ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 6 เมษายน นายมนตรี ชูภู่ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมด้วย นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน และเจ้าหน้าที่เทศกิจ จำนวน 5 นาย ลงพื้นจัดระเบียบการตั้งร้านค้าภายในตลาดโต้รุ่งหัวหิน 1 หรือ “หัวหินไนท์มาเก็ต” ถ.เดชานุชิต เป็นวันที่ 2 บรรยากาศในวันนี้เป็นไปด้วยดี ไม่มีการปะทะคารมระหว่างผู้ประกอบการ และเจ้าของอาคารพาณิชย์ แต่ยังมีผู้ประกอบการบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการจัดระเบียบโต้รุ่งใหม่ นางปิดทิพย์ พลับงาม และนางปุ่มทอง พลับงาม เจ้าของร้านเสื้อผ้า กล่าวว่า การจัดระเบียบตลาดโต้รุ่ง โดยหันหลังชนกัน ทำให้ทางเดินด้านข้างตลาดเหลือพื้นที่น้อย และเป็นทางต่างระดับ ระหว่างฟุตบาท กับ พื้นถนน ทำให้การขนย้ายสินค้าเข้าออกเป็นไปได้อย่างยากลำบากจึงทำให้การตั้งร้านการเก็บร้าน ใช้เวลานานมากขึ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดอุบัติเหตุจากทางต่างระดับ แม่ค้าหลายคนในตลาดโต้รุ่งหัวหินหวังจะขายดีในวันหยุดยาวของเดือนนี้ แต่ตอนนี้ไม่มั่นใจว่าจะขายได้ดีเหมือนปีที่ผ่านมา นางลำดวน โชคอวยชัย เจ้าของร้านไอศกรีมเจ้นิ กล่าวว่า ไม่พอใจกับการจัดระเบียบตลาดโต้รุ่งแบบหันหลังชนกัน ชอบการจัดตลาดโต้รุ่งรูปแบบ
สงกรานต์ปีนี้หลายคนคงเตรียมไปเที่ยวพักผ่อนในต่างจังหวัด หรือกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ โดยหากใครกลับบ้านหรือเดินทางไปต่างจังหวัด ทางคฑา ชินบัญชร ได้แนะนำถึงการทำบุญเสริมดวงให้รวยๆ เฮงๆ กันทั้ง 12 ราศี ราศีมังกร : เดือนเมษายน สถานการณ์โดยรวม เข้าสู่เดือนแห่งความร้อน อารมณ์ก็ร้อนตาม เป็นช่วงที่คุณจะเจ้าอารมณ์ เจ้าคิดเจ้าแค้น ช่วงนี้จึงอยู่ไม่เป็นสุข มีแต่ความกังวลว่าใครจะมาแทงข้างหลัง ต้องสงบจิตสงบใจ รอบคอบในสิ่งที่ทำ จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้บ้าง เที่ยวเสริมดวง : ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น เชียงราย นครพนม ทำบุญเสริมดวง : การส่งเสริมเกี่ยวกับการศึกษา สวดมนต์เสริมดวง : สวดมนต์บทรัตนสูตร ราศีกุมภ์ : เดือนเมษายน สถานการณ์โดยรวม เดือนนี้ชาวกุมภ์ได้รับข่าวดี มีเฮฮาเลี้ยงฉลอง ได้พบปะผู้คนอยู่ตลอด รวมถึงเพื่อนเก่า คนคุ้นเคยที่ไม่ได้เจอกันนาน แต่ก็ต้องระวังมีเรื่องขัดแย้ง เที่ยวเสริมดวง : ภาคตะวันออก เช่น ชลบุรี จันทบุรี ทำบุญเสริมดวง : ทำบุญช่วยเหลือเด็กกำพร้า เด็กพิการ ราศีมีน : เดือนเมษายน สถานการณ์โดยรวม เดือนนี้เป็นช่วงที่จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะกับเรื่องงาน แม้ช่วงแรกจะวุ่น
