ใช้ปุ๊บ ขาวปั๊บ แต่ความจริงแล้วมักลักลอบเติมสารต่างๆ ลงไป ทำให้ผู้ใช้มักได้รับอันตรายจากสารเหล่านั้น และเกิดกรณีให้เห็นอยู่เป็นประจำ โดยล่าสุด พบว่า เพจดอกจิก ได้แชร์ภาพผลกระทบของครีมทำให้ผิวขาว ซึ่งทำให้ขาทั้งขา แตกลาย แดงไปทั้งขา โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “นี่ๆ พวกมึงมาดูนี่ผลของการอยากขาว บอกก่อนในที่นี้ไม่ได้ซ้ำเติม เจ้าของภาพเค้ายินดีให้ลงเตือนภัย ครีมขาวในอินเตอร์เน็ตทำผิวแตกแตกหนักกว่าคนคลอดลูกอีกแตกทั้งตัว กูออกมาเตือนภัยนะ ซื้อได้สินค้าในอินเตอร์เน็ต แต่เราต้องมีวิจารณญาณด้วยไม่ใช่เห็นรีวิว โอ้โหแม่งขาวไวกูซื้อเลย กูไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่กูฟันธงได้ไม่มีครีมใดๆ ในโลกนี้ที่ทำให้พวกมึงขาวไวภายใน 3-7 วัน ดำกรรมพันธุ์มาตั้งแต่กำเนิดใช้ครีมนี้ขาวทันทีเป็นไปไม่ได้ ใช่อยู่ที่มันทำให้แตกต่างมากจากตอนไม่ได้ทาเพราะอะไรรู้ไหม มันอัดสเตียรอยด์ใส่เข้าไปไง พอพวกมึงทาเยอะๆ ทาทุกวันผิวก็ติดสเตียรอยด์ พอเลิกใช้เท่านั้นแหละ ตามภาพที่เห็น ผิวบางคนไม่เหมือนกันบางคนไม่เป็นก็โชคดีไป บางคนผิวแพ้ง่าย ก็รับกรรมไป บางรีวิ
เป็นที่ทราบกันดีว่าความหวังของพี่น้องเกษตรกรไทยขึ้นอยู่กับการขายผลผลิตทางการเกษตรให้ได้ราคาดีเพื่อนำเงินที่ได้มาจุนเจือครอบครัวและใช้หนี้ที่เกิดขึ้นจากการเพาะปลูกที่ได้ลงทุนลงแรงไว้ตลอดช่วงการเพาะปลูกบางคนปลูกเสร็จก็ขายเองบางคนก็อาศัยพ่อค้าคนกลางรายได้ของเกษตรกรในแต่ละปีจึงไม่แน่นอนด้วยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอีกมากมายและในยามที่ผลิตผลมีมากมายจนล้นตลาดย่อมส่งผลให้ราคาสินค้าตกต่ำลงจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ภาครัฐต้องเข้ามาจัดกระบวนการช่วยเหลือหาช่องทางการจำหน่ายและกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดไปยังผู้บริโภคทั่วประเทศเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเป็นรูปธรรมและทันท่วงที ทั้งนี้ ไม่ต่างกับคุณกาจบัณฑิต รามมาก ประธานชมรมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสงขลา เป็นตัวแทนชมรมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสงขลาที่มีสมาชิกมากกว่า 600 ราย ที่ประสบปัญหาราคากุ้งตกต่ำได้ประสานขอความช่วยเหลือจากสำนักงานประมงจังหวัดสงขลา สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลาและแม็คโครสาขาหาดใหญ่อย่างเร่งด่วน ในการช่วยรับซื้อกุ้งขาวแวนนาไมจากเกษตรกรโดยตรงในช่วงที่มีปัญหา เฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 ตัน พร้อมจัดงานเทศกาล “แม็คโครชวนกินกุ้งไทย ต่อลม
ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ การประกวดแข่งขันทำอาหารจากขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ โครงการ Farmhouse Cooking Contest “เมนูดี ชีวิตปัง” ชิงเงินรางวัลรวม 1 แสนบาท ในรอบคัดเลือกที่ มติชน อคาเดมี การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และบุคคลทั่วไปที่มีใจรักในการทำอาหาร โดยมีทีมเข้าร่วม 30 ทีม ทีมละ 2 คน มีกติกาหลักคือให้ผู้เข้าแข่งขันทุกทีมใช้ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ชนิดแผ่นแบบไหนก็ได้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหาร