ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ นายดุสิต โคกรัมย์ อายุ 19 ปี นักศึกษาวิทยาลัยสารสาสน์โปลีเทคนิค สาขาบัญชี ปีที่ 3 นำกระเป๋าสตางค์สีน้ำตาล 1 ใบมาส่งมอบให้ ร.ต.อ. สามารถ สัตยา รองสารวัตร (สอบสวน) เก็บไว้เพื่อนำส่งคืนเจ้าของภายหลังพบตกอยู่บนพื้นบริเวณทางเข้าวัดแค ต.ตลาด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จากนั้นเจ้าหน้าที่เปิดออกตรวจสอบ พบภายในกระเป๋ามีเงินสด 6,419.75 สตางค์ ลอตเตอรี่ 2 ใบ สร้อยคอทองคำ 3 เส้น บัตรเอทีเอ็ม 1 ใบ และเอกสารบัตรประชาชนระบุชื่อ น.ส.วรนุช พรหมประเสริฐ อายุ 49 ปี เจ้าหน้าที่จึงติดต่อแจ้งให้มารับคืน โดยนายดุสิต เปิดเผยว่า มาฝึกงานที่เทศบาลเมืองพระประแดง กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพักแถวพระสมุทรเจดีย์ พอมาถึงทางเข้าวัดแค เห็นกระเป๋าตกอยู่ที่พื้นถนนเมื่อหยิบขึ้นมาเปิดดูพบว่ามีทั้งเงินและถุงใส่ทองจึงนำกระเป๋ามาให้ตำรวจ ต่อมา น.ส.วรนุช เดินทางมารับกระเป๋าด้วยความดีใจ พร้อมระบุว่า ขี่รถจักรยานยนต์ไปรับหลานที่โรงเรียนแถวตลาดพระประแดง พอรับหลานเสร็จก็แวะซื้อของบริเวณวัดแค แล้วกลับบ้านพักในซอยวัดครุนอก พอไปถึงบ้านพัก ปรากฏว่ากระเป๋าสตางค์ได้หายไปจึงรีบออ
เพจ อ๊อกเล็ตธ์ออโต้ รถมือสอง คุณภาพเกรดเอ สาขาลาดกระบัง ได้โพสต์คลิปรีวิว “10 วิธีการดูรถมือสองไม่ให้โดนหลอก” ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังหาซื้อรถมือสองแต่ยังมีความกังวลว่าจะเป็นรถที่มีประวัติมามากน้อยขนาดไหน โดยเพจดังกล่าวแนะนำ 10 วิธีสังเกตเบื้องต้นโดยไม่จำเป็นต้องนำช่างไปซื้อรถด้วย หากเป็นรถที่มีสภาพดีจะต้องไม่มีรอยการซ่อมหรือชนมาอย่างหนัก อาทิ ให้ดูซิลิโคนตรงฝากระโปรงรถหรือประตู รวมทั้งดูป้ายติดหมายเลขประจำรถว่าเลขตัวถังตรงกับสำเนารถหรือไม่ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 31 พ.ค. นางชุตินาฎ วงศ์สุบรรณ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่จะเริ่มในเดือนมิ.ย.นี้ สศช. คาดว่า มีแนวโน้มที่เด็กและเยาวชนไทยจะเข้าสู่วงจรของการพนันฟุตบอลเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะนักพนันหน้าใหม่ที่เป็นแฟนฟุตบอลโลก อาจเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเข้ามาเล่นการพนันมากที่สุด ดังนั้นจึงแนะนำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรร่วมกันหามาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการสื่อสารให้เยาวชนกลุ่มนี้รู้ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย ทั้งนี้จากรายงานสถานการณ์การพนันในสังคมไทย ปี 2560 ของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน พบว่า คนไทย 54.6 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 28.9 ล้านคนที่เล่นการพนัน ในจำนวนนี้เป็นเด็กและเยาวชนอายุ 15-25 ปี มากถึง 3.6 ล้านคน โดยการพนันทายผลฟุตบอล เป็นการพนันที่ได้รับความนิยมใน อันดับต้นๆ รองจากสลากกินแบ่งรัฐบาล หวยใต้ดิน และไพ่ โดยมีนักพนันกลุ่มนี้ประมาณ 2.47 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นนักพนันหน้าใหม่ 1.17 แสนคน มีวงเงินหมุนเวียนในตลาดการพนันทายผลฟุตบอล 140,016 ล้านบาท โดยนักพนันส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงวัย
เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ห้องศรีพัชรินทร์ สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี ต.หนองไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครราชสีมา พลโทธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในการมอบนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ในการประชุมแก้ไขปัญหาและลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ระหว่างเจ้าหนี้นอกระบบในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 120 ราย ถกร่วมทั้งเจ้าหนี้และเจ้าหน้าที่ โดยมีพลตรีณัฐชน ศิริทีปตานนท์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 และผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พลตำรวจตรีวัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และผู้แทนจากสำนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา ร่วมลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ด้วย ร่วมเซ็นMOU ทั้งนี้นอกจากบรรดาเจ้าหนี้นอกระบบ ทั้ง120รายที่เชิญมาแล้ว ยังมีนายอำเภอจากทั้ง 32 อำเภอ เจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจจากทุกสถานี ร่วมรับฟังการชี้แจงความเข้าใจ เพื่อร่วมกันบูรณาการการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากปัญหาหนี้นอกระบบให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย ตามนโยบายเร่งด่วนของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาค
เป็นเรื่องเตือนภัยจากพ่อแม่ผู้ปกครอง หลังพบว่าเกิดเหตุการณ์ที่เด็กๆ ซื้อขนมหน้าโรงเรียน ซึ่งระบุว่า เป็นขนมเจลลี่ที่มีรสเผ็ดมาก โดยนำไปแกล้งเพื่อนจนทำให้เกิดอาการแสบร้อน ชาปาก ปวดท้อง จนต้องนำส่งโรงพยาบาล จึงมีการส่งข้อความเตือนในไลน์กลุ่มผู้ปกครองให้ระวังสิ่งนี้ให้ดี โดยเพจ Drama-addict ได้เผยแพร่ข้อความดังกล่าวพร้อมระบุว่า “อันนี้เตือนไว้นะครับ ไอ้เจลลี่อันนี้เห็นเขาว่ามี อย. แต่จ่ายังหาเลข อย. ไม่เจอเลยเช็กข้อมูลไม่ได้ ใครมีเลข อย. ของมันฝากส่งมาดูหน่อยนะ ไลน์ผู้ปกครองที่มีการแชร์ แต่จากข้อมูลในเว็บของผู้ผลิต เขาระบุว่า ผลิตจากพริก Carolina Reaper แคโรไลนา รีพเปอร์ ที่เผ็ดยิ่งกว่าพริกขี้หนูประมาณห้าสิบเท่า และในเว็บผู้ผลิตไม่แนะนำให้คนที่กินเผ็ดไม่ได้ เด็ก หรือสตรีมีครรภ์ หรือมีโรคเกี่ยวกับกระเพาะกินเจลลี่ตัวนี้ โดยเฉพะคนที่เป็นโรคกระเพาะอยู่แล้ว กินเข้าไปอาจลงไปดิ้นได้” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
