ข่าววันนี้
เป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์สำหรับผู้หญิงหลายๆ คน ที่กำลังคิดจะไปสักคิ้ว ล่าสุด เพจ อีจัน เปิดเผยเรื่องราวของหญิงคนหนึ่งชาว จ.พิจิตร ที่ไปให้ร้านรับสักคิ้ว ในราคา 200 บาท แต่ร้านใช้น้ำยาสักตัวมาสักคิ้วให้ ทำให้หมึกฝังแน่นลบไม่ออก โดดเด่นอยู่บนใบหน้า ทั้งนี้ หญิงคนดังกล่าวเปิดเผยว่า คนที่สักให้เป็นอาจารย์สักตัว รู้จักกันในแวดวงการทำงาน เขาบอกว่าแฟนเขาก็สักแบบนี้ ก็ดูปกติจึงให้สักให้ ปรากฏว่าออกมาแบบนี้ก็รู้สึกเสียใจ ขณะที่เจ้าของร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง ที่หญิงรายนี้ไปขอความช่วยเหลือ ระบุว่า ผู้หญิงคนนี้จะมาลบคิ้วกับตน เขาบอกว่าเพิ่งไปสักมาเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ทำไป 200 บาท ตั้งแต่ไปสักคิ้วมาก็ออกไปไหนไม่ได้เลย ไม่มีความมั่นใจ ต้องพักงานอยู่แต่ในบ้าน วันที่มาหาตน เขาขี่มอเตอร์ไซค์เอาผ้าโพกหัวมา ร้องไห้บอกให้ช่วยด้วย ที่เขาสักมาเป็นสีสักตัว เมื่อเวลาผ่านไปมันก็นูนขึ้น ที่สักมามันเป็นเข็มที่เอามามัดรวมกัน ใช้ไม้ยาวทิ่มเหมือนสักยันต์ ตอนนี้ยังลบไม่ได้เพราะผิวอ่อนแอมาก ถ้าเกิดไปลบตอนนี้มันจะช้ำ ต้องทิ้งเวลาให้หายดีก่อน ช่างที่จะลบต้องเก่งจริงๆ เพราะเสี่ยงเป็นแผลเป็นคีลอยด์ ตอนนี้วอนอาจารย์ที่เก่งๆ มาช่
ผลไม้ที่มาแรงที่สุดที่จะต้องกินในตอนนี้ จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก ‘ทุเรียน’ ที่ทุกคนต้องหาซื้อทานกันจนเป็นผลไม้สุดฮิต โดยเฉพาะหลังมีคลิป แม่ค้า ขายทุเรียนกิโลละ 3,000 บาท จึงทำให้กลายเป็นที่น่าสนใจของชาวโซเชียล วันนี้ ขอพาไปรู้จักร้านทุเรียนดังกล่าว คือ ร้านน้องนิด มี น.ส.พุทชาติ มากผล หรือ พี่นิด อายุ 46 ปี เจ้าของร้าน น้องนิด ขายทุเรียน สดจากสวน ส่วนตัว จ.ระยอง โดยร้านของพี่นิด ตั้งอยู่ที่ ตลาด อ.ต.ก. โซน Best of Or Tor Kor น.ส.พุทชาติ กล่าวว่า ร้านของตนเปิดมา 30 ปี แล้ว โดยจุดเริ่มต้นนั้น ครอบครัวตนมีอาชีพ เกษตกร และ ตนก็มาเป็นเกษตกร อยู่ที่ ตลาด อ.ต.ก. ตั้งแต่ อายุ 13 ปี ไม่ได้เรียน มาทำงานเลย ตนเริ่มขายทุเรียนมานาน จึงมีความเชี่ยวชาญในด้านทุเรียนมาก โดยที่ร้านขาย ทุเรียนหมอนทอง กิโลกรัมละ 3,000 บาท และ ทุเรียนก้านยาว กิโลกรัมละ 4,000 บาท ตนขายหลายราคา เริ่มต้นตั้งแต่ขายเป็น ขีด จนถึงกิโลกรัม แล้วแต่ลูกค้าจะเลือก มีครบทุกรสชาติ ตั้งแต่หวาน หอม กรอบนุ่ม ไปจนถึง เอาใจคนรักสุขภาพ มีรสชาติ หวานน้อย ด้วย สาเหตุที่ร้านของตนที่มีชื่อเสียง และลูกค้าเยอะ จนถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะราคาแพง ตา