ซึ่งในวันนี้เป็นการแข่งขันในรอบคัดเลือกเพื่อหาผู้เข้ารอบ 10 ทีม มีดังนี้ ทีม TWIN ชื่อเมนู Morning Obento กิ๋นข้าวบ๋อ เป็นอาหารเช้าสำหรับเด็ก ซึ่งมื้อเช้าเป็นสิ่งสำคัญ ใช้ผัก 5 สี เพื่อดึงดูดให้เด็กอยากทาน ใช้ผลิตภัณฑ์ของฟาร์มเฮ้าส์ทั้งแผ่นโดยไม่เหลือทิ้ง ทีม S&N Home Baking ชื่อเมนู Bread Chesses Cake with Caramel Toast เป็นเจแปนนิสชีสเค้ก นำขนมปังมาบดผสมกับไข่ ผสมชีสเค้กลงไป ส่วนคาราเมลนั้นเป็นความชอบส่วนตัวของเจ้าของเมนู ทีม มาดาม “ชิน” นามอน ชื่อเมนู พิซซ่าสารพัดหน้า ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ เพราะคนไทยชอบขนมปังหน้าหมู ทานอร่อย แต่ทีมนี้นำขนมปังหน้าหมูมาอบเพื่อตัดเรื่องทอด
ดวงใครดวงมัน หมอทรัพย์ สวนพลู (ไม่ได้รับทำนายเป็นการส่วนตัว) ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านยังอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้เงินสดก้อนใหญ่ๆ ลาภที่ท่านจะได้ในระยะนี้ไม่มีข้อจำกัด อาจได้มากจนท่านนึกไม่ถึงก็ได้ เพราะเป็นระยะเวลาที่ดาวพระเคราะห์ให้คุณแก่ดวงของท่านอย่างยิ่ง ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านได้รับความสนับสนุนจากผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น อาจหมายถึงในที่ทำงานของท่านด้วยก็ได้ แต่ผู้ที่จะขัดแย้งกับท่านจริงๆ นั้นไม่มี การขอกู้ยืมเงินสดจากญาติมิตรไม่ค่อยสำเร็จ ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. ท่านมีโชคดีในเรื่องการเงิน การเจรจาเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวมท่านทำได้ดีมาก ไม่ควรทวงหนี้แทนผู้อื่นเพราะจะเพิ่มศัตรูโดยไม่จำเป็น ถ้าถูกเพื่อนบ้านรุกรานจะได้รับความช่วยเหลืออย่างดี แต่ท่านต้องไม่รังแกเขา ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค. ท่านได้รับเงินสดก้อนหนึ่ง หรือได้ลาภอันเป็นสิ่งที่ผู้คนนำมาให้ด้วยความเคารพนับถือ ผู้ร่วมงานทำการงานด้วยความขยันขันแข็ง มีความเชื่อมั่นในความคิดและความตั้งใจดีของท่าน สายๆ วันนี้จะได้ลาภ ราศีสิงห์ เกิดตั้งแต่ 17 ส.ค.-16 ก.ย. ท่านจะได้ลาภลอยโดยไม่
แม้การก้าวเข้ามาเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในวันนี้ดูจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ทว่าจะให้ยั่งยืนอยู่ตลอดรอดฝั่งกลับเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย ด้วยเพราะภาวะแข่งขันสูงขึ้นๆ การลอกเลียนแบบสินค้าทำได้เพียงแค่กะพริบตา วิธีทางออกจึงต้องอาศัยสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจหรือสินค้า และนี่จึงเป็นเรื่องที่เอสเอ็มอีไทยต้องฉุกคิดและนำมาปฏิบัติ “นวัตกรรม” (Innovation) เป็นอีกหนึ่งทางออกอันจะส่งผลไปสู่ความยั่งยืน ซึ่งในวันนี้หลายๆ หน่วยงานหันมาให้ความสำคัญ ปลุก SMEs ทั้งหน้าเก่าและคนรุ่นใหม่ให้หันมองนวัตกรรมซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัว ปลุกเอสเอ็มอีไทย ใส่นวัตกรรมให้ธุรกิจ SME Thailand Inno Awards 2018 โครงการประกวดเพื่อเฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรมเอสเอ็มอี