สมาชิกหมายเลข 2456588 เว็บไซต์พันทิป ได้โพสต์ตั้งคำถามขอแสดงความเห็นว่า “หลังเกษียณ ให้เลือกระหว่าง เงินก้อน 10 ล้าน กับ เงินเข้าบัญชีเดือนละ 30,000 จนตาย อันไหนดีกว่ากันครับ” ซึ่งคำถามประโยคสั้นๆ ดังกล่าวกลับได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วไปเป็นอย่างมาก ต่างเข้ามาแสดงความเห็นได้อย่างน่าสนใจ ว่า “เอาของจริงไปเลย ญาติผู้ใหญ่ เกษียณปี 60 เงินเดือน เดือนสุดท้าย 74,320 บาท อายุราชการ 36 ปี บำนาญ = 74,320 * 36/50 = 53,510 บาท ( = 72% ของเงินเดือน เดือนสุดท้าย) บำเหน็จ = 74,320*36 = 2,675,520 บาท แทบไม่ต้องคิดเลยเลือกรับบำนาญ เดือนละ 53,510 บาท” ส่วนอีกความเห็นหนึ่งระบุว่า “เงินต้น 10 ล้านเอามาหาผลตอบแทน ไม่ถึง 4% ต่อปี ก็ได้เกินเดือนละ 3 หมื่นแล้วครับ โดยที่ต้นไม่ลด กองทุน หุ้น ธุรกิจ ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ ใครรู้บอกเพิ่มที คิดไม่ออก ซื้อ Dif หรือ Jasif ได้ปันผล 7% = 700,000 บาทต่อปี ตกเดือนละ 58,000 บาทแล้วครับ” อ่าน ที่มา ข่าวสดออนไลน์
จากกรณีของนางเปือน สายสุด อายุ 66 ปี หรือ คุณยายเปือน อยู่บ้านเลขที่ 43/1 ม.12 บ้านนาโพธิ์ ต.ช่างปี่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ที่อาศัยอยู่ภายในบ้านเก่าทรุดโทรมแทบจะอยู่อาศัยไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าใช้ มีเพียงก๊อกประปาที่เพื่อนมาต่อมาให้ใช้ 1 หัว อีกทั้งร่างกายไม่แข็งแรง ปวดขาและตาพร่ามัว มีรายได้จากการขุดหอย ขุดปู ขายได้เงินวันละ 20-40 บาท และ เบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 1 พันบาท ซ้ำร้ายลูกๆ และสามีได้ตีจาก โดยหลังจากสื่อหลายสำนักได้นำเสนอเรื่องราวชีวิตอันแสนรันทดของคุณยายเปือนได้มีประชาชนผู้ใจบุญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือ ความคืบหน้า วันที่ 31 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนยังคงทยอยเดินทางนำสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่นอนหมอนมุ้ง เงินสด เสื้อผ้า และข้าวสารอาหารแห้งต่างๆ มาช่วยเหลือคุณยายเปือนอย่างไม่ขาดสาย ล่าสุดตัวเลขยอดเงินบริจาคในบัญชีช่วยเหลือคุณยายเปือนสูงถึง 738,970.01 บาท พร้อมทั้งมีบริษัท เอเค91 ได้ติดต่อผ่านมายังนายสุธี บูรณ์เจริญ นายก อบต.ช่างปี ว่าจะสร้างบ้านให้กับคุณยายเปือน และจะมอบเงินอีกจำนวนหนึ่งให้กับคุณยายอีกด้วย จนท.และประชาชน เดินทางมาเยี่ยม นางเปือน สายสุด อายุ
เปิดข้อมูลสาขาจาก ธปท. พบ 4 เดือนแบงก์พาณิชย์ปิดสาขาแล้ว 34 สาขา ไทยพาณิชย์นำโด่งปิดสาขา 65 สาขา ตามด้วยกรุงไทย-ซีไอเอ็มบี ไทย-ยูโอบี-แบงก์กรุงเทพ ด้านไทยพาณิชย์ปิดสาขาตามเป้า 3 ปี เหลือ 400 สาขา แต่เปิดศูนย์ให้บริการเอสเอ็มอีแทนที่ ด้านกรุงไทยลั่นไตรมาส 3 เห็นโฉมใหม่ของสาขา เปลี่ยนโฉมสาขาเป็นสาขาไร้กระดาษ หวังลดต้นทุนสาขา 25% ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานข้อมูลความเคลื่อนไหวสาขาของธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) ทั้งระบบ ณ สิ้น เม.ย. 2561 ว่า ล่าสุดสาขาโดยรวมของแบงก์ทั้งระบบปรับลดลงต่อเนื่องอยู่ที่ 6,750 สาขา ลดลง 34 สาขา เทียบจากสิ้นปี 2560 ที่มีจำนวน 6,784 สาขา และหากเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) พบว่าสาขาลดลง 193 สาขา พิกุล ศรีมหันต์ สำหรับในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารที่มีการปรับลดสาขาลงมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ มีจำนวนลดลง 65 สาขา มาอยู่ที่ 1,096 สาขา จากสิ้นปีก่อนมีจำนวน 1,161 สาขา รองลงมาจะลดลง 2 สาขาในหลายแบงก์ นำโดย ธนาคารกรุงไทย ลดเหลือ 1,119 สาขา จาก 1,121 สาขา, ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จาก 84 สาขามาเหลือ 82 สาขา และธนาคารยูโอบี เหลือ 151 สาขา จาก 153 สาขา ขณะที่
