ข่าววันนี้
วันที่ 9 เม.ย. จากกรณี โลกโซเชี่ยลฮือฮา มีผู้เปิดธุรกิจให้เช่าสินสอด-ทองหมั้น โดยมีอัตราค่าบริการมีดังนี้ ทองแท่งหนักแท่งละ 10 บาท ค่าเช่าแท่งละ 10,000 บาท ทองแท่งหนักแท่งละ 50 บาท ค่าเช่าแท่งละ 40,000 บาท ทองแท่งหนักแท่งละ 100 บาท ค่าเช่าแท่งละ 70,000 บาท เงินสด 3 แสน – 5 แสน ค่าเช่า 30,000 บาท เงินสด 1 ล้าน ค่าเช่า 50,000 บาท เงินสด 5 ล้าน ค่าเช่า 150,000 บาท เงินสด 10 ล้าน ค่าเช่า 250,000 บาท รถเบนซ์ติดโบว์ ค่าเช่า 15,000 บาท ด้านเจ้าของธุรกิจ ชี้แจงว่า สังคมไทยให้ความสำคัญกับการมีหน้ามีตาในสังคม ไม่อยากเสียหน้า จึงมองเห็นช่องทางดังกล่าวมาทำธุรกิจ ที่ผ่านมาเปิดให้เช่ารถเบนซ์ส่งตัวเพียงอย่างเดียว ก่อนขยายมาให้เช่าทองแท่ง เดิมมีลูกค้าประมาณ 10 ราย แต่เมื่อแชร์ออกไปทำให้มีคนติดต่อสอบถามจำนวนมาก ทั้งนี้ยืนยันว่าเงื่อนไขการเช่า ต้องให้ฝ่ายพ่อแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาว รวมทั้งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องรับรู้ มีการเซ็นเอกสารรับทราบสัญญาเช่าร่วมกัน เพื่อป้องกันการหลอกลวง ซึ่งในงานจะมีคนของบริษัทจะเป็นคนถือเงิน ถ้างานใหญ่มากก็จะมีการ์ดคุ้มกันความปลอดภัย ทั้งนี้จะต้องเก็บความลับลูกค้า ไม่มีการเปิดเผยไม่ว
วันที่ 9 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรบ้านหนองบัวลี ต.ไทยสามัคคี อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ จำนวน 7 ครอบครัว นำหลักฐานเป็นบัญชีการขายผักบุ้ง และสัญญาเงินกู้ ไปร้องต่อศูนย์ดำรงธรรม อ.หนองหงส์ ให้ช่วยติดตามเงินขายผักบุ้งกับบริษัทแห่งหนึ่ง หลังสหกรณ์ อ.หนองหงส์ เป็นผู้ติดต่อมาเป็นคู่สัญญารับซื้อ แต่กลับไม่ได้เงินตามที่ตกลง จนกระทั่งเวลาผ่านล่วงมานาน 3 เดือน ยังไม่มีการจ่ายเงินที่จะได้รับรายละ 5,000 – 50,000 บาท เฉพาะเงินกลุ่มเกษตรกร 7 คนรวมเป็นเงินกว่า 200,000 บาท ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีเงินไปชำระหนี้สินที่กู้มาลงทุน และเงินค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน นางพนารัตน์ อำไพ อายุ 53 ปี เกษตรกรบ้านหนองบัวลี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา สหกรณ์หนองหงส์ ได้นำโครงการปลูกผักมานำเสนอ โดยจะมีบริษัทหนึ่ง อยู่ที่จ.ขอนแก่น มาประกันราคาผลผลิตให้ โดยมีโปรแกรมการปลูกผักหลายชนิด มีทั้งมะเขือ ถั่วฝักยาว และผักอื่นๆ อีกหลายชนิด มีชาวบ้านสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 30 ครอบครัว โดยคุ้มของพวกตนจับกลุ่มกันได้ 7 ครอบครัว เลือกเอาโปรแกรมปลูกผักบุ้ง ซึ่งบริษัทประกันราคา กิโลกรัมละ 25 บา
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีกหนึ่งวัน ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนเริ่มมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันนี้ถึง 12.00 น. วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน และจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น อุณหภูมิต่ำสุด 18-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33