ที่มีแบบอย่างทางความคิดในการนำองค์ความรู้และความคิดสร้างสรรค์มาใช้พัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ เพื่อต่อยอดการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เป็นอีกหนึ่งเสียงที่ปลุกเอสเอ็มอีให้ลุกขึ้นมาสู้กับภาวะการแข่งขันเพื่อให้ตนเองก้าวไปสู่ความยั่งยืนด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ โดยโครงการนี้ดำเนินมา 7 ปีแล้ว โดยนิตยสาร SME Thailand จับมือร่วมกับธนาคารกสิกรไทย นายวินัย วิโรจน์จริยากร
จากกรณีที่ชาวเน็ตวิจารณ์กระหึ่ม เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ “ทับทิม” โพสต์ในเฟซบุ๊ค ทับทิม กรพินธุ์ ขอให้ผู้ติดตามในเฟซบุ๊คของตัวเองช่วยกันบริจาคเงินให้คนละ 1 บาท เพื่อนำไปจ่ายค่าผ่อนรถเบนซ์ โดยมีคนโอนเงินไปให้จริงๆ จนมีการติดแฮชแท็ก #ขอทานยุค2018 อ่าน โอ้โห สาวโพสต์ขอเงินคนละ 1 บาท จะเอาไปผ่อนรถเบนซ์ โดยสาวทับทิมระบุว่า “เพื่อนๆในเฟสและผู้ติดตามอีก 30,000 กว่าคน ทับทิมมีเรื่องให้ช่วยคะ ขอคนละ 1 บาทได้มั้ยค่ะ ช่วยทับทิม ผ่อนรถเดือนนี้หน่อย (เลขบัญชี) กสิกร (ชื่อบัญชี) #โครงการปันน้ำใจคนละ 1 บาท😁 #ใครไม่ชอบปล่อยผ่านนะค่ะไม่ต้องคอมเม้นต์ด่า😁😁😁 ข่วยแชร์หน่อยนะค่ะ🙏🙏🙏 ล่าสุดมีคนเข้าไปคอมเม้นต์กันอย่างหนักในโพสต์ดังกล่าว ซึ่งมีทั้งไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง จนสาวทับทิมต้องโพสต์ชี้แจงว่าเป็นเรื่องจริง “ถามในอินบล็อกเข้ามาเยอะมากว่าขอจริงหรือเปล่า ตอบตรงนี้เลยค่ะ ขอจริงๆ เดือนนี้ช็อตจริงๆ คือตอนนี้ทับทิมเรียนอยู่ กำลังจะจบสิ้นเดือนนี้แล้ว เลยไม่ได้ทำงาน ไม่มีรายได้ แต่เดือนหน้าจะทำงานแล้วมีรายได้ จะไม่ให้คนอื่นเดือดร้อนอีกค่ะ” นอกจากนี้ สาวทับทิมยังโพสต์โชว์ยอดเงินในบัญชีธนาคารที่มีคนโอนเข้าไปช่วย
วันที่ 20 มิถุนายน ที่วัดโพธิญาณ ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก วันนี้วันพระ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 8 มีประชาชนมาร่วมทำบุญจำนวนมาก วันนี้ วัดโพธิญาณ ได้ออกประกาศเสียงตามสายเชิญชวนประชาชนในพื้นที่ม.4 ม.5 ตำบลหัวรอ ที่อยู่ละแวกใกล้เคียงวัด ให้มาช่วยรับสับปะรดไปแบ่งกันรับประทาน วัดได้ไปช่วยซื้อมาจากเกษตรผู้ปลูกสับปะรด จากต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ ไม่สามารถขายสับปะรดได้ ต้องปล่อยเน่าคาสวน หลังจากเสร็จพิธีทำบุญในช่วงเช้าเวลาประมาณ 08.30 น. ทางวัด ได้แจกจ่ายให้กับญาติโยมที่มาร่วมทำบุญให้นำกลับไปรับประทานที่บ้าน นำไปแบ่งปันเพื่อนบ้านตามแต่ใครที่จะสามารถหิ้วกลับไปได้ พระครูสุนทรโรจนคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิญาณ เปิดเผยว่า ช่วงนี้ผู้ปลูกสับปะรดประสบปัญหาราคาตกต่ำ ไม่สามารถขายผลผลิตได้ จำนวนมากก็ปล่อยให้เน่าคาต้น เพราะเก็บมาก็ไม่รู้จะไปขายที่ไหนได้ วัดโพธิญาณจึงช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ไปช่วยซื้อจากเกษตรกรผู้ปลูกที่บ้านน้ำพรม ต.วังนกแอ่น มาแจกประชาชนในวันนี้จำนวน 5 ตัน คิดราคาเหมาไปเลยจำนวน 4,000 บาท และมาแจกให้กับประชาชนในละแวกใกล้เคียงกับวัดและผู้ที่มาร่