อีกหนึ่งงานประจำปีที่ทุกท่านรอคอย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดงานใหญ่ งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน มหกรรมหน้ากากนานาชาติ ประจำปี 2561 คุณประยูร อรัญรุท นายอำเภอด่านซ้าย กล่าวว่า ความพิเศษที่จะเกิดขึ้นในงานปีนี้จัดเต็มกว่าปีที่แล้ว มีการละเล่นผีตาโขนและพิธีการมากมาย การละเล่นหน้ากากนานาชาติจาก 5 ประเทศที่เข้าร่วม ขบวนนางรำ ขบวนแห่จากตำบลต่างๆ ชมคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง อลังการด้วยเทคโนโลยีแสงสีเสียงตลอดทาง รวมถึงชิมชมช็อปตลาดประชารัฐ และสินค้า OTOP จากชุมชนต่างๆ อีกมากมาย “สิ่งที่เป็นไฮไลต์คือ การแห่พระเวสเข้าเมือง เป็นขบวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และการประกวดหน้ากากผีตาโขนชิงถ้วยรางวัลประทาน จากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ซึ่งมี 2 ประเภทคือ หน้ากากโบราณ และหน้ากากสวยงามและสร้างสรรค์” คุณเกียรติพงษ์ คชวงษ์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเลย เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยกให้งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน มหกรรมหน้ากากนานาชาติ ประจำปี 2561 เป็นงานระดับนานาชาติ เนื่องด้วยเป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ โดยคาดว่าปีนี้จะมีบริษัททัวร์รวมถึงนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มจากทั่วโลกเดินทาง
ปัจจุบัน ประเทศไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับ 1 ของโลก แต่ปริมาณการส่งออกมีจำนวนและมูลค่าลดลง เนื่องจากกลุ่มคู่แข่ง โดยเฉพาะอินเดีย เวียดนาม และเมียนมา ที่เข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้น ซินเจนทา บริษัทผู้นำด้านธุรกิจการเกษตรระดับโลก ได้จัดงานนิทรรศการนวัตกรรมและเทคโนโลยีข้าว หรือ Rice Expo ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาความรู้และเสริมทักษะด้านการเพาะปลูกให้แก่กลุ่มเกษตรกร “ชาวนา” ของไทย ให้สามารถผลิตและพัฒนาข้าวไทยให้ดีและมีคุณภาพดียิ่งขึ้น นายดำรงศักดิ์ เดี่ยววาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา เปิดเผยว่า การนำนวัตกรรมมาใช้พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตข้าวเป็นหัวใจหลักสำคัญตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีการอารักขาพืช โดย ซินเจนทา ได้ลงทุนกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อปรับปรุงวิธีการเจริญเติบโตและปกป้องพืช ช่วยเกษตรกรให้มีจำนวนผลผลิตและคุณภาพของพืชมากขึ้น โดยใช้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีส่วนผสมคุณภาพ ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพการป้องกันพืช ปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อม การจัดงานนิทรรศการนวัตกรรมและเทคโ