แนวโน้มความน่าจะเป็นในรอบสัปดาห์หน้า (ระหว่างวันที่ 9-15 เมษายน 2561) เสฏฐวุฒิ ลัคนา (ลั) ราศีเมษ ในรอบสัปดาห์นี้ ท่านจะมีงานเข้ามามากขึ้น จะมีคนที่สอดรู้ สอดเห็นหรือคาดการณ์ต่างๆ ที่ไม่คาดคิดในงานของท่าน ข้อพิพาทต่างๆ ถ้ามีจะรุนแรงขึ้น ยากที่จะจัดการให้ลงตัวได้โดยง่ายๆ เรื่องเงินทองหรือของที่หายได้คืนยาก คนโสดที่อายุน้อยๆ จะรักกับคนอายุมากกว่าหรือเป็นม่าย อาจเป็นผู้ที่นับถือธรรมเนียมประเพณีต่างกันก็ได้ ถึงท่านจะได้คู่คิดคนใหม่ก็ไม่ผิดหวัง มีโอกาสชนะคดีด้วยความทรหดอดทน สบายใจได้อย่างน้อยๆ บ้านท่านก็ร่มเย็นเป็นสุข เรื่องเสี่ยงโชคไม่ว่าจะเสี่ยงแบบไหนก็ไม่มีหวังทั้งนั้น การพนันขันต่อต่างๆ มีผลทำให้เสียทรัพย์ไม่น้อยเหมือนกัน ลัคนา (ลั) ราศีพฤษภ ในรอบสัปดาห์นี้ สิ่งที่คาดคิดว่าจะมีผลประโยชน์เพราะเคยทำสำเร็จมาแล้ว บัดนี้อาจจะกลายเป็นตรงข้ามก็ได้ เนื่องจากสิ่งแวดล้อมและกระแสความนิยมเปลี่ยนไป กลุ่มเป้าหมายของท่านได้แปรเปลี่ยนไปแล้วด้วย ถึงอย่างไรยังมีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือธุรกิจติดต่อหรือ การเดินนายหน้าเท่านั้นจะเป็นไปอย่างราบรื่น การเจรจาต่อรองหรือเรียกรับผลประโยชน์ก็จะตกลงกันง่ายขึ้น ปัญหาถ้าจะ
มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก นามว่า Suwanan Ketiam โพสต์รููปตนเอง ในภาพชุดครุยรับปริญญา คู่กับ ภาพที่งานที่ตัวเองทำอยู่ในปัจจุบัน พร้อมข้อความว่า “โอ้โฮ้ !! จบ ป.ตรีมาแล้ว มาทำงานแบบนี้อะเหรอ? (คำที่หลายคนชอบถาม )….. การเรียนจบ “ปริญญา” ไม่ได้เเสดงว่าจะต้องทำงานอยู่ในห้องแอร์ หรือ ทำงานเงินเดือนเยอะๆ เราขอแค่จบมา มีงานทำ เงินเดือนไม่ต้องเยอะมาก แต่พอใช้ และมีเงินเก็บ ทำงานตรงนี้สบายใจกว่า ไม่ต้องมีใครมากดดัน หัวหน้าให้ไปทำตรงไหนก็ไป ได้ไปหลายสถานที่ ทำหลายๆ อย่างที่คนทั่วไปไม่ค่อยมีโอกาส มีเพื่อนๆ ร่วมสายงานที่น่ารัก คอยดูแล เผลอๆ จะใจดีกว่า…ชะอีก ในส่วนตัวเราคิดว่า ทำงานอะไรแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะ ดีกว่าไม่มีงานทำ และไม่มีเงินใช้น่าาา” จากกรณีดังกล่าว มีผู้เข้าไปคอมเม้นต์ชื่นชมจำนวนมาก บ้างบอกว่า ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน / ไม่เกี่ยงงาน ไม่ยากจน ในขณะที่อีกหลายคน เข้าไปให้กำลังใจ ทั้งนี้ จากโปรไฟล์ของเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว ระบุว่าจบปริญญาตรี สาขาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม
จากกรณีน.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี น้องอิน อายุ 20 ปี อดีตนักแสดงเด็กชื่อดัง ประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์ BMW รุ่น X1 สีขาว หมายเลขทะเบียน 5 กบ 5248 กรุงเทพมหานคร เสียหลักลงไปข้างทางชนกับต้นไม้ขนาดใหญ่ เสียชีวิต บนถนนทางหลวงหมายเลข 9 ทางรถไฟ หลักกม.ที่ 79 มุ่งหน้าสระบุรี ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จุดเกิดเหตุดังกล่าวนั้นเคยเกิดอุบัติเหตุมาเเล้วหลายครั้ง เสียชีวิตมาเเล้วหลายราย โดยต่อมา บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุที่น้องอิน เดินทางจากพัทยาไปยัง จ.พระนครศรีอยุธยา ในตอนกลางดึก เพื่อต้องการไปหาเพื่อนที่ชื่อไทม์ และขาดการติดต่อไปช่วงตี 3 จนรุ่งเช้าพบว่า เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในบริเวณทางหลวงหมายเลข 9 นั้น ต่อมาพบว่า เพื่อนของน้องอิน ซึ่งเดินทางไปเที่ยวพัทยาด้วยกัน ก่อนที่จะระบุว่า เตือนเพื่อนแล้วว่ายังไม่ให้ไป ได้ออกมาโพสต์ถึงกรณีที่ บิณฑ์ให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันว่า เวลา 23.30 น. คืนเกิดเหตุ ได้ออกจากงานที่พัทยา โดยน้องอิน โชว์โทรศัพท์ให้ดูว่า daddy โทรมา 6 สายไม่ได้รับ และบอกเพื่อนว่า ต้องกลับด่วน ซึ่งเพื่อนขอให้กลับตอนเช้าเพราะเกรงเป็นอันตราย แต่เมื่อกลางดึก ประมาณ์ 01.3
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 8 เม.ย. ที่ศาลาหน้าเมรุ วัดราชสิงขร พระอารามหลวง ถนนเจริญกรุง มีพิธีสวดอภิธรรม น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี หรือ น้องอิน อดีตนักแสดงเด็กชื่อดัง อายุ 21 ปี ที่เสียชีวิตจากการประสบอุบัติเหตุรถเสียหลักชนต้นไม้แถวสะพานข้ามทางรถไฟเชียงราก เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมี บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เป็นเจ้าภาพในคืนแรก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มพิธีได้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คนทั้งศาลาตกใจ เมื่อนักร้องสาว แบมบี้-สิรินทร์พร ปัจฉิมสวัสดิ์ หรือ “แบมบี้ เดอะสตาร์” พี่คนสนิทของน้องอิน เป็นลมหมดสติ จนทางเพื่อนๆ ได้พาไปส่งโรงพยาบาลทันที ซึ่งก่อนหน้านี้นักร้องสาวได้บอกว่าตนเองโศกเศร้ากับการจากไปของน้องอิน ทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับ คาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ประกอบกับอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจอย่างหนักต่อจากการไปของน้องอิน”
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 8 เม.ย. ที่ศาลา3 วัดราชสิงขร พระอารามหลวง ถนนเจริญกรุง ได้มีการทำพิธีรดน้ำศพ น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี หรือ น้องอิน อดีตนักแสดงเด็กชื่อดัง อายุ 21 ปี ที่เสียชีวิตจากการประสบอุบัติเหตุรถเสียหลักชนต้นไม้แถวสะพานข้ามทางรถไฟเชียงราก เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมีนางลัดดา เชิดชูบุพการี แม่ของน้องอิน ,เบล-ภูวรินทร์ แดงเจริญสุข แฟนหนุ่ม ,บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ,แบมบี้-สิรินทร์พร ปัจฉิมสวัสดิ์ ร่วมรดน้ำศพ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ต่อมา เวลา 16.50 น. หลังจากทำพิธีรดน้ำศพ น้องอิน น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี เสร็จแล้ว บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่า “ผมเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมวันนี้ และเป็นเจ้าภาพตลอดทั้งงาน เรื่องจริงทั้งหมดที่ผมจะพูดตั้งแต่เหตุการณ์ลำดับแรกว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์ในคืนนั้น ผมได้คุยกับอดีตแฟนของน้องอิน คือ เบล ที่เป็นผู้ชาย และแฟนคนปัจจุบันคือน้องไทม์ ซึ่งเป็นทอม น้องไทม์ เป็นแฟนใหม่ที่รู้จักกับน้องอินเป็นปีแล้ว แต่ตอนนั้นไทม์ไปเรียนต่อที่อังกฤษ และอินก็ได้มาสนิทสนมและคบกับน้องเบล จนทั้งคู่ก็ได้ห่างกันและเลิ
เจ้าบ่าวไร้เงินสด-ทองคำเป็นสินสอดงานวิวาห์ไม่ต้องกังวลแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้มีธุรกิจให้เช่าสินสอดทองหมั้น รวมทั้งรถเบนซ์ส่งตัวในวันวิวาห์กันแล้ว หลังชาวเน็ตแชร์กันกระหึ่ม เพจหนึ่งให้เช่าสินสอดวันแต่งงาน เงินสด ทองแท่ง รถเบนซ์ส่งตัวถูกใจแล้ว โพสต์บริการให้เช่าสินสอดสำหรับงานแต่งงาน ทองแท่ง เงินสด รถเบนซ์ โดยมีเรทราคาค่าเช่าแบบนี้ ทองคำแท่งหนักมีให้เช่าตั้งแต่หนัก 10 บาท 50 บาท และ 100 บาท โดยทองแท่งหนัก 100 บาท ค่าเช่า 7 หมื่นบาท เงินสดมีให้เช่าตั้งแต่เงินสด 3 แสน 5 แสน 1 ล้าน และ 10 ล้าน โดยเงินสด 10 ล้านบาทคิดค่าเช่า 2.5 แสนบาท ส่วนรถเบนซ์ติดโบว์ส่งตัวเจ้าสาวค่าเช่า 1.5 หมื่นบาท
จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kenzaa Standby ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์รถฉุกเฉินคันหนึ่งเปิดไซเรนขอทางขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากมีผู้ป่วยต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่ระหว่างทางในช่องเลนขวานั้นได้มีรถเก๋ง ซูซูกิ สวิฟต์ สีแดง ไม่ยอมหลบขับแช่อยู่เลนขวา เมื่อรถฉุกเฉินขับตามได้สักระยะจึงต้องแซงซ้ายโดยขณะที่กำลังแซงนั้นพบว่ารถเก๋งซูซูกิคันดังกล่าวได้เปิดกระจกพร้อมกับคนนั่งข้างคนขับหันมามองแบบไม่รู้สึกรู้สาจึงทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก โดยต่อมาพบว่าเจ้าของรถคันดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน และมีการตอบโต้กลับชาวเน็ตว่า เป็นเพียงรถส่งต่อผู้ป่วยและยังเป็นรถเถื่อนด้วยจึงไม่จำเป็นต้องหลบให้นั้น ซึ่งล่าสุด สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้ชี้แจงว่า ผู้ขับรถคันดังกล่าวไม่ใช่่เจ้าหน้าที่ในสังกัด และเป็นคนละคนกับผู้โพสต์ตอบโต้ชาวเน็ตนั้น (อ่านแจงคนขับสวิฟต์แดง คนละคนกับเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเจ้าของรถ หลังดราม่าไม่หลบรถพยาบาล!) ล่าสุดเพจ Red Skull Uprising ได้โพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า “คุณลุงเสียแล้วคับ คงด้วยเพราะอาการที่หนัก เห็นญาติเล่าว่า ตอนเกิดเหตุพยายามแซง รถพยาบาลโยกไปโยกมาเพื่อหาทาง