วิจารณ์กระหึ่มโลกออนไลน์จริงๆ เมื่อชาวเน็ตแห่แชร์โพสต์ของหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ”ทับทิม” ซึ่งโพสต์ในเฟซบุ๊ค ขอให้ผู้ติดตามในเฟซบุ๊คของตัวเองช่วยกันบริจาคเงินให้คนละ 1 บาท เพื่อนำไปจ่ายค่าผ่อนรถเก๋ง โดยมีคนโอนเงินไปให้จริงๆ จนมีการติดแฮชแท็ก #ขอทานยุค2018 โดยสาวทับทิมระบุว่า เพื่อนๆในเฟสและผู้ติดตามอีก 30,000 กว่าคน ทับทิมมีเรื่องให้ช่วยคะ ขอคนละ 1 บาทได้มั้ยค่ะ ช่วยทับทิม ผ่อนรถเดือนนี้หน่อย (เลขบัญชี) กสิกร (ชื่อบัญชี) #โครงการปันน้ำใจคนละ 1 บาท😁 #ใครไม่ชอบปล่อยผ่านนะค่ะไม่ต้องคอมเม้นต์ด่า😁😁😁 ข่วยแชร์หน่อยนะค่ะ🙏🙏🙏 เรื่องกลายเป็นไวรัลที่ชาวเน็ตวิจารณ์กันหนักหน่วง เพราะเมื่อไปดูในไทม์ไลน์เฟซบุ๊คของน้องคนนี้ พบว่ายังเป็นนักศึกษา และขับรถเบนซ์หรูสีขวา ซึ่งเจ้าตัวลงรูปรถและบ้านในเฟซบุ๊ค จนเชื่อกันว่าน่าจะขอเรี่ยไรคนละ 1 บาทเพื่อไปผ่อนรถเบนซ์คันนี้ ในไทม์ไลน์ยังมีการโพสต์ภาพเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศหลายครั้ง โชว์เงินเป็นฟ่อนๆ แต่งตัวหรูหรา ของใช้แบรนด์เนม จนมีคนเข้าไปถามว่ารองเท้าที่ใส่คู่ละเท่าไหร่ สาวทับทิมก็มาตอบว่า รองเท้าคู่ละ 4,500 บาท คนถามเลยว่าให้เอารองเท้าไปขาย จะได้ไม่ต้องมาขอเงินคน
สมาชิกเฟซบุ๊กเพจ “Universo Fantástico” ได้โพสต์คลิปเพื่อนรักต่างสายพันธุ์ของเจ้าสุนัขและเสือดำตัวหนึ่ง ซึ่งไม่น่าเป้นไปได้ที่จะมาเป็นเพื่อนกัน แต่มันก็เป็นไปแล้ว ซึ่งในคลิปเจ้าสุนัขกำลังวิ่งนำหน้า จากนั้นก็มีเจ้าเสือวิ่งเหยาะๆ ตามมาข้างหลัง พร้อมกับเข้าคลอเคลียเล่นกันอย่างสนิทสนม ทั้งยังเข้าไปกอดคอเจ้าสุนัข โดยไม่มีท่าทีจะทำร้ายกันแต่อย่างใด เรียกได้ว่าดูแล้วน่ารักดีทีเดียว ขอบคุณเฟซบุ๊กเพจ Universo Fantástico ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ด้วยพัฒนาการของเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ กำลังจะทำให้ทะเลทรายที่แห้งแล้งกลายเป็นพื้นที่เขียวชอุ่มได้ หลังจากนักวิทยาศาสตร์จากประเทศจีน ได้พัฒนาพันธุ์ข้าวที่สามารถปลูกได้กับน้ำทะเล และสามารถนำไปปลูกไว้กลางทะเลทรายได้ นายหยวน หลงผิง นักวิทยาศาสตร์ชาวจีน ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งข้าวพันธุ์ผสม ได้ทำการปลูกข้าวจากน้ำทะเล และกำลังนำเทคนิคดังกล่าวไปใช้กับประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับการปลูกพืชอยู่แล้ว สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการเก็บเกี่ยวข้าวที่ปลูกตั้งแต่เดือนมกราคม และได้ผลผลิตที่สูงกว่าทั่วไป โดยได้ 7,500 กิโลกรัม ต่อ 10,000 ตารางเมตร ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 3,000 กิโลกรัม ต่อ 10,000 ตารางเมตร ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องการที่จะสานต่อโครงการดังกล่าวออกไป และมีเป้าหมายอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นที่แรก จึงเกิดเป็นบริษัทร่วมทุนกันระหว่างศูนย์วิจัยข้าวน้ำทะเลของจีน ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองชิงเต่า กับชีค ซาอีด บิน อาหมัด อัล มัคทูม จากตระกูลมหาเศรษฐีแห่งดูไบ ที่มีเป้าหมายระยะยาวอยู่ที่การปลูกข้าวให้ได้ 10 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ เท่ากับว่า