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 9 พฤษภาคม บริเวณหน้าโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี กลุ่มพยาบาลวิชาชีพของโรงพยาบาล ประมาณ 50 คน ได้รวมตัวกันประท้วงขับไล่ น.ส.กิตติยา เตชะไพโรจน์ หัวหน้าพยาบาล รพ.ศูนย์อุดรธานี หลังจากมีการประท้วงและเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อรองผู้ว่าฯ ศูนย์ดำรงธรรม และ สนง.สาธารณสุข จ.อุดรธานี ไม่ยอมรับหัวหน้าพยาบาลคนนี้มาแล้ว 2 ครั้ง และได้มีการเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าพูดคุยเพื่อยุติปัญหาดังกล่าว แต่กลุ่มพยาบาลที่ประท้วงยังยืนยันว่ายังไม่ได้รับการแก้ไข จนกระทั่งได้รวมตัวกันออกมาประท้วงอีกครั้ง วันนี้นอกจากมีการถือป้ายไวนิลที่มีข้อความประท้วงขับไล่ การร้องเพลงมาร์ชพยาบาลสีขาว ยังได้มีการตะโกนขับไล่หัวหน้าพยาบาล ท่ามกลางประชาชนที่สนใจมุงดู โดยมีตำรวจ ทหาร ร่วมสังเกตการณ์ น.ส.นิลุบล ไชยโกมล พยาบาลวิชาชีพ เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้เนื่องจากยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา น.ส.กิตติยา เตชะไพโรจน์ หัวหน้าพยาบาลยังอยู่ในตำแหน่ง ทั้งที่ยังอยู่ในระหว่างการถูกร้องทุกข์ ยังคงบริหารงานโดยขาดหลักธรรมาภิบาล เช่น การจำกัดโอที ตัดโอที จำกัดการขึ้นเวร ออกคำสั่งมิชอบเรื่องการมาปฏิบัติงานสาย 1 นาที มาสาย
วันที่ 9 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรับจ้างมีร้านรับซักรีดผ้าที่ยังใช้เตารีดแบบโบราณ ให้บริการอยู่ ที่บ้านเลขที่ 88/4 ม.5 ต.ขวัญเมือง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางตรวจสอบพบ นายนพ ทรงอยู่ อายุ 87 ปี ถอดเสื้อยืนรีดผ้าอยู่ โดยใช้เตารีดที่ทำจากเหล็กหล่ออย่างหนา มีน้ำหนักประมาณ 7 กิโลกรัม มีด้ามจับเป็นไม้ เมื่อรีดไปพอหมดความร้อน จะยกเตารีดแบบเดียวกันอีกอัน ที่วางอยู่บนเตาถ่านที่ไฟกำลังลุกแดง มารีดต่อ โดยเสื้อผ้าทุกตัวที่รีดจะผ่านการพรมน้ำ เพื่อให้ผ้าเรียบได้ดี นายมานพ กล่าวว่า ตนเองอดีตเคยเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน เคยใช้เตารีดแบบโบราณนี้รีดผ้าให้นายทหารมาก่อน จนได้รับคำชมว่ารีดเสื้อผ้าได้เรียบและสวยงาม พอปลดประจำการมาตั้งแต่ปี 2497 ไม่รู้จะไปประกอบอาชีพอะไร จึงไปซื้อเตารีดเหล็กหล่อโบราณมา อันละ 70 บาท มาใช้ประกอบอาชีพเรื่อยมา จนมีภรรยาและมีลูกด้วยกัน 5 คน ส่งเสียจนลูกเรียนจบรับราชการจนลูกเกษียณหมด ยังรับจ้างรีดผ้าอยู่ ลูกค้าเมื่อก่อนมีตั้งแต่ชาวบ้าน นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด รีดผ้าราคาตัวละ 10 บาท ชุดขาว 150 บาท ขั้นตอนก่อนจะรีดต้องเตรียมติดถ่านให้ร้อนแดง จากนั้นนำเตารีดขึ้นไปวางให้ร้อนพอเห
ศรีสะเกษ นายอำเภอกันทรลักษ์ปีนต้นทุเรียนภูเขาไฟแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลผลไม้ เผยทุเรียนภูเขาไฟกว่า 2,000 ตัน เตรียมทะลักสู่ท้องตลาด ขณะที่ชาวสวนยิ้มมีผู้ชอบทุเรียน แห่ไปจองทุเรียนที่ยังไม่สุกแทบเกลี้ยงไร่ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนทุเรียน นายบัวเรียน อรุณเรือง ฐาน 1 วิสาหกิจชุมชนเกษตรไม้ผล หมู่ที่ 16 ต.ภูเงิน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายสมเกียรติ ศรีขาว นายอำเภอกันทรลักษ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปเปิดการแถลงข่าว “เทศกาลผลไม้และของดีกันทรลักษ์ 61” ซึ่ง อ.