เมื่อวันที่ 6 เมษายน นายเรืองยศ เพ็งสกุล ประธานกรรมการวิสาหกิจชุมชนคนกรีดยาง และชาวสวนยางรายย่อยถ้ำพรรณรา กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดโรงรมยางแห่งใหม่ว่า ในวันที่ 18 เมษายน 2561 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป จะทำบุญเปิดโรงรมบ้านโคกเคียน เพื่อรองรับการขยายตัวของสมาชิกและเป็นทางเลือกในการจำหน่ายน้ำยางสดให้กับเกษตรกรชาวสวนยางในเขตพื้นที่ อ.ถ้ำพรรณรา “เดิมทางกลุ่มได้ขอใช้โรงรมยางพาราบ้านเกาะขวัญ ซึ่งเป็นของ กยท. สร้างเมื่อปี 2537 อายุโรงรมใช้งานมากว่า 20 ปี ทำให้มีข้อจำกัดในการผลิตยางแผ่นรมควันให้ได้คุณภาพ และเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานในการรมและกำลังการผลิตที่ 7,500 กก./น้ำยางสด/วัน ทำให้ไม่เพียงพอต่อปริมาณน้ำยางสดของสมาชิก ทางกรรมการจึงเห็นสมควรสร้างโรงรมแห่งใหม่มารองรับสมาชิกและปรับปรุงโรงรมเดิมบางส่วนให้มีมาตรฐานมากขึ้น” เมื่อถามว่าท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจถดถอย ราคายางพารามีแนวโน้มที่ต่ำลง สร้างโรงรมแห่งใหม่จะทำให้เกิดผลดีหรือผลเสียอย่างไรนั้นได้คำตอบว่า โรมรมยางเป็นการแปรรูปที่กลุ่มเกษตรกรสามารถลงทุนได้ง่ายเพราะต้นทุนประมาณ 5-10 ล้าน มีประโยชน์ในการช่วยชะลอ ยางออกสู่ตลาดในแต่ละวันจา
เมื่อวันที่ 6 เมษายน นายสิน ทางาม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13 ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ขณะนี้ข้าว นาปรังชาวนา เริ่มเก็บเกี่ยวตั้ง แต่เดือนมีนาคมจนถึงปลายเดือน เมษายน ปรากฏว่า ชาวนาต่างพากันได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากนำข้าวเปลือกไปขายให้กับท่าข้าว ก็ถูกกดราคาข้าว เหลือตันละ 3900-4500 บาทซึ่งไม่คุ้มการลงทุนในการทำนา นายสิน กล่าวอีกว่า โดนมากับตัวเองขายข้าวเปลือกกข.ขายข้าวได้ ตันละ 4,000 บาท ในช่วงปลายเดือนมีนาคมไม่ขาย ก็ไม่รู้ จะเอาไปไว้ที่ไหน เนื่องจากนำข้าวเปลือก มาแล้วจำเป็นต้องขาย ไม่ใช่ โดนกดราคา มีลูกบ้านตนนำข้าวไปขายข้าวได้ราคาตันละ 3,900 บาท มันน่าช้ำใจมาก นาย สิน กล่าวอีกว่า ขณะนี้ขาวนาพิจิตรเองอยากเรียกร้องรัฐบาล ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ช่วยชาวนา อยาก ให้ ราคาข้าว คงที่ ไม่ใช่ แต่ละวันราคาขึ้นลงไม่เหมือนกัน ซึ่งราคาข้าวเปลือกไม่แน่นอน นายทุนพิจิตรหัวใส ตอนเช้าชาวนานำข้าเปลือกไปขาย ก็ให้ราคาดี เพื่อจะให้ชาวนา บอกต่อกันไป ว่าท่าข้าว โรงสี ให้ราคาข้าวดี แต่พอสาย ชาวนานำข้าวไปขาย ก็กดราคา ซึ่งตรงนี้ควร มีมาตการ ออกมาแก้ไข อยากได้ ราคาข้
วันที่ 6 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสวนผลไม้ของ นายอุเทน ชุมภู อายุ 52 ปี บ้านท่าละม้าพื้นที่ ต.มะขาม อ.มะขาม จ.จันทบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับแจ้งว่า ทุเรียนสายพันธุ์หมอนทองที่ปลูกไว้ในสวน เกิดกลายพันธุ์ออกลูกมาสุดประหลาด มีรูปร่างกลมยาวเหมือนผลมะระจีนขนาดใหญ่ แต่มีหนามเหมือนทุเรียน แตกต่างจาก ผลทุเรียนสายพันธุ์อื่นๆทั่วไป เผยตลอดการทำสวนผลไม้มาตลอดทั้งชีวิต ไม่เคยเจอทุเรียนกลายพันธ์ลักษณะประหลาดแบบนี้มาก่อน เมื่อเดินทางไปถึง นายอุเทน เจ้าของสวนผลไม้ ได้พาผู้สื่อข่าว เดินไปดู ต้นทุเรียน ที่ออกลูกมาสุดประหลาด ที่ปลูกอยู่ในแปลงปลูก ห่างจากบ้านพัก เข้าไปในสวน ประมาณ 100 เมตร ที่ปลูกอยู่ในแถวสุดท้าย ติดกับแปลงสวนมังคุด จากการตรวจสอบพบว่าต้นทุเรียน มีลักษณะเหมือนกับต้นทุเรียนหมอนทองทั่วไป อายุประมาณ 10 -12 ปี ลำต้นสูงประมาณ 5-6 เมตร โดยที่ทั้งต้นมีลูกทุเรียนติดอยู่เพียง 2 ผล โดยผลแรก มีลักษณะคล้ายกับทุเรียนหมอนทองทั่วไป ส่วนทุเรียนอีกลูก ที่ติดผลอยู่ที่ปลายกิ่งด้านทิศตะวันออก กลับมีรูปร่างประหลาด ผิดแปลกไปจากสายพันธ์ทุเรียนอื่น คือมีลักษณะกลมยาว คล้ายกับผลมะระจีน หรือ เม็ด
เพจ บิ๊กเกรียน ได้รายงานเรื่องราวของคู่รักคู่หนึ่ง ว่า ลุงบุญชู ป้าส้มลิ้ม ขันทอง บุพเพสันนิวาสแห่งสามชุก เมืองสุพรรณ พิการแขนด้วนขาเสีย สู้ชีวิตด้วยความขยันขันแข็งสามารถทำงานได้ทุกอย่างเยี่ยงคนปกติ แถมส่งลูกสาว 2 คน จนจบการศึกษารับราชการ ทุกวันแม้ลูกส่งเสียแต่ไม่ยอมอยู่เฉยตระเวนขายก๋วยเตี๋ยว ปลูกข้าวทำนาของตัวเองกว่า 20 ไร่ เผยเคล็ดครองใจเมียขยัน อดทนทำมาหากินส่วนป้าส้มลิ้ม บอกว่ารักพี่บุญชู เพราะเป็นคนดี อยู่กินเป็นผัวเมียมากว่า 40 ปีแล้ว แต่แรกพ่อแม่ไม่ยอมรับกลัวลำบาก แต่สามีพิการคนนี้แหละสร้างตัวฝ่าฟันจนชนะใจคนในครอบครัว แถมชาวบ้านที่เคยนินทาตอนนี้ยอมรับกันหมด
เป็นอีกมุมจากคนในพื้นที่ เมื่อเพจ แหม่มโพธิ์ดำ เผยเรื่องราวที่สาวชาวแม่กลองคนหนึ่งร้องเรียนเข้ามา เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมตลาดร่มหุบกันจำนวนมาก จนเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง แต่แม้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ อีกมุมเมื่อมีกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก ก็อาจทำลายวิถีของชาวบ้านและสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ โดยระบุว่า เราเป็นคนแม่กลองที่มีวิถีชีวิตอยู่กับตลาดร่มหุบมาตั้งแต่เล็กจนโต ถ้าย้อนไปอีกตลาดนี้อยู่มาตั้งแต่ปู่ย่าเรายังเด็ก แต่ทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติโดยเฉพาะต่างชาติมาเที่ยวถ่ายรูปมาที่สุด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่นอย่างมาก 1.นักท่องเที่ยวแออัด ยืนบนทางรถไฟในเวลาที่รถไฟจะเข้าชานชลา ขอย้ำว่ายืนบนทางรถไฟ ไม่หลบรถไฟแม้นายสถานีจะพยายามเป่านกหวีดไล่ 2.นักท่องเที่ยวพยายามถ่ายรูปรถไฟเข้าชานชลา ระหว่างทางบริเวณแผงขายของริมทาง ทำให้เกิดเหตุการณ์รถไฟเฉี่ยวนักท่องเที่ยวบาดเจ็บเป็นข่าวใหญ่ 3.นักท่องเที่ยวเดินกลางถนนรถยนต์ตั้งแต่ลานวัดเพชรสมุทร จนถึงสถานีรถไฟ กีดขวางทางจราจร บางครั้งรถฉุกเฉินโรงพยาบ
เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 61 ที่กรมธนารักษ์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเปิดให้ประชาชนแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ในวันแรก พบว่ามีประชาชนจำนวนมากถยอยเดินทางเข้ามาแลกเหรียญ ซึ่งกรมธนารักษ์ได้เตรียมสำรองเหรียญวันแรกไว้เปิดจ่ายแลกให้ประชาชนตั้งแต่ 8.30 น. โดยมีท้ายแถวยาวเกือบ 200 เมตร ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้แลกเหรียญเป็นคนแรก นางปวีณา เรืองศรี อายุ 64 ปี เดินทางมาจากแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี เดินทางมาตั้งแต่ตี 4 นั่งรถโดยสารประจำทางจากบ้านมาลงสะพานควาย และปั่นจักรยานต่อพร้อมเพื่อนมาที่กรมธนารักษ์ โดยตั้งใจจะแลกไปสะสมเนื่องจาก เป็นเหรียญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ล็อตแรก นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า วันนี้ได้เตรียมจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนแบบแบ่งเป็นชุด จำกัดคนละ 1 ชุด รวมเงินที่จ่ายแลก 1,005 บาท เป็นเหรียญชนิดราคา 10 บาท 40 เหรียญ, 5 บาท 40 เหรียญ, 2 บาท 100 เหรียญ, 1 บาท 100 เหรียญ, 50 สตางค์ 200 เหรียญ, และ 25 สตางค์ 20 เหรียญ หรือประชาชนที่จะแลกเพียงบางส่วนก็สามารถจ่ายแลกได้ ส่วนเหรียญ 1 สต
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 7 เมษายน 2561)” ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 06 เมษายน 2561 ระบุว่า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนในวันที่ 7 เมษายน 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกจะมีฝนลดลง ส่วนด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนฟ้าคะนองได้ต่อเนื่อง สำหรับภาคใต้ตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยจะมีผลกระทบตามพื้นที่ต่างๆ ดังนี้ วันที่ 6 เมษายน 2561 ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่
จากละครอันโด่งดัง บุพเพสันนิวาส ที่นางเอก แม่การะเกด เข้าพิธีสมรสไปแล้ว และมีสินสอดจำนวนมาก ดังนั้น จึงมีผู้ลองนำมาคำนวณกันคร่าวๆ ว่า จากสินสอดดังกล่าว ถ้าเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน จะมีมูลค่าเท่าไหร่ จากเพจ หนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ ได้ลองคำนวณไว้ดังนี้ มาคำนวนสินสอดแม่การะเกดกัน จากสินสอดเงิน 100 ชั่ง 100 ชั่ง = 2,000 ตำลึง 2,000 ตำลึง = 8,000 บาท 8,000 บาท = 32,000 สลึง 32,000 สลึง = 64,000 เฟื้อง 64,000 เฟื้อง = 128,000 ซีก 128,000 ซีก = 256,000 ไพ 256,000 ไพ = 512,000 อัฐ 512,000 อัฐ = 1,024,000 โสฬส 1,024,000 โสฬส = 5,120,000 เก๊ 5,120,000 เก๊ = 51,200,000 เบี้ย หากนำสินสอดการะเกดไปซื้อมุ้งในราคา 200 เบี้ย (51,200,000/200) = 256,000 มุ้ง ตีราคาปัจจุบันคร่าวๆมุ้งละ 500*256,000 สินสอดการะเกด = 128,000,000 บาท!!!! นับเป็นไฮโซกรุงศรี มากๆ