กันทรลักษ์ ได้กำหนดจัดงานนี้ขึ้นในระหว่างวันที่ 18 – 27 พ.ค. 2561 ณ สนามหน้าที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ โดยนายอำเภอกันทรลักษ์ได้ปีนขึ้นไปบนต้นทุเรียนภูเขาไฟ เพื่อที่จะตรวจสอบดูว่า ผลทุเรียนภูเขาไฟลูกใหญ่ที่ห้อยอยู่นั้น ใกล้สุกพร้อมที่จะออกสู่ท้องตลาดได้แล้วหรือไม่ โดยนายอำเภอกันทรลักษ์ได้ปีนต้นทุเรียนขึ้นไปอย่างทุลักทุเล จากนั้น ได้ใช้ไม้เคาะลูกทุเรียน แจ้งแก่ผู้ที่มาร่วมพิธีแถลงข่าวทุกคนว่า ทุเรียนลูกนี้ใกล้จะสุกแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะกินได้ และพร้อมที่จะนำออกขายในท้องตลาด นายสมเกียรติ ศรีขาว นา
นายภุชพงค์ โนดไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยผลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ในปี 2560 พบว่า ครัวเรือนทั่วประเทศ มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 26,946 บาท ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการทำงาน ร้อยละ 71.9 ซึ่งได้แก่ ค่าจ้างและเงินเดือน ร้อยละ 45.1 กำไรสุทธิจากการทำธุรกิจ ร้อยละ 18.1 และกำไรสุทธิจากการทำการเกษตร 8.7 และมีรายได้ที่ไม่ได้เกิดจากการทำงาน เช่น เงินที่ได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นนอกครัวเรือน/รัฐ ร้อยละ 11.6 รายได้จากทรัพย์สิน เช่น ดอกเบี้ย ร้อยละ 1.4 นอกจากนั้นยังมีรายได้ที่ไม่เป็นตัวเงินในรูปสวัสดิการ/สินค้าและบริการต่างๆ ที่ได้รับมาโดยไม่ต้องซื้อ ร้อยละ 13.8 (รวมค่าประเมิน ค่าเช่าบ้าน/บ้านของตนเอง) ครัวเรือนทั่วประเทศมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 21,437 บาท เป็นค่าอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ ร้อยละ 35.1 รองลงมาเป็นค่าที่อยู่อาศัย เครื่องแต่งบ้าน และเครื่องใช้ภายในบ้าน ร้อยละ 20.3 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับยานพาหนะและการเดินทาง ร้อยละ 17.4 และอื่นๆ เช่น ของใช้ส่วนบุคคล ใช้ในการสื่อสาร ใช้เพื่อการศึกษา ฯลฯ ร้อยละ 14.2 และค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค ร้อยละ 13.0 สำ
นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายตลาดนำการผลิต กระทรวงเกษตรฯ จะเพิ่มช่องทางการค้าขายทางระบบออนไลน์ (อีคอมเมิร์ซ) ขึ้น โดยขณะนี้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้เปิดเว็บไซต์ขายสินค้าเกษตรออนไลน์ชื่อ www.dgtfarm.com หรือดิจิตอลฟาร์มดอทคอม โดยนำร่องค้าขายผลไม้และข้าวแล้ว และจะพิจารณาสินค้า ปศุสัตว์ ประมง ผลิตภัณฑ์ยางพารา ให้สามารถค้าขายบนเว็บไซต์นี้ในระยะต่อไป การขายผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวเกษตรกรจะต้องลงทะเบียนโดยใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลัก และระบุสินค้าที่จะทำการค้าขายก่อน หลังจากนั้นจะมีการจับคู่ระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค หรือผู้ซื้อกับผู้ขาย โดยอัตโนมัติเพื่อให้สามารถขายสินค้าโดยตรง กรณีที่สินค้าไม่ได้คุณภาพ ผู้ซื้อสามารถคืนสินค้าได้ ซึ่งจะส่งผลให้เว็บไซต์ ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคมากขึ้น จากปัจจุบันผู้บริโภครวมทั้งคนไทยจะเชื่อมั่นเว็บไซต์ของต่างประเทศมากกว่า ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้ลงทะเบียนซื้อขายสินค้า 1 ล้านบัญชีภายใน 3 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค. 2561 เพื่อซื้อขายสินค้าบนเว็บไซต์ ดิจิตอลฟาร์ม “ผมไม่เกรงกลัว
หลังกลายเป็นคลิปที่ได้รับการแชร์โลกออนไลน์ของชาวจีนอย่างหนัก เมื่อมีการถ่ายคลิปสาวไทยที่ทำหน้าที่คล้องพวงมาลัยให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน ก่อนที่จะขึ้นรถทัวร์ โดยมีการถ่ายรูปกับสาวใส่ชุดไทยเป็นที่ระลึก แต่พบว่าสาวคนดังกล่าว มีสีหน้าที่มึนตึง ไม่ยิ้มแย้ม แต่จะยิ้มเหมือนเป็นคนละคนตอนถ่ายรูปเท่านั้น เหมือนคล้องพวงมาลัยไปแบบไม่อยากจะทำ โดยนอกจากคลิปดังกล่าวจะได้รับการแชร์ในสื่อออนไลน์ของชาวจีนแล้ว ยังพบว่ามีการทำคลิปล้อเลียน โดยนำไม้แขวนเสื้อและที่คล้องบัตรมาทำเป็นพวงมาลัย แล้วทำหน้าเบื่อโลก ก่อนยิ้มตอนถ่ายรูปเท่านั้น ซึ่งคลิปดังกล่าวได้รับการแชร์ และแสดงความคิดเห็นอย่างหนัก ล่าสุดทางบริษัทสั่งไล่ออก 2 สาวหน้าบึ้งที่ใส่ชุดไทยแล้วทำหน้าที่คล้องพวงมาลัยให้นักท่องเที่ยวชาวจีนแล้ว โดยทางบริษัทได้ไล่ออกตั้งแต่ก่อนที่จะมีคลิปแชร์และเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ขณะที่พนักงานคนอื่นที่อยู่ในเหตุการณ์และช่างภาพที่ถ่ายรูปนั้น ทางบริษัทสั่งพักงานเป็นเวลา 7 วันเช่นกัน
อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ดราม่าและถกเถียงกันในโลกโซเชียลอย่างเผ็ดร้อน จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพใบสั่งจาก สถานีตำรวจแห่งหนึ่งย่านบางรัก โดยระบุข้อความไว้ว่า น้องของตนขับรถจักรยานยนต์ขนแก๊ส 2 ใบ มีเหล็กล็อกถังอย่างดี ทว่ากลับถูกจับข้อหาขนวัตถุอันตราย หลังจากโพสต์สเตตัสดังกล่าวได้มีชาวโซเชียลเข้ามาถกความเห็นกันอย่างดุเดือด โดยส่วนใหญ่ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างหนัก ทั้งจิกแกมหยอกว่า “วันไหนครอบครัวตำรวจโทรสั่งแก๊ส ก็ไม่ต้องไปส่งให้” อย่างไรก็ดี ชาวโซเชียลได้แสดงความคิดเห็นอีกมุมว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำถูกแล้ว เนื่องจากมอเตอร์ไซค์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ขนถังแก๊ส ขณะที่บางส่วนได้นำข้อกฎหมายตามประกาศกรมการขนส่ง มาอ้างอิงว่าเป็นวัตถุอันตรายอย่างแท้จริง
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไปว่า ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงปกคลุมประเทศจีนและทะเลจีนใต้แล้ว คาดว่าจะแผ่เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในคืนนี้ (9 พ.ค. 61) ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันนี้ ถึง 12.00 น. วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และพิษณุโลก อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